Bento แพลตฟอร์มจัดการเงินเดือนดิจิทัลจากไนจีเรีย รุกตลาดแอฟริกา ขยายบริการสู่เคนยา รวันดา และกานา
Bento สตาร์ทอัพผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดการเงินเดือนและบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management - HRM) แบบดิจิทัลจากประเทศไนจีเรีย ประกาศเดินหน้าขยายฐานการดำเนินงานเข้าสู่ประเทศกานา เคนยา และรวันดา พร้อมตั้งเป้าหมายเชิงรุกที่จะเข้าสู่ตลาดในแอฟริกาอีก 6 ประเทศภายในปี 2022
สำหรับแผนการเติบโตในระยะถัดไป Bento เล็งเป้าหมายไปที่ประเทศอียิปต์ แอฟริกาใต้ ยูกันดา แทนซาเนีย แองโกลา และเอธิโอเปีย โดยมีกำหนดการเริ่มดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีหน้า
พลิกโฉมการจ่ายเงินเดือนจากระบบแอนะล็อกสู่ดิจิทัล
ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 Bento เข้ามาแก้ปัญหาในตลาดการจัดการเงินเดือนและ HR ของแอฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพากระบวนการแบบ แอนะล็อก (Analog) หรือการทำงานด้วยมือที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน โดยแพลตฟอร์มของ Bento จะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติในการจ่ายเงินเดือน รวมถึงการนำส่งเงินสมทบตามกฎหมาย เช่น ภาษีและเงินบำนาญ
Ebun Okubanjo ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Bento ระบุว่า การที่หลายบริษัทในแอฟริกายังขาดเครื่องมือ HRM และการจัดการเงินเดือนระดับโลกที่ปรับให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำคัญ โดย Bento มุ่งหวังที่จะสร้าง "ระบบปฏิบัติการ" ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อคุณภาพชีวิตของคนทำงานทั่วทวีป เนื่องจากเงินเดือนคือปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนชีวิต
ก้าวสู่ Salary 2.0 และบริการทางการเงินครบวงจร
Bento ไม่ได้หยุดเพียงแค่การเป็นเครื่องมือจ่ายเงินเดือน แต่กำลังมุ่งหน้าสู่แนวคิด Salary 2.0 ซึ่งเป็นการนิยามความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตใหม่ โดยการนำข้อมูลมาต่อยอดเพื่อให้บริการด้านสินเชื่อแก่พนักงานผ่านระบบ Credit Engine ที่พัฒนาขึ้นร่วมกับ Tarya จากประเทศอิสราเอล ทำให้สามารถอนุมัติเงินกู้ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีแผนขยายบริการไปยังด้านประกันการว่างงาน การออม และการลงทุน
ปัจจุบันในไนจีเรีย Bento ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจกว่า 900 แห่ง ครอบคลุมทั้งกลุ่มการเงินและสุขภาพ เช่น Hygeia และ Tangerine Africa รวมถึงสตาร์ทอัพชื่อดังที่ได้รับการสนับสนุนจาก Y Combinator อย่าง Paystack, Kobo360, Branch และ LORI Systems
การแข่งขันในตลาด HRM ของแอฟริกา
การขยายตัวของ Bento เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับ Workpay สตาร์ทอัพจากไนโรบีที่เพิ่งรุกเข้าสู่ตลาดไนจีเรียเพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในแอฟริกาตะวันตก โดย Workpay ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Google สามารถรองรับการจ่ายเงินได้ถึง 15 สกุลเงิน และช่วยให้บริษัทต่างๆ จ้างงานในแอฟริกาได้อย่างถูกกฎหมายโดยไม่ต้องจัดตั้งนิติบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 400 บริษัท
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Bento | Workpay |
|---|---|---|
| ประเทศต้นกำเนิด | ไนจีเรีย | เคนยา (ไนโรบี) |
| ตลาดที่ขยายไป | กานา, เคนยา, รวันดา (และอีก 6 ประเทศในอนาคต) | ไนจีเรีย |
| จำนวนธุรกิจที่รองรับ | มากกว่า 900 แห่ง (ในไนจีเรีย) | 400 แห่ง |
| จุดเด่นสำคัญ | ระบบ Credit Engine สำหรับเงินกู้ทันที และ Salary 2.0 | รองรับ 15 สกุลเงิน และการจ้างงานข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องตั้งบริษัท |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Bento ก่อตั้งในปี 2019 มุ่งเน้นการเปลี่ยนระบบจ่ายเงินเดือนจากแอนะล็อกเป็นอัตโนมัติ
- เป้าหมายการขยายตัว: เริ่มจากกานา เคนยา รวันดา และจะเพิ่มอีก 6 ประเทศ เช่น อียิปต์ และแอฟริกาใต้ ภายในปี 2022
- นวัตกรรมทางการเงิน: ร่วมมือกับ Tarya พัฒนาระบบอนุมัติสินเชื่อทันทีสำหรับพนักงาน
- วิสัยทัศน์: พัฒนาสู่ Salary 2.0 เพื่อเปลี่ยนวิธีการหาเงิน ใช้เงิน และกู้ยืมของคนในแอฟริกา
คำถามที่พบบ่อย
Bento คือแพลตฟอร์มเกี่ยวกับอะไร?
Bento เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับจัดการเงินเดือน (Payroll) และบริหารทรัพยากรบุคคล (HRM) ที่ช่วยให้บริษัทต่างๆ เปลี่ยนจากการทำงานด้วยมือมาเป็นระบบอัตโนมัติ รวมถึงจัดการเรื่องภาษีและเงินบำนาญ
เป้าหมายการขยายตลาดของ Bento ในแอฟริกาเป็นอย่างไร?
Bento เริ่มขยายบริการไปยังกานา เคนยา และรวันดา และมีแผนจะเข้าสู่ตลาดในอียิปต์ แอฟริกาใต้ ยูกันดา แทนซาเนีย แองโกลา และเอธิโอเปีย ภายในสิ้นปี 2022
Salary 2.0 ที่ Bento กล่าวถึงคืออะไร?
คือแนวคิดการยกระดับการจัดการเงินเดือนให้มากกว่าแค่การจ่ายค่าจ้าง แต่เป็นการเชื่อมโยงการทำงานเข้ากับการใช้ชีวิต โดยนำข้อมูลมาสร้างบริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อด่วน การออม และการลงทุน
Bento แตกต่างจาก Workpay อย่างไร?
Bento เน้นการสร้างระบบนิเวศทางการเงิน (Salary 2.0) และการให้สินเชื่อพนักงาน ในขณะที่ Workpay โดดเด่นเรื่องการรองรับหลายสกุลเงินและการช่วยให้บริษัทจ้างงานในแอฟริกาได้โดยไม่ต้องจดทะเบียนบริษัทในท้องถิ่น
ใครคือกลุ่มลูกค้าหลักของ Bento ในปัจจุบัน?
ในไนจีเรีย Bento ให้บริการธุรกิจกว่า 900 แห่ง รวมถึงบริษัทด้านสุขภาพ การเงิน และสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจาก Y Combinator เช่น Paystack และ Kobo360



