Doomscrolling กับผลกระทบต่อสุขภาพจิต และวิธีรับมือเมื่อโลกโซเชียลทำให้คุณเครียด

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน หลายคนอาจพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในวงจรของการไถฟีดโซเชียลมีเดียเพื่ออ่านแต่ข่าวร้ายอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งของสงครามในอิสราเอล-ฮามาส สงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง หรือความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐอเมริกา ความรู้สึกที่ว่าโลกกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตานี้ นำไปสู่พฤติกรรมที่เรียกว่า Doomscrolling หรือการเสพข่าวร้ายอย่างต่อเนื่องจนหยุดไม่ได้

พฤติกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิสัยการใช้เน็ต แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาวะทางจิตใจ โดยเฉพาะเมื่ออัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียมักจะคัดกรองเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์รุนแรงและสร้างความขัดแย้งขึ้นมาให้เราเห็นบ่อยครั้ง เพื่อดึงดูดความสนใจ ซึ่งยิ่งตอกย้ำความรู้สึกหดหู่และวิตกกังวลให้เพิ่มมากขึ้น

ผลกระทบทางจิตวิทยา: เมื่อความเครียดกลายเป็นเรื่องสะสม

Matthew Price ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์จิตวิทยาจาก University of Vermont อธิบายว่า ความเครียดมีลักษณะเป็นแบบสะสม (Cumulative Stress) เมื่อเราเผชิญกับเรื่องเครียดเรื่องหนึ่ง แล้วตามด้วยอีกเรื่องหนึ่งอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สภาพจิตใจดิ่งลงอย่างรวดเร็ว และความเครียดนี้จะยังคงตกค้างอยู่ในใจตลอดทั้งวัน แม้ว่าเราจะวางโทรศัพท์ลงแล้วก็ตาม

การ Doomscrolling ทำให้เราถึงขีดจำกัดของความอดทนต่อความเครียดได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะวิตกกังวลและโรคซึมเศร้าในระยะสั้น และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ มันจะเข้าไป Exacerbate หรือกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder - โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์สะเทือนขวัญ) อยู่ก่อนแล้ว

WIRED

ทำไมเราถึงหยุดไถข่าวร้ายไม่ได้?

หลายคนอาจสงสัยว่าในเมื่ออ่านแล้วเครียด ทำไมถึงยังทำต่อ? Price วิเคราะห์ว่านั่นเป็นเพราะมนุษย์พยายามมองหาทางออกหรือวิธีแก้ไขปัญหา เมื่อเราอ่านเจอเรื่องเลวร้าย เราจึงพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยความหวังว่า "ถ้าฉันรู้ข้อมูลมากขึ้น ฉันอาจจะเข้าใจและหาวิธีจัดการกับปัญหานี้ได้" จนกลายเป็นวงจรที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ผลกระทบในระดับสังคมและการบิดเบือนการรับรู้

ความเครียดจากการเสพข่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับบุคคล แต่ลามไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน Bethany Teachman ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจาก University of Virginia ระบุว่า เมื่อคนในสังคมส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาวะเครียดพร้อมกัน จะทำให้ความสามารถในการสื่อสารลดลงและหงุดหงิดง่ายขึ้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เราพบเจอผู้คนที่แสดงกิริยาไม่สุภาพในชีวิตประจำวันโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

นอกจากนี้ การ Doomscrolling ยังทำให้การรับรู้ความจริงบิดเบือนไป เราจะเริ่มรู้สึกว่าโลกนี้อันตรายเกินไปและทุกคนรอบตัวเลวร้าย ทั้งที่ในความเป็นจริง ข่าวร้ายเหล่านั้นอาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเราโดยตรงเลย แต่การรับรู้ผ่านหน้าจอทำให้เราตกอยู่ในสภาวะที่รู้สึกว่าถูกคุกคามตลอดเวลาจนเกิดอาการอัมพาตทางความคิด (Paralyzed) และไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ

Image 29

แนวทางการกู้คืนสุขภาพจิตและสร้างสมดุลชีวิต

การติดตามข่าวสารเป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องมีขอบเขต Teachman แนะนำว่าเราควรจำกัดเวลาในการใช้โซเชียลมีเดียและเสพข่าวให้พอดี เมื่อได้รับข้อมูลเพียงพอที่จะรับรู้สถานการณ์แล้ว ควรหันไปทำกิจกรรมที่สร้างความสุขและช่วยฟื้นฟูจิตใจ

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าถูกข่าวสารถาโถมจนรับไม่ไหว ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อดึงสติและสร้างพลังบวก:

  • ทบทวนคุณค่าของตัวเอง: พิจารณาว่าสิ่งใดสำคัญในชีวิต และคุณอยากเป็นคนแบบไหนในสังคม
  • เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ: หากเป้าหมายใหญ่ดูไกลเกินเอื้อม ให้ลองทำสิ่งเล็กๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าใกล้ตัวตนที่อยากเป็น ซึ่งจะช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
  • เปลี่ยนจุดโฟกัสสู่ระดับท้องถิ่น: Price แนะนำให้ถอยห่างจากหน้าจอและหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัว (Get more local) แม้เราจะไม่สามารถหยุดสงครามระดับโลกได้ แต่การช่วยเหลือคนในชุมชนหรือแก้ไขปัญหาใกล้ตัวจะช่วยให้เรารู้สึกว่าตนเองมีอำนาจในการจัดการและลดความรู้สึกไร้กำลัง
  • เชื่อมต่อกับผู้คน: การปลีกตัวอยู่ลำพังภายใต้ผ้าห่มเมื่อรู้สึกท้อแท้เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง การสร้างปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆ จะช่วยประคองสุขภาพจิตและอาจนำไปสู่การร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในสังคมได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Doomscrolling คือการเสพข่าวร้ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระตุ้นโดยอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย
  • ความเครียดจากการรับข่าวสารมีลักษณะ สะสม และส่งผลกระทบต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
  • พฤติกรรมนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า และกระตุ้นอาการ PTSD ให้รุนแรงขึ้น
  • การเสพข่าวลบมากเกินไปทำให้เกิดการ บิดเบือนการรับรู้ จนรู้สึกว่าโลกอันตรายกว่าความเป็นจริง
  • การแก้ไขที่ได้ผลคือการ จำกัดการรับสื่อ และหันมาสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับท้องถิ่น
สรุปผลกระทบและแนวทางแก้ไขการ Doomscrolling
ด้านที่ได้รับผลกระทบ ผลกระทบที่เกิดขึ้น แนวทางแก้ไข/รับมือ
สุขภาพจิตรายบุคคล เครียดสะสม, วิตกกังวล, ซึมเศร้า จำกัดเวลาใช้โซเชียล, ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
การรับรู้โลกภายนอก รู้สึกว่าโลกอันตราย, มองโลกในแง่ร้าย ตระหนักรู้ว่าข่าวสารอาจไม่กระทบชีวิตจริงเสมอไป
ความสัมพันธ์ทางสังคม สื่อสารยากขึ้น, หงุดหงิดง่าย, ขัดแย้งกันบ่อย เชื่อมต่อกับผู้คนในชีวิตจริง, ฝึกความเห็นอกเห็นใจ
การลงมือทำ รู้สึกไร้พลัง, อัมพาตทางความคิด เปลี่ยนมาช่วยเหลือสังคมในระดับท้องถิ่น (Local Action)

คำถามที่พบบ่อย

Doomscrolling แตกต่างจากการติดตามข่าวสารปกติอย่างไร?

การติดตามข่าวสารปกติคือการรับข้อมูลเพื่อให้อยู่ในเหตุการณ์และรู้เท่าทัน แต่ Doomscrolling คือการไถฟีดอ่านข่าวร้ายอย่างไม่หยุดยั้งจนเกิดความรู้สึกท่วมท้น (Overwhelmed) และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตมากกว่าการได้รับข้อมูล

ทำไมเราถึงรู้สึกว่าต้องอ่านข่าวร้ายต่อไปเรื่อยๆ ทั้งที่เครียด?

เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่พยายามมองหาทางออกหรือคำตอบ (Resolution) โดยเชื่อว่าการได้รับข้อมูลมากขึ้นจะช่วยให้เข้าใจปัญหาและลดความกังวลได้ แต่ในความเป็นจริงกลับกลายเป็นการเพิ่มความเครียดให้มากขึ้น

การ Doomscrolling ส่งผลต่อคนรอบข้างได้อย่างไร?

เมื่อเรามีความเครียดสะสม จะทำให้ความอดทนต่ำลงและสื่อสารกับผู้อื่นได้ยากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมหรือการทะเลาะเบาะแว้งกับคนรอบข้างโดยไม่ตั้งใจ

วิธีที่ดีที่สุดในการหยุดวงจร Doomscrolling คืออะไร?

เริ่มจากการจำกัดเวลาการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย วางโทรศัพท์ลง และหันไปทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ หรือลงมือช่วยเหลือผู้อื่นในระดับชุมชนใกล้ตัว เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกไร้พลังให้กลายเป็นความรู้สึกว่าตนเองสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

หากมีอาการซึมเศร้าหรือ PTSD อยู่แล้ว ควรระวังเรื่องนี้อย่างไร?

ผู้ที่มีประวัติป่วยเป็นโรคเหล่านี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากข่าวสารเชิงลบสามารถกระตุ้น (Exacerbate) ให้อาการรุนแรงขึ้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การทำ Digital Detox หรือการเลือกรับสื่ออย่างระมัดระวังจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง