ICE กับการใช้หมายเรียก 1509 ข้ามเส้นกฎหมายเพื่อสอดแนมข้อมูลพลเมือง

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (Immigration and Customs Enforcement หรือ ICE) กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้เครื่องมือทางกฎหมายที่คลุมเครือเพื่อบีบบังคับให้โรงเรียนประถม องค์กรข่าว และคลินิกทำแท้ง ส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าอาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต

เครื่องมือดังกล่าวคือ 1509 custom summonses หรือหมายเรียกศุลกากร ซึ่งตามกฎหมาย (Title 19 US Code 1509) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายหรือการค้างชำระภาษีศุลกากรเท่านั้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงบันทึกทางธุรกิจได้โดยไม่ต้องขอหมายศาลจากผู้พิพากษา

การขยายขอบเขตการสอดแนมที่น่ากังวล

จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลที่ได้ผ่านคำขอเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (FOIA) พบว่าตั้งแต่ปี 2016 ถึงกลางปี 2022 เจ้าหน้าที่ ICE ได้ออกหมายเรียกนี้มากกว่า 170,000 ครั้ง โดยเป้าหมายหลักคือบริษัทโทรคมนาคม ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี และบริการโอนเงิน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความตกใจคือการส่งหมายเรียกไปยังหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับศุลกากรเลยแม้แต่น้อย

ตัวอย่างกรณีที่ผิดปกติอย่างมาก ได้แก่:

  • การขอข้อมูลจากลีกฟุตบอลเยาวชนในรัฐเท็กซัส
  • การขอวิดีโอวงจรปิดจากคลินิกทำแท้งในรัฐอิลลินอยส์
  • การขอประวัติการเรียนจากโรงเรียนประถมศึกษาในรัฐจอร์เจีย
  • การขอข้อมูลสุขภาพจากศูนย์บริการสุขภาพของมหาวิทยาลัยรัฐ
  • การขอข้อมูลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งและองค์กรช่วยเหลือผู้ลี้ภัย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ICE ใช้หมายเรียกนี้เพื่อกดดันสำนักข่าวให้เปิดเผยแหล่งข่าวลับ ซึ่งรวมถึงกรณีของ BuzzFeed News และ The Seattle Times ซึ่งถือเป็นการคุกคามเสรีภาพสื่ออย่างร้ายแรง

Image 10

ข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าหน้าที่และนักสิทธิมนุษยชน

ทางด้านเจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations หรือ HSI) แย้งว่าการออกหมายเรียกเหล่านี้อาจมีความจำเป็นในคดีซับซ้อน เช่น การปราบปรามสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับบุคลากรในโรงเรียน จึงทำให้ต้องมีการขอข้อมูลจากสถานศึกษา

อย่างไรก็ตาม อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) และนักวิเคราะห์จาก Electronic Frontier Foundation (EFF) มองว่านี่คือสัญญาณอันตราย เนื่องจากการดำเนินการทั้งหมดนี้ไม่มีการตรวจสอบโดยฝ่ายตุลาการ ทำให้หน่วยงานสามารถใช้อำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จและเสี่ยงต่อการนำไปใช้ในทางที่ผิด

สรุปสถิติการใช้หมายเรียก 1509 ของ ICE (2016 - สิงหาคม 2022)
หัวข้อ รายละเอียด/จำนวน
จำนวนหมายเรียกทั้งหมด 172,679 ครั้ง
ค่าเฉลี่ยการออกหมายเรียก มากกว่า 70 ครั้งต่อวัน
กลุ่มเป้าหมายหลัก บริษัทโทรคมนาคม (AT&T, T-Mobile, Comcast)
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ Google, Meta, Microsoft (รวมเกือบ 15,000 ครั้ง)
แนวโน้มการใช้งาน จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตั้งแต่ปี 2016

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • อำนาจจำกัด: หมายเรียก 1509 ตามกฎหมายใช้ได้เฉพาะคดีนำเข้าผิดกฎหมายและภาษีศุลกากรเท่านั้น
  • ขาดการตรวจสอบ: การออกหมายเรียกนี้ไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากผู้พิพากษา
  • เป้าหมายกว้างขวาง: มีการขยายการขอข้อมูลไปยังโรงเรียน โรงพยาบาล และองค์กรการกุศล
  • การสอดแนมมวลชน: มีการใช้หมายเรียกเพื่อดึงข้อมูลการโอนเงินนับล้านรายการเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางเพื่อแบ่งปันกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วประเทศ

คำถามที่พบบ่อย

หมายเรียก 1509 คืออะไร?

คือหมายเรียกทางปกครอง (Administrative Subpoena) ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือ ICE ในการขอเอกสารทางธุรกิจจากบริษัทต่างๆ โดยไม่ต้องขอหมายศาล แต่ต้องใช้เพื่อการสืบสวนเรื่องการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายหรือภาษีศุลกากรเท่านั้น

ทำไมการใช้หมายเรียกนี้กับโรงเรียนหรือคลินิกถึงเป็นปัญหา?

เพราะหน่วยงานเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าหรือภาษีศุลกากร การขอข้อมูลประวัติเด็กหรือข้อมูลสุขภาพจึงถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจมิชอบเพื่อสอดแนมข้อมูลพลเมืองในเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากขอบเขตกฎหมาย

ICE ให้เหตุผลอย่างไรในการขอข้อมูลจากสถานศึกษา?

เจ้าหน้าที่บางส่วนระบุว่าอาจเป็นการสืบสวนคดีอาชญากรรมร้ายแรง เช่น การเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) ซึ่งผู้กระทำผิดอาจเป็นบุคลากรในโรงเรียน

มีการตรวจสอบการใช้อำนาจนี้อย่างไรบ้าง?

ปัจจุบันมีการตรวจสอบจากสำนักงานผู้ตรวจการทั่วไป (Office of the Inspector General) ซึ่งเคยพบว่าประมาณ 20% ของหมายเรียกที่ออกโดย CBP (หน่วยศุลกากรและป้องกันชายแดน) นั้นผิดกฎหมายหรือละเมิดนโยบายของกระทรวงฯ

ผลกระทบต่อเสรีภาพสื่อเป็นอย่างไร?

มีการใช้หมายเรียกนี้เพื่อกดดันให้สำนักข่าวเปิดเผยชื่อแหล่งข่าวลับ ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการคุ้มครองแหล่งข่าวและคุกคามการทำงานของสื่อมวลชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล