Google Wallet รุกตลาดชำระเงินดิจิทัล จับมือค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ติดตั้งแอปฯ ลงเครื่องล่วงหน้า
ในโลกของการชำระเงินผ่านมือถือที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด Google Wallet กำลังปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อเพิ่มฐานผู้ใช้งาน โดยการเปลี่ยนจากแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้ต้องค้นหาและติดตั้งเอง ให้กลายเป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่ติดตั้งมาพร้อมกับตัวเครื่อง (Pre-installed) ตั้งแต่เริ่มใช้งาน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ Google ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ในสหรัฐฯ ได้แก่ AT&T, Verizon และ T-Mobile เพื่อนำ Google Wallet ลงในสมาร์ทโฟน Android ที่รันระบบปฏิบัติการ KitKat (เวอร์ชัน 4.4) หรือสูงกว่า ซึ่งจะเริ่มทยอยติดตั้งในช่วงปลายปีนี้
พลิกเกมจากคู่แข่งสู่พันธมิตร
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ให้บริการที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตัวของ Google Wallet มาก่อน โดยเฉพาะการที่ค่ายมือถือเหล่านี้เคยผลักดัน Softcard (หรือชื่อเดิมคือ Isis) ซึ่งเป็นโซลูชันการชำระเงินของตนเองจนทำให้ Google ไม่สามารถนำ Wallet ลงในโทรศัพท์ Android ทุกเครื่องได้ในตอนแรก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนไป เมื่อ Google ตัดสินใจเข้าซื้อเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาบางส่วนจาก Softcard แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัดว่าครอบคลุมส่วนใดบ้าง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ผู้ใช้ Softcard เดิมยังคงใช้งานแอปฯ ได้ต่อไปในระยะหนึ่ง ก่อนที่จะถูกผลักดันให้เปลี่ยนมาใช้ Google Wallet ในที่สุด

แรงกดดันจากคู่แข่งและการปรับตัวของ Google
การตัดสินใจรุกตลาดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากแรงกดดันรอบด้านในอุตสาหกรรม Mobile Payment หรือระบบการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งปัจจุบันมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่าง Apple Pay ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับความสนใจแม้กระทั่งจากรัฐบาลสหรัฐฯ
นอกจากนี้ Samsung ยังเตรียมพร้อมเข้าสู่สนามนี้อย่างเต็มตัวด้วยการเข้าซื้อกิจการ LoopPay เพื่อพัฒนาวอลเล็ตของตนเอง ทำให้ Google จำเป็นต้องเร่งเครื่องเพื่อให้ Google Wallet กลายเป็นทางเลือกหลักของผู้ใช้งาน Android ทั่วโลก

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| พันธมิตรเครือข่าย | AT&T, Verizon, T-Mobile |
| เงื่อนไขระบบปฏิบัติการ | Android KitKat หรือเวอร์ชันที่สูงกว่า |
| กลยุทธ์หลัก | ติดตั้งแอปพลิเคชันมาพร้อมเครื่อง (Pre-installed) |
| คู่แข่งสำคัญ | Apple Pay, Samsung (LoopPay) |
| การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ | ซื้อทรัพย์สินทางปัญญาจาก Softcard |

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Google Wallet จะถูกติดตั้งล่วงหน้าในมือถือจากค่าย AT&T, Verizon และ T-Mobile
- รองรับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android KitKat ขึ้นไป
- มีการเข้าซื้อเทคโนโลยีบางส่วนจาก Softcard เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงผู้ใช้
- เป้าหมายคือการแข่งขันกับ Apple Pay และ Samsung ที่ซื้อ LoopPay ไปให้ได้
คำถามที่พบบ่อย
Google Wallet จะเริ่มติดตั้งในเครื่องเมื่อไหร่?
มีกำหนดการเริ่มติดตั้งลงในสมาร์ทโฟนของค่ายมือถือพันธมิตรในช่วงปลายปีนี้
โทรศัพท์รุ่นใดบ้างที่รองรับการติดตั้งล่วงหน้านี้?
สมาร์ทโฟน Android ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการเวอร์ชัน KitKat หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่านั้น
ผู้ที่ใช้งาน Softcard อยู่จะได้รับผลกระทบอย่างไร?
ผู้ใช้เดิมยังคงสามารถใช้แอปพลิเคชัน Softcard ชำระเงินได้ตามปกติ แต่ในอนาคตจะมีการแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ Google Wallet แทน
ทำไม Google ถึงต้องร่วมมือกับค่ายมือถือในครั้งนี้?
เพื่อให้ Google Wallet เข้าถึงผู้ใช้ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดเอง ซึ่งเป็นการตอบโต้การเติบโตของ Apple Pay และการรุกตลาดของ Samsung
Google ได้อะไรจากการดีลกับ Softcard?
Google ได้เข้าซื้อเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) บางส่วน ซึ่งช่วยให้การนำ Wallet ลงในเครื่องผ่านค่ายมือถือทำได้ราบรื่นขึ้น



