Geedge Networks กับการส่งออก 'กำแพงไฟจีน' เพื่อควบคุมอินเทอร์เน็ตทั่วโลก
เอกสารหลุดจำนวนมหาศาลกว่า 100,000 ฉบับ ได้เปิดโปงการดำเนินงานของ Geedge Networks บริษัทสัญชาติจีนที่แอบขายระบบเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตให้กับรัฐบาลหลายประเทศทั่วโลก โดยระบบนี้ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายกับ Great Firewall หรือระบบกำแพงไฟที่จีนใช้ปิดกั้นข้อมูลภายในประเทศ ซึ่งเปลี่ยนเครื่องมือควบคุมทางดิจิทัลให้กลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ส่งออกได้
แม้ Geedge Networks จะนำเสนอตัวเองในฐานะผู้ให้บริการตรวจสอบเครือข่ายและเครื่องมือรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับธุรกิจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง นักวิจัยพบว่าบริษัทนี้พัฒนาระบบที่ทรงพลังในการเฝ้าติดตามข้อมูลออนไลน์ บล็อกเว็บไซต์ รวมถึงเครื่องมือ VPN และสามารถสอดแนมพฤติกรรมของบุคคลเป้าหมายได้อย่างละเอียด
กลไกการทำงานของระบบสอดแนมดิจิทัล
หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีที่ Geedge จำหน่ายคือ Tiangou Secure Gateway (TSG) ซึ่งเป็นเครื่องมือเกตเวย์ (Gateway หรือ ประตูเชื่อมต่อเครือข่าย) ที่ติดตั้งในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยสามารถขยายขนาดเพื่อรองรับทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของทั้งประเทศได้ ทุกแพ็กเก็ตข้อมูลที่วิ่งผ่านจะถูกสแกน กรอง หรือระงับการเชื่อมต่อได้ทันที
สำหรับข้อมูลที่ไม่มีการเข้ารหัส ระบบสามารถดักจับข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน เนื้อหาในเว็บไซต์ และไฟล์แนบอีเมลได้อย่างง่ายดาย ส่วนข้อมูลที่มีการเข้ารหัสผ่านโปรโตคอล Transport Layer Security (TLS) ระบบจะใช้เทคนิค Deep Packet Inspection (DPI) หรือการตรวจสอบแพ็กเก็ตข้อมูลเชิงลึก ร่วมกับ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์ Metadata และคาดการณ์ว่าผู้ใช้กำลังใช้เครื่องมือหลบเลี่ยงการเซ็นเซอร์ เช่น VPN หรือไม่ หากระบบไม่สามารถระบุได้ชัดเจน ก็อาจเลือกที่จะทำเครื่องหมายว่าน่าสงสัยและบล็อกการเข้าถึงชั่วคราว
นอกจากนี้ยังมี Cyber Narrator ซึ่งเป็นส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface) ที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคสามารถดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ในภาพรวม โดยสามารถระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของผู้ใช้มือถือ และวิเคราะห์การใช้งาน VPN ได้อย่างแม่นยำ

การขยายอิทธิพลสู่ระดับสากลและกรณีศึกษา
จากการวิเคราะห์เอกสารหลุด พบว่า Geedge ได้เข้าไปดำเนินงานในหลายประเทศ โดยใช้รหัสเรียกแทนชื่อลูกค้า เช่น M22 (เมียนมา), P19 (ปากีสถาน), E21 (เอธิโอเปีย) และ K18/K24 (คาซัคสถาน)
- เมียนมา: พบการติดตั้งอุปกรณ์ในศูนย์ข้อมูล 26 แห่ง ผ่านผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต 13 ราย โดยระบบสามารถตรวจสอบการเชื่อมต่อได้พร้อมกันถึง 81 ล้านรายการ และมีการระบุรายชื่อแอปพลิเคชันที่ต้องบล็อกเป็นลำดับความสำคัญสูง เช่น Signal และ ExpressVPN
- ปากีสถาน: มีการใช้ใบอนุญาตเพื่อตรวจสอบสถิติเรียลไทม์และเก็บข้อมูลอีเมล โดย Geedge สามารถนำโครงสร้างพื้นฐานเดิมของบริษัท Sandvine จากแคนาดามาปรับใช้ใหม่ เพื่อให้ระบบเซ็นเซอร์ทำงานต่อได้แม้บริษัทเดิมจะถอนตัวออกไปเนื่องจากถูกคว่ำบาตร
- เอธิโอเปีย: พบความเชื่อมโยงระหว่างการปรับโหมดการทำงานของระบบจาก "การเฝ้าติดตามแบบตั้งรับ" เป็น "การระงับทราฟฟิกแบบเชิงรุก" ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการสั่งปิดอินเทอร์เน็ตในเดือนกุมภาพันธ์ 2023
| รหัสลูกค้า | ประเทศ | ความสามารถหลักที่ตรวจพบ |
|---|---|---|
| M22 | เมียนมา | บล็อก VPN รายใหญ่, ตรวจสอบการเชื่อมต่อ 81 ล้านรายการ |
| P19 | ปากีสถาน | ดักจับเนื้อหาอีเมล, ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมของ Sandvine |
| E21 | เอธิโอเปีย | เปลี่ยนโหมดเป็นระงับทราฟฟิกก่อนการปิดอินเทอร์เน็ต |
| K18/K24 | คาซัคสถาน | ติดตั้งระบบเฝ้าระวังและเซ็นเซอร์ข้อมูล |
ความเชื่อมโยงกับ 'บิดาแห่งกำแพงไฟจีน'
Geedge Networks มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโครงสร้างอำนาจที่สร้าง Great Firewall ของจีน โดยมี Fang Binxing นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้ได้รับฉายาว่า "บิดาแห่งกำแพงไฟจีน" เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนผ่านบริษัทตัวแทน นอกจากนี้ในช่วงก่อตั้ง Geedge ยังมีความเชื่อมโยงกับ China Electronics Corporation (CEC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพและหน่วยงานความมั่นคงของจีน
การนำบทเรียนจากต่างแดนกลับมาใช้ในจีน
ไม่เพียงแต่ส่งออกเทคโนโลยี แต่ Geedge ยังนำประสบการณ์จากต่างประเทศมาพัฒนาระบบควบคุมภายในจีน โดยเฉพาะใน ซินเจียง (รหัส J24) ซึ่งมีการทดลองฟังก์ชันขั้นสูง เช่น การสร้างกราฟความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ตามแอปพลิเคชันที่ใช้งาน และการสร้าง Geofencing หรือการกำหนดขอบเขตพื้นที่เสมือนเพื่อติดตามตำแหน่งผู้ใช้
ที่น่ากังวลที่สุดคือการทดสอบระบบ "คะแนนชื่อเสียงรายบุคคล" (Reputation Score) โดยกำหนดคะแนนพื้นฐานที่ 550 และผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เลขบัตรประชาชน และข้อมูลการทำงานเพื่อเพิ่มคะแนน หากคะแนนไม่ถึง 600 จะไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนี้ ระบบยังมีความสามารถในการฉีดมัลแวร์ (Malware Injection) เข้าสู่ทราฟฟิกของผู้ใช้เพื่อเจาะข้อมูลส่วนบุคคลได้อีกด้วย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Geedge Networks เปลี่ยนระบบเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีนให้เป็นสินค้าส่งออกเชิงพาณิชย์
- ใช้เครื่องมือ Tiangou Secure Gateway ในการดักจับและกรองข้อมูลระดับประเทศ
- สามารถระบุและบล็อก VPN รวมถึงแอปพลิเคชันสื่อสารเข้ารหัสอย่าง Signal ได้
- มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ Fang Binxing ผู้สร้าง Great Firewall ของจีน
- มีการทดลองใช้ระบบ คะแนนชื่อเสียง เพื่อจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในซินเจียง
คำถามที่พบบ่อย
Geedge Networks ทำอะไรได้บ้าง?
บริษัทนี้ให้บริการระบบเฝ้าระวังและเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตแบบครบวงจร ตั้งแต่การติดตั้งฮาร์ดแวร์ในศูนย์ข้อมูลเพื่อดักจับทราฟฟิก การบล็อกเว็บไซต์และ VPN ไปจนถึงการสอดแนมพฤติกรรมรายบุคคล
ระบบ Tiangou Secure Gateway ทำงานอย่างไร?
ทำหน้าที่เป็นประตูทางผ่านของข้อมูลอินเทอร์เน็ต โดยจะสแกนทุกแพ็กเก็ตข้อมูลที่วิ่งผ่าน หากพบข้อมูลที่ตรงกับกฎการเซ็นเซอร์ ระบบจะทำการกรองหรือระงับการเชื่อมต่อทันที รวมถึงใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลที่เข้ารหัสเพื่อหาทางบล็อก
ทำไมการใช้ฮาร์ดแวร์จีนถึงสำคัญต่อ Geedge?
ในตอนแรกบริษัทใช้ฮาร์ดแวร์จาก HP และ Dell แต่ต่อมาเปลี่ยนมาใช้แบรนด์จีนทั้งหมด เพื่อป้องกันผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรทางการค้าจากชาติตะวันตก
ระบบนี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างไร?
ระบบนี้มอบอำนาจให้รัฐบาลสามารถควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลได้อย่างเบ็ดเสร็จ สามารถระบุตัวตนและติดตามผู้เห็นต่างทางการเมืองผ่านกิจกรรมออนไลน์ และอาจนำไปสู่การปิดกั้นการสื่อสารในวงกว้าง
คะแนนชื่อเสียง (Reputation Score) คืออะไร?
เป็นระบบทดลองในจีนที่กำหนดว่าผู้ใช้ต้องมีคะแนนความประพฤติหรือการยืนยันตัวตนถึงเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น 600 คะแนน) จึงจะได้รับอนุญาตให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้



