FlexID ใช้เทคโนโลยี Algorand สร้างระบบระบุตัวตนดิจิทัลเพื่อช่วยกลุ่มคนเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในแอฟริกา

ในขณะที่โลกส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับความผันผวนของราคาคริปโตเคอร์เรนซี แต่สตาร์ทอัพอย่าง FlexID กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยี Distributed Ledger Technology (DLT) หรือเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นที่สำคัญกว่า โดยเฉพาะการสร้างระบบบันทึกตัวตนที่น่าเชื่อถือโดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานกลาง

FlexID สตาร์ทอัพจากประเทศซิมบับเว มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาให้แก่กลุ่มคนที่ถูกตัดขาดจากระบบธนาคารเนื่องจากขาดเอกสารยืนยันตัวตน ด้วยการสร้างระบบระบุตัวตนบนบล็อกเชน ซึ่งวิสัยทัศน์นี้ทำให้พวกเขาได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Algorand โปรโตคอลบล็อกเชนที่ก่อตั้งโดย Silvio Micali นักวิทยาการรหัสลับเจ้าของรางวัล Turing Award แม้จะไม่มีการเปิดเผยจำนวนเงินลงทุนอย่างเป็นทางการก็ตาม

วิกฤตการเข้าถึงบริการทางการเงินในแอฟริกา

แม้ว่าประเทศในทวีปแอฟริกาจะมีความพยายามในการผลักดัน Financial Inclusion หรือการสร้างโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง แต่ความท้าทายยังคงมีอยู่มาก ข้อมูลจากธนาคารโลกในปี 2021 ระบุว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ในภูมิภาคซับซาฮาราแอฟริกากว่า 60% ยังคงไม่มีบัญชีธนาคาร

สำหรับซิมบับเว สถานการณ์ในอดีตยิ่งรุนแรงกว่า โดยในปี 2014 มีผู้ใหญ่เพียง 30% ที่เข้าถึงบริการทางการเงิน และในปี 2016 มีจำนวนบัญชีธนาคารเพียง 1.5 ล้านบัญชีเท่านั้น แม้ว่ารัฐบาลซิมบับเวจะดำเนินโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินในช่วงปี 2016-2020 จนทำให้สัดส่วนผู้เข้าถึงบริการเพิ่มขึ้นเป็น 55% และมีบัญชีธนาคารเพิ่มเป็น 8.5 ล้านบัญชีในปี 2020 แต่เป้าหมายสูงสุดยังคงห่างไกล

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินเป็นเรื่องยาก คือการขาดความเชื่อมั่นในระบบธนาคาร การไม่ทราบถึงบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ และที่สำคัญที่สุดคือ การขาดเอกสารระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปทั้งในซิมบับเวและตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ทั่วโลก

นวัตกรรม Self-Sovereign Identity (SSI) โดย FlexID

เพื่อแก้ปัญหานี้ FlexID ได้นำเสนอแพลตฟอร์ม Self-Sovereign Identity (SSI) หรือการระบุตัวตนแบบอธิปไตยตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางแบบกระจายศูนย์ที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานเป็นเจ้าของและควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งแตกต่างจากโซลูชันของคู่แข่งในแอฟริกาอย่าง Smile Identity, Identitypass หรือ Dojah ที่ยังคงใช้ระบบรวมศูนย์

Tage Kene-Okafor

Victor Mapunga ผู้ก่อตั้ง FlexID เริ่มต้นธุรกิจนี้ในปี 2018 จากความอัดอั้นต่อข้อจำกัดของระบบธนาคาร โดยระบบของ FlexID จะมอบ Blockchain Wallet (กระเป๋าเงินดิจิทัลบนบล็อกเชน) ให้แก่ผู้ใช้เพื่อจัดเก็บเอกสารรับรองที่สามารถตรวจสอบได้ โดยการตรวจสอบความถูกต้องจะเกิดขึ้นบนเครือข่ายของ Algorand ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการแก้ปัญหา Blockchain Trilemma หรือการสร้างสมดุลระหว่าง ความปลอดภัย (Security), การขยายตัว (Scalability) และการกระจายศูนย์ (Decentralization)

นอกจากนี้ FlexID ยังมีแผนที่จะเชื่อมต่อกับ dApps (Decentralized Applications) หรือแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์อื่นๆ บนเครือข่าย Algorand เพื่อขยายขีดความสามารถในการใช้งาน

ภาพรวมของ Fintech และบล็อกเชนในแอฟริกา

การลงทุนใน FlexID สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการเติบโตของสตาร์ทอัพบล็อกเชนในแอฟริกา โดยในปี 2021 มีสตาร์ทอัพกว่า 40 แห่งระดมทุนได้รวมกันถึง 127 ล้านดอลลาร์ และในปีถัดมายังมีการลงทุนที่น่าจับตามอง เช่น Mara ที่ระดมทุนรอบ Seed Round ได้ถึง 23 ล้านดอลลาร์ จากยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase และ FTX

ในภาพรวม โซลูชันของ FlexID จัดอยู่ในกลุ่ม Fintech (เทคโนโลยีทางการเงิน) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดการพึ่งพาเงินสด ลดค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านคริปโต และทลายกำแพงในการเปิดบัญชีธนาคารด้วยการใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเอกสารยืนยันตัวตนในระดับทวีป

Rita Liao
สรุปข้อมูลสำคัญของ FlexID และการสนับสนุนจาก Algorand
หัวข้อ รายละเอียด
ผู้ก่อตั้ง Victor Mapunga (ก่อตั้งปี 2018)
เทคโนโลยีหลัก Self-Sovereign Identity (SSI) บน Algorand Blockchain
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ไม่มีเอกสารระบุตัวตนและเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unbanked)
จุดเด่น ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลตนเองได้ (Decentralized) ไม่ผ่านตัวกลาง
เป้าหมายการขยายตัว ตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรกว่า 1 พันล้านคนขาดเอกสารระบุตัวตน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ปัญหาหลัก: ประชากรวัยผู้ใหญ่ในซับซาฮาราแอฟริกากว่า 60% เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (ข้อมูลปี 2021)
  • แนวทางแก้ไข: ใช้ระบบ SSI เพื่อให้ผู้ใช้ถือครองข้อมูลระบุตัวตนเองผ่าน Blockchain Wallet
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ใช้เครือข่าย Algorand เพื่อความปลอดภัย การขยายตัว และการกระจายศูนย์
  • ผลกระทบ: ช่วยลดอุปสรรคในการเปิดบัญชีธนาคารและลดการพึ่งพาเงินสดในตลาดเกิดใหม่

คำถามที่พบบ่อย

Self-Sovereign Identity (SSI) คืออะไร?

คือระบบการระบุตัวตนแบบดิจิทัลที่ให้ผู้ใช้งานเป็นเจ้าของและควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองโดยสมบูรณ์ โดยไม่ต้องพึ่งพาหน่วยงานกลางในการจัดเก็บหรืออนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล

ทำไม FlexID ถึงเลือกใช้ Algorand?

เพราะ Algorand สามารถแก้ปัญหา Blockchain Trilemma ได้ ซึ่งหมายถึงการมีระบบที่มีทั้งความปลอดภัยสูง สามารถรองรับธุรกรรมจำนวนมากได้ (Scalability) และมีความเป็นกระจายศูนย์อย่างแท้จริง

กลุ่ม Unbanked คือใคร และทำไมถึงเป็นปัญหา?

คือกลุ่มคนที่ไม่มีบัญชีธนาคารหรือเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินพื้นฐาน ซึ่งมักเกิดจากการขาดเอกสารระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ ทำให้ไม่สามารถกู้ยืมเงิน ออมเงิน หรือทำธุรกรรมทางการเงินที่ปลอดภัยได้

FlexID แตกต่างจากผู้ให้บริการระบุตัวตนรายอื่นในแอฟริกาอย่างไร?

ในขณะที่รายอื่น เช่น Smile Identity หรือ Dojah ใช้ระบบรวมศูนย์ (Centralized) แต่ FlexID ใช้ระบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ซึ่งมอบอำนาจการควบคุมข้อมูลกลับคืนสู่ตัวผู้ใช้งาน

เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริม Financial Inclusion ได้อย่างไร?

เมื่อผู้ที่ไม่มีเอกสารทางราชการสามารถมีตัวตนดิจิทัลที่ตรวจสอบได้บนบล็อกเชน พวกเขาจะสามารถใช้ตัวตนนี้ในการเปิดบัญชีธนาคารหรือเข้าถึงบริการ Fintech อื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ลดอุปสรรคด้านเอกสารที่เคยเป็นปัญหาหลัก