Fusion Centers ช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้ ICE เข้าถึงข้อมูลในเมือง Sanctuary City

ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศแผนการกวาดล้างผู้อพยพและการเนรเทศครั้งใหญ่หากได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้ง เป้าหมายสำคัญคือการบุกเข้าจัดการใน Sanctuary Cities หรือ "เมืองที่ให้ที่พักพิง" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีกฎหมายท้องถิ่นสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (ICE) อย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจาก Surveillance Technology Oversight Project (STOP) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านความเป็นส่วนตัว เปิดเผยว่ามีกลไกหนึ่งที่ทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสามารถเข้าถึงข้อมูลในเมืองเหล่านี้ได้อยู่แล้ว นั่นคือ Fusion Centers หรือศูนย์รวมข้อมูลข่าวกรอง

Fusion Centers คืออะไร และทำงานอย่างไร

Fusion Centers คือศูนย์ประสานงานการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในระดับท้องถิ่น รัฐ และรัฐบาลกลาง ซึ่งบริหารงานโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) โดยมีจุดเริ่มต้นหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2001 เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อต้านการก่อการร้าย

แม้ว่าในปี 2021 ศูนย์เหล่านี้จะใช้งบประมาณสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์ แต่ประสิทธิภาพในการต่อต้านการก่อการร้ายกลับถูกตั้งคำถามอย่างหนัก โดยในปี 2012 เจ้าหน้าที่ของ DHS บางรายถึงกับยอมรับต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่า ข้อมูลที่ได้จากศูนย์เหล่านี้ส่วนใหญ่ "ไร้ประโยชน์" และ "เป็นเพียงขยะข้อมูล"

การเลี่ยงกฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูลผู้อพยพ

แม้เมือง Sanctuary City จะมีกฎหมายห้ามส่งข้อมูลให้ ICE โดยตรง แต่เจ้าหน้าที่ ICE สามารถใช้ Fusion Centers เป็นทางผ่านในการขอข้อมูลจากฐานข้อมูลท้องถิ่นได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายผู้ต้องสงสัย ข้อมูลตำแหน่งป้ายทะเบียนรถ หรือแม้แต่การเข้าถึงบันทึกจากโรงเรียนและคลินิกทำแท้ง

Albert Fox Cahn ผู้อำนวยการบริหารของ STOP ระบุว่า การร่วมมือผ่านช่องทางนี้ทำได้ง่ายและไม่เป็นที่สังเกต ทำให้ไม่เกิดแรงต้านจากสังคมเท่ากับการร่วมมือโดยตรง ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลวงกว้าง ตั้งแต่บันทึกสาธารณูปโภคไปจนถึงข้อมูลจากกรมขนส่ง (DMV) อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่น่ากังวลในอนาคต

Image 7

ในอดีต เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องถิ่นมักสนับสนุนกฎหมาย Sanctuary City เพราะเชื่อว่าหากผู้อพยพกลัวการถูกเนรเทศ พวกเขาจะไม่กล้าแจ้งความเมื่อตกเป็นเหยื่อหรือเป็นพยานในคดีอาชญากรรม ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความปลอดภัยสาธารณะ แต่ในปัจจุบัน ทัศนคติของตำรวจเริ่มเปลี่ยนไปตามกระแสการเมืองด้านการย้ายถิ่นฐาน

ความเสี่ยงที่มากกว่าแค่เรื่องการเนรเทศ

นักวิจัยจาก STOP เตือนว่าการทำลายกำแพงกั้นการแบ่งปันข้อมูลเช่นนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้กฎหมายของเมือง Sanctuary City ไร้ความหมาย แต่ยังสร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงระดับชาติ หากมีตัวแสดงจากต่างชาติสามารถแทรกซึมเข้าสู่ Fusion Centers ได้

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หนึ่ง (เช่น การต่อต้านการก่อการร้าย) มักถูกนำมาดัดแปลงเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์อื่นเสมอ หากวันนี้มันถูกใช้เพื่อติดตามผู้อพยพ ในอนาคตมันก็อาจถูกนำไปใช้สอดแนมกลุ่มคนกลุ่มอื่นตามนโยบายของผู้มีอำนาจได้เช่นกัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Fusion Centers ถูกสร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ 9/11 เพื่อต่อต้านการก่อการร้าย แต่ถูกวิจารณ์ว่าให้ข้อมูลที่ไร้ประสิทธิภาพ
  • งบประมาณ: มีการใช้จ่ายเงินสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์ในปี 2021
  • ช่องโหว่: เป็นเครื่องมือให้ ICE เข้าถึงข้อมูลในเมืองที่ห้ามร่วมมือกับรัฐบาลกลาง (Sanctuary Cities)
  • ประเภทข้อมูล: ครอบคลุมตั้งแต่ป้ายทะเบียนรถ, บันทึกโรงเรียน, ข้อมูล DMV และระบบจดจำใบหน้า
  • ความเสี่ยง: อาจถูกนำไปใช้ในภารกิจสอดแนมอื่นๆ นอกเหนือจากการตรวจคนเข้าเมือง
สรุปการทำงานและผลกระทบของ Fusion Centers
หัวข้อ รายละเอียด
หน่วยงานกำกับดูแล กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)
วัตถุประสงค์เริ่มแรก บูรณาการข่าวกรองเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย
การใช้งานในปัจจุบัน เป็นช่องทางให้ ICE ดึงข้อมูลจากเมือง Sanctuary City
ข้อกังวลหลัก การละเมิดความเป็นส่วนตัวและการเลี่ยงกฎหมายท้องถิ่น

คำถามที่พบบ่อย

Sanctuary City คืออะไร?

คือเมืองที่มีกฎหมายท้องถิ่นจำกัดการร่วมมือกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง (ICE) เพื่อปกป้องผู้อพยพและสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยสาธารณะ

Fusion Centers ช่วยให้ ICE ทำงานง่ายขึ้นได้อย่างไร?

แทนที่จะขอข้อมูลจากตำรวจท้องถิ่นโดยตรงซึ่งผิดกฎหมายเมือง Sanctuary City เจ้าหน้าที่ ICE สามารถขอข้อมูลผ่าน Fusion Centers ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแบ่งปันข้อมูลที่ถูกกฎหมายในระดับรัฐบาลกลาง ทำให้การส่งต่อข้อมูลดูแนบเนียนและตรวจสอบได้ยากขึ้น

ข้อมูลประเภทใดบ้างที่ถูกแบ่งปันผ่านศูนย์เหล่านี้?

ข้อมูลมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานอย่างป้ายทะเบียนรถและบันทึกจากกรมขนส่ง ไปจนถึงข้อมูลละเอียดอ่อน เช่น บันทึกจากสถานศึกษา คลินิก และการใช้ระบบจดจำใบหน้าในพื้นที่สาธารณะ

ทำไมการใช้ Fusion Centers ถึงเป็นอันตรายต่อคนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้อพยพ?

เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานในการสอดแนมถูกสร้างขึ้นและใช้งานได้จริง มันสามารถถูกเปลี่ยนเป้าหมาย (Repurpose) ไปใช้ติดตามหรือตรวจสอบกลุ่มคนกลุ่มใดก็ได้ในอนาคต ตามความต้องการทางการเมืองหรือนโยบายความมั่นคงที่เปลี่ยนไป

ประสิทธิภาพของ Fusion Centers ในการต่อต้านการก่อการร้ายเป็นอย่างไร?

จากรายงานและคำให้การของเจ้าหน้าที่ DHS เอง พบว่าศูนย์เหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการยับยั้งการก่อการร้ายในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ และมักผลิตข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพ