Evernote ถูกปลดพนักงาน 129 ตำแหน่ง หลัง Bending Spoons เข้าซื้อกิจการ
Evernote แอปพลิเคชันยอดนิยมสำหรับการจดบันทึกและจัดการงาน กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใต้การบริหารของ Bending Spoons บริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันจากเมืองมิลาน ซึ่งได้ตัดสินใจปรับลดจำนวนพนักงานครั้งสำคัญเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความยั่งยืนมากขึ้น
เหตุการณ์การเลิกจ้างครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ โดยมีพนักงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 129 คน ซึ่งทางโฆษกของ Evernote ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าวกับ TechCrunch พร้อมระบุว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากแต่จำเป็น เพื่อให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากที่ผ่านมา Evernote ประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปีจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมได้ในระยะยาว
ผลกระทบต่อโครงสร้างองค์กร
แม้ทางบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าแผนกใดบ้างที่ถูกตัดลด แต่ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม LinkedIn และ Blind บ่งชี้ว่าการปลดพนักงานครั้งนี้ครอบคลุมเกือบทุกส่วนงานหลักของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นทีมออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design), ทีมวิศวกรรม (Engineering), ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR), ฝ่ายขาย, ฝ่ายบริการลูกค้า รวมถึงฝ่ายการตลาด
หากย้อนดูประวัติของ Evernote จะพบว่าบริษัทเคยผ่านช่วงเวลาที่ผันผวนมาแล้วหลายครั้ง โดยเคยมีการปลดพนักงานครั้งใหญ่ในปี 2015 และ 2018 ซึ่งในปีหลังนั้นยังมีการลาออกของกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ทั้งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค (CTO), ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO), ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) และหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องรายปี หรือ Annual Recurring Revenue (ARR) ได้สูงถึง 100 ล้านดอลลาร์
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนพนักงานที่ถูกปลด | 129 คน |
| วันที่ดำเนินการ | 17 กุมภาพันธ์ |
| บริษัทแม่ผู้สั่งการ | Bending Spoons |
| สาเหตุหลัก | ปัญหาการขาดทุนสะสมและความไม่ยั่งยืนทางการเงิน |
| แผนกที่ได้รับผลกระทบ | วิศวกรรม, ออกแบบ, HR, ขาย, การตลาด และบริการลูกค้า |
วิเคราะห์สาเหตุเบื้องหลังการตัดสินใจ
เป็นที่น่าสังเกตว่า Bending Spoons ไม่ได้ประสบปัญหาด้านสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากเพิ่งปิดรอบระดมทุนได้ถึง 340 ล้านดอลลาร์ และมีรายได้ ARR ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ดังนั้น การลดพนักงานครั้งนี้จึงน่าจะเป็นกลยุทธ์ในการผลักดันให้ Evernote กลับมาทำกำไรโดยเร็ว เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ให้กับเหล่านักลงทุน
นอกจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญคือความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง แม้จะมีรายได้สูง แต่ Evernote กลับตามหลังคู่แข่งอย่าง Notion ในด้านการพัฒนาฟีเจอร์ โดยเฉพาะระบบการทำงานร่วมกัน (Collaboration) เนื่องจาก Evernote ยังคงยึดติดกับโมเดล Freemium (รูปแบบการให้บริการฟรีในฟังก์ชันพื้นฐานและเก็บค่าบริการสำหรับฟังก์ชันขั้นสูง) ที่เน้นกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปเป็นหลัก แทนที่จะปรับตัวเข้าสู่ตลาดองค์กรอย่างเต็มตัว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Bending Spoons ปลดพนักงาน Evernote 129 คน เพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนเรื้อรัง
- การเลิกจ้างครอบคลุมหลายแผนก ตั้งแต่ฝ่ายเทคนิคไปจนถึงฝ่ายสนับสนุนลูกค้า
- Evernote มีรายได้ ARR อยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปีหลัง แต่ยังขาดทุนในภาพรวม
- Bending Spoons มีสถานะทางการเงินแข็งแกร่งจากการระดมทุน 340 ล้านดอลลาร์
- ความล้มเหลวในการพัฒนาฟีเจอร์การทำงานร่วมกันทำให้ Evernote เสียเปรียบ Notion
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Bending Spoons ถึงปลดพนักงานทั้งที่มีเงินทุนสูง?
การปลดพนักงานไม่ใช่เรื่องของสภาพคล่อง แต่เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างกำไร (Profitability) และให้เกิดผลตอบแทนจากการลงทุนที่รวดเร็วขึ้นตามความต้องการของนักลงทุน
โมเดล Freemium ของ Evernote คืออะไร?
คือรูปแบบธุรกิจที่เปิดให้ผู้ใช้ใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานได้ฟรี แต่หากต้องการใช้เครื่องมือระดับสูงหรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้น จะต้องชำระค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี
Evernote พลาดจุดไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Notion?
Evernote เน้นการใช้งานส่วนบุคคลเป็นหลัก ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Notion พัฒนาฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งเป็นที่ต้องการมากกว่าในตลาดปัจจุบัน
การปลดพนักงานครั้งนี้ส่งผลต่อผู้ใช้งานทั่วไปหรือไม่?
ในเบื้องต้นเป็นการปรับลดบุคลากรภายในเพื่อลดค่าใช้จ่ายและปรับโครงสร้างบริหารจัดการ ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าส่งผลกระทบต่อการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของผู้ใช้โดยตรง


