Flywheel ปฏิวัติวงการแท็กซี่ด้วย TaxiOS เปลี่ยนมิเตอร์แบบเก่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว
ในสมรภูมิการแข่งขันของบริการรถรับจ้างที่ดุเดือด Flywheel บริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่ (e-hail) ได้ประกาศรุกคืบครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว TaxiOS ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อล้างบางอุปกรณ์ล้าสมัยภายในรถแท็กซี่ โดยการรวมเอาฟังก์ชันของมิเตอร์วัดค่าโดยสาร, ระบบนำทาง และเครื่องรูดบัตรเครดิตที่เคยแยกส่วนกัน ให้มาอยู่ในสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อระบบคลาวด์เพียงเครื่องเดียว
ปัจจุบัน Flywheel ได้เริ่มทดลองใช้ระบบนี้กับรถแท็กซี่ประมาณ 50 คันในซานฟรานซิสโก ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานขนส่งมวลชนของเมือง (Municipal Transportation Agency) นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายที่จะขยายเข้าสู่ตลาดนิวยอร์กซิตี้ โดยกำลังยื่นคำขอต่อคณะกรรมการแท็กซี่และรถลิมูซีน (Taxi and Limousine Commission หรือ TLC) เพื่อให้ TaxiOS กลายเป็นมิเตอร์เสมือน (Virtual Meter) รายแรกของเมือง
ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้เพื่อสู้กับยักษ์ใหญ่ Silicon Valley
Rakesh Mathur ซีอีโอของ Flywheel ระบุว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในแท็กซี่ปัจจุบันนั้นล้าสมัยจนเหมือนย้อนเวลากลับไปในยุคคอมพิวเตอร์ DOS ซึ่งไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคในปี 2015 ที่ต้องการความสะดวกสบายและคุณภาพการบริการที่ทันสมัย การรวมทุกอย่างไว้ในอุปกรณ์เดียวจะช่วยให้แท็กซี่สามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมได้ทัดเทียมกับมาตรฐานโลก
แม้ว่าในปัจจุบัน Uber และ Lyft จะครองตลาดรถยนต์ส่วนบุคคลและรถรับจ้าง แต่รถแท็กซี่สีเหลือง (Yellow Cab) ยังคงมีความได้เปรียบในเรื่องของอัตราค่าโดยสารตามมิเตอร์และสิทธิ์ในการรับผู้โดยสารริมถนน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสถิติชี้ให้เห็นว่าส่วนแบ่งการตลาดกำลังถูกแย่งชิง โดยในนิวยอร์กซิตี้ จำนวนเที่ยววิ่งของ Uber เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่จำนวนเที่ยววิ่งของแท็กซี่สีเหลืองในเดือนมิถุนายนลดลงถึง 11%
การทลายผูกขาดทางเทคโนโลยี
เดิมทีระบบเทคโนโลยีในรถแท็กซี่ถูกควบคุมโดยบริษัทใหญ่สองแห่งคือ Creative Mobile Technologies (CMT) และ Verifone Systems ซึ่งครองตลาดเกือบทั้งหมดในนิวยอร์ก โดยทั้งสองบริษัทสร้างรายได้จากการหักค่าธรรมเนียมการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและค่าโฆษณาบนหน้าจอทีวีในรถ แต่เมื่อ TLC อนุมัติโครงการนำร่องให้ยกเลิกหน้าจอเหล่านี้ จึงกลายเป็นโอกาสทองให้ Flywheel เข้ามาแทรกแซงด้วยเทคโนโลยีที่คล่องตัวกว่า
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ระบบดั้งเดิม (CMT / Verifone) | TaxiOS (Flywheel) |
|---|---|---|
| อุปกรณ์ที่ใช้ | มิเตอร์, GPS, เครื่องรูดบัตร (แยกกัน) | สมาร์ทโฟนเครื่องเดียว |
| การเชื่อมต่อ | ระบบปิด/กึ่งดิจิทัล | ระบบคลาวด์ (Cloud-enabled) |
| ประสบการณ์ผู้ใช้ | ซับซ้อนและล้าสมัย | ทันสมัยและลื่นไหล |
| การจัดการข้อมูล | แยกส่วนตามอุปกรณ์ | รวมศูนย์ในอุปกรณ์เดียว |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- TaxiOS รวมมิเตอร์, การจ่ายเงิน, การนำทาง และการส่งงานไว้ในสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว
- ตลาดเป้าหมาย: เริ่มต้นที่ซานฟรานซิสโก และกำลังรุกเข้าสู่นิวยอร์กซิตี้ ซึ่งเป็นตลาดแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
- คู่แข่งทางตรง: Uber และ Lyft ในด้านบริการ, และ CMT กับ Verifone ในด้านเทคโนโลยีอุปกรณ์
- จุดขายหลัก: การไม่มีราคาแบบ Surge Pricing (ราคาพุ่งสูงตามความต้องการ) ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ Uber
การตอบโต้จากเจ้าตลาดเดิม
ทางด้าน CMT และ Verifone ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการรุกรานนี้ โดย CMT มองว่าผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งรายใหม่อาจเป็นเพียงสินค้าคุณภาพต่ำที่ขาดความเสถียร ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ Verifone แย้งว่าแม้แนวคิดของ Flywheel จะดี แต่ยังขาดความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบของแท็กซี่และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเจ้าของกองรถและเจ้าหน้าที่เมือง
เพื่อตอบโต้ ทั้งสองบริษัทได้เปิดตัวแอปพลิเคชันของตนเอง ได้แก่ Arro โดย CMT และ Way2Ride โดย Verifone ซึ่งทั้งคู่ชูจุดเด่นเรื่องการไม่มีราคา Surge Pricing เช่นเดียวกับ Flywheel เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานที่เบื่อหน่ายกับระบบราคาของ Uber
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือการปรับตัวทางเทคโนโลยีของวงการแท็กซี่ในครั้งนี้จะสายเกินไปหรือไม่ เพราะ Uber ได้สร้างเครือข่ายครอบคลุมถึง 3 ใน 4 ของประชากรในสหรัฐฯ ไปแล้ว และยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดแม้จะมีข้อพิพาททางกฎหมายในหลายเมือง
คำถามที่พบบ่อย
TaxiOS คืออะไร?
คือระบบปฏิบัติการสำหรับรถแท็กซี่ที่เปลี่ยนอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น มิเตอร์วัดค่าโดยสาร เครื่องรูดบัตร และระบบนำทาง ให้มาทำงานร่วมกันบนสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวผ่านระบบคลาวด์
Flywheel แตกต่างจาก Uber และ Lyft อย่างไร?
Flywheel เน้นการทำงานร่วมกับรถแท็กซี่ดั้งเดิม (เช่น แท็กซี่สีเหลือง) และชูจุดเด่นเรื่องการไม่มีการปรับราคาขึ้นสูงตามความต้องการ (No Surge Pricing) ซึ่งต่างจากโมเดลราคาของ Uber
ปัจจุบัน TaxiOS ใช้งานที่ไหนได้บ้าง?
มีการใช้งานในโครงการนำร่องที่เมืองซานฟรานซิสโก และกำลังอยู่ในขั้นตอนขออนุญาตเพื่อเริ่มใช้งานในนิวยอร์กซิตี้
ทำไมการเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนถึงสำคัญต่อคนขับแท็กซี่?
เพราะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการอุปกรณ์หลายชิ้นในรถ เพิ่มประสิทธิภาพในการนำทาง และทำให้การรับชำระเงินมีความรวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น
บริษัทเทคโนโลยีเดิมอย่าง CMT และ Verifone มีท่าทีอย่างไร?
ทั้งสองบริษัทมองว่าระบบของ Flywheel ยังไม่สมบูรณ์และขาดประสบการณ์ด้านกฎระเบียบ พร้อมทั้งได้ออกแอปพลิเคชัน Arro และ Way2Ride เพื่อแข่งขันในตลาด e-hail เช่นกัน



