Heems กับเบื้องหลังอัลบั้ม Eat Pray Thug และการเดินทางค้นหาตัวตนผ่านดนตรีและวัฒนธรรม

การได้พูดคุยกับ Himanshu Suri หรือที่รู้จักกันในชื่อ Heems อดีตสมาชิกกลุ่มแรปชื่อดัง Das Racist ในช่วงงาน SXSW ปี 2015 เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง จากภาพลักษณ์ในอดีตที่มักถูกมองว่าคาดเดาไม่ได้หรือมีความขัดแย้งในตัวเอง แต่ Heems ในวันนี้กลับดูสดใสและมีความสุขกับการนำเสนอผลงานเดี่ยวชิ้นสำคัญอย่างอัลบั้ม Eat Pray Thug

อัลบั้ม Eat Pray Thug ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานเพลง แต่เป็นบันทึกความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความเจ็บปวดจากการเลิกรา และการสะท้อนเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 9/11 ซึ่ง Heems ยอมรับว่าการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้เป็นการปลดปล่อยบาดแผลในใจที่เขาเคยปิดกั้นไว้ โดยเขาเลือกที่จะลดทอนความประชดประชัน (Irony) ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ในสมัยอยู่กับ Das Racist ลง และแทนที่ด้วยความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเอง

มุมมองต่อ Hip-hop และการหยิบยืมทางวัฒนธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจจากการสนทนาคือทัศนคติของ Heems ต่อดนตรี Hip-hop ซึ่งเขาเรียกมันว่าเป็น Black art form หรือศิลปะของคนผิวดำ เขาแสดงความตระหนักรู้ว่าตนเองในฐานะคนเชื้อสายอินเดีย-อเมริกัน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากครอบครัวชนชั้นกลางระดับสูง ได้หยิบยืม (Appropriate) รูปแบบศิลปะนี้มาใช้

Heems ย้ำว่าเขาไม่ได้มองว่า Hip-hop เป็นของทุกคนที่สามารถนำมาปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ แต่เขามองว่ามันคือศิลปะของชนชั้นแรงงาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถใช้สื่อสารเรื่องราวที่ต้องการได้ อย่างไรก็ตาม เขาให้ความสำคัญกับการยอมรับและขอบคุณรากเหง้าของดนตรีแรป โดยเฉพาะบทบาทของนักเคลื่อนไหวคนผิวดำที่ทำให้ชาวอินเดียได้รับโอกาสในการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่สหรัฐฯ

อัตลักษณ์แบบ "ลูกผสม" และการท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณ

คำว่า Hyphenated identity หรืออัตลักษณ์แบบมีเครื่องหมายยัติภังค์ (เช่น Indian-American) เป็นหัวใจสำคัญของตัวตน Heems เขาอธิบายว่าตนเองเป็นทั้งคนนิวยอร์กและคนอเมริกันที่ผูกพันกับอินเดีย ชื่ออัลบั้ม Eat Pray Thug เป็นการล้อเลียนแนวคิด Spiritual tourism หรือการท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณ ที่ผู้คนมักเดินทางไปอินเดียเพื่อค้นหาความสงบทางใจ ซึ่งเขายอมรับว่าตนเองก็เคยตกอยู่ในวังวนของความคิดเช่นนั้น

การเดินทางไปบันทึกเสียงที่อินเดียช่วยให้เขาสามารถเขียนเพลงในฐานะ "มนุษย์คนหนึ่ง" ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลว่าต้องนำเสนอภาพลักษณ์ความเป็นอินเดียตลอดเวลา ซึ่งความห่างไกลจากนิวยอร์กทำให้เขาสามารถมองเห็นและถ่ายทอดเรื่องราวของบ้านเกิดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การก้าวข้ามความเจ็บปวดและเป้าหมายในอนาคต

นอกเหนือจากดนตรี Heems ยังเปิดเผยถึงความตั้งใจที่จะเปลี่ยนสื่อในการเล่าเรื่อง (Medium) โดยการเขียน นวนิยาย ซึ่งได้รับคำแนะนำจากนักเขียนชื่อดังอย่าง Salman Rushdie และ Teju Cole โดยเนื้อหาจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวในย่าน Queens, ปัญหาการเสพติด และผลกระทบหลังเหตุการณ์ 9/11

เขายังได้พูดถึงประเด็น สุขภาพจิต (Mental Health) และการใช้สารเสพติดในชุมชนคนผิวสีและกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมักถูกปกปิดเป็นความลับในครอบครัว Heems ต้องการใช้พื้นที่ของเขาในการสร้างความตระหนักรู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ควรได้รับการแก้ไข ไม่ใช่เรื่องที่ต้องซ่อนไว้ใต้พรม

สรุปประเด็นสำคัญของ Heems และอัลบั้ม Eat Pray Thug
หัวข้อ รายละเอียดสำคัญ
แนวคิดอัลบั้ม เน้นความซื่อสัตย์ ลดความประชดประชัน เล่าเรื่องความรักและเหตุการณ์ 9/11
มุมมองต่อ Hip-hop ยอมรับว่าเป็นศิลปะของคนผิวดำ และตระหนักถึงการหยิบยืมทางวัฒนธรรม
อัตลักษณ์ นิยามตนเองเป็น New Yorker และ Indian-American (Hyphenated identity)
เป้าหมายถัดไป เขียนนวนิยายเกี่ยวกับย่าน Queens และการต่อสู้กับอาการเสพติด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Eat Pray Thug เป็นอัลบั้มเดี่ยวที่ผสมผสานเรื่องราวส่วนตัวและประเด็นทางสังคม
  • Heems มองว่า Hip-hop คือศิลปะของคนผิวดำและชนชั้นแรงงาน
  • เขานิยามการเดินทางไปอินเดียเพื่อชำระล้างจิตใจว่าเป็น Spiritual tourism
  • มีความตั้งใจที่จะเขียนนวนิยายโดยได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตในนิวยอร์กหลังปี 2001
  • รณรงค์ให้ชุมชนคนผิวสีเปิดกว้างเรื่อง สุขภาพจิตและการเสพติด มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Heems ถึงมองว่าการแรปเป็นการหยิบยืมทางวัฒนธรรม?

เพราะเขาตระหนักว่า Hip-hop มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมคนผิวดำ ในขณะที่เขาเป็นคนเชื้อสายอินเดีย ซึ่งมีภูมิหลังทางสังคมและชนชั้นที่แตกต่างกัน เขาจึงต้องการให้เกียรติและยอมรับความจริงในจุดนี้

ความหมายของ "Spiritual Tourism" ในมุมมองของ Heems คืออะไร?

คือแนวคิดที่คนตะวันตกหรือคนอเมริกันเดินทางไปยังอินเดียเพื่อค้นหาความสงบหรือชำระล้างจิตใจ ซึ่ง Heems ใช้ชื่ออัลบั้มเพื่อล้อเลียนตัวเองที่เคยมีความคิดในลักษณะนี้

อัลบั้ม Eat Pray Thug แตกต่างจากงานของ Das Racist อย่างไร?

งานในยุค Das Racist จะมีความประชดประชันและเน้นอารมณ์ขันเป็นกลไกในการรับมือกับปัญหา แต่ใน Eat Pray Thug เขาเลือกที่จะนำเสนอความจริงใจและความเปราะบางของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา

Heems มีแผนจะทำอะไรนอกเหนือจากการทำเพลง?

เขามีความสนใจในการเขียนนวนิยาย โดยมุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอดเรื่องราวของย่าน Queens ในนิวยอร์ก ประเด็นการเสพติด และบรรยากาศของเมืองหลังเหตุการณ์ 9/11

ทำไม Heems ถึงให้ความสำคัญกับการพูดเรื่องสุขภาพจิตในชุมชนคนผิวสี?

เนื่องจากในหลายวัฒนธรรมของคนผิวสีหรือกลุ่มชาติพันธุ์ มักมีค่านิยมให้ปกปิดปัญหาเรื่องโรคซึมเศร้าหรือการติดสุราไว้เป็นความลับ เขาจึงต้องการใช้ชื่อเสียงของตนให้เป็นประโยชน์ในการทำลายกำแพงนี้