Connect Money ระดมทุน 8 ล้านดอลลาร์ ปฏิวัติวงการ BaaS ให้ธุรกิจทั่วไปให้บริการทางการเงินได้
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญ Banking-as-a-Service (BaaS) หรือบริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้ธุรกิจที่ไม่ได้เป็นธนาคารสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ลูกค้าได้โดยตรง โดยไม่ต้องเผชิญกับความยุ่งยากในการสร้างระบบไอทีขึ้นมาเอง หรือต้องเสียเวลาดำเนินการขอใบอนุญาตทางกฎหมายที่ซับซ้อน
ล่าสุด Connect Money สตาร์ทอัพฟินเทคจากประเทศอียิปต์ ได้ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Seed Funding เป็นจำนวนเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม BaaS และรุกตลาดในแอฟริกา ซึ่งนำโดยกลุ่มนักลงทุนชั้นนำอย่าง DisrupTech Ventures, Algebra Ventures และ Lorax Capital Partners พร้อมด้วยการสนับสนุนจาก One Stop Capital และ MDP
พลิกโฉมธุรกิจด้วย Embedded Finance
หัวใจสำคัญของ Connect Money คือการนำเสนอ Embedded Finance หรือการเงินแบบฝังตัว ซึ่งเป็นการนำบริการทางการเงินเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้งานในธุรกิจอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น บริษัทการค้าสามารถออกบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตแบบ White-label (การสร้างผลิตภัณฑ์ที่บริษัทอื่นผลิตแต่ติดตราสินค้าของตนเอง) ให้กับลูกค้า เพื่อใช้ในการชำระเงินหรือเข้าถึงวงเงินสินเชื่อได้ทันที
Ayman Essawy ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง ระบุว่าเป้าหมายของบริษัทคือการสร้าง One-stop shop ที่ช่วยให้ทั้งธุรกิจดั้งเดิมและธุรกิจดิจิทัลสามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเสมือนธนาคารสำหรับลูกค้าได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความผูกพันของลูกค้า (Customer Stickiness) โดยที่ธุรกิจไม่ต้องลงทุนมหาศาลในด้าน CapEx (รายจ่ายเพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร) แต่เปลี่ยนมาใช้รูปแบบการจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนต่อบัตรแทน
โอกาสและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
- ภาคการเกษตร: บริษัทในห่วงโซ่อุปทานสามารถออกบัตรให้เกษตรกร เพื่อใช้เป็นช่องทางรับเงินและเข้าถึงบริการทางการเงิน
- การบริหารกระแสเงินสด: ธุรกิจที่มีรอบการชำระเงินยาวนานและมีต้นทุนสูง สามารถใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อทำการจ่ายเงินและโอนเงินได้ทันที
- โปรแกรมสะสมคะแนน: ธุรกิจสามารถฝังระบบ Loyalty Program ลงในบัตร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้า
- การให้สินเชื่อ: ผู้ให้กู้สามารถเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานสู่ระบบดิจิทัลเพื่อให้บริการสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ Connect Money ยังให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การออกบัตร, ระบบ KYC (Know Your Customer หรือกระบวนการพิสูจน์ตัวตนลูกค้า), การสนับสนุนลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- มูลค่าการระดมทุน: 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรอบ Seed Funding
- ตลาดเป้าหมาย: เริ่มต้นที่อียิปต์ และมีแผนขยายสู่โมร็อกโกและเคนยา
- การเติบโตของตลาด BaaS: คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 2.26 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 2032 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 19.3%
- ผู้ก่อตั้ง: Ayman Essawy (CEO), Wadi Jalil (CTO) และ Abdelaziz Sarhan (COO)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| รูปแบบบริการ | Banking-as-a-Service (BaaS) และ Embedded Finance |
| ผลิตภัณฑ์หลัก | White-label Debit & Credit Cards |
| บริการเสริม | KYC, Mobile App Development, Customer Support |
| โมเดลรายได้ | ค่าสมาชิกรายเดือนต่อบัตร (Subscription per-card per-month) |
การก้าวเข้ามาของ Connect Money ทำให้ภาพรวมของฟินเทคในแอฟริกาคึกคักยิ่งขึ้น โดยร่วมกับผู้เล่นรายอื่นอย่าง Anchor, Maplerad และ Bloc จากไนจีเรีย ในการผลักดันให้บริการทางการเงินเข้าถึงผู้คนในวงกว้างผ่านการปรับแต่งบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม

คำถามที่พบบ่อย
BaaS คืออะไรและช่วยธุรกิจได้อย่างไร?
BaaS หรือ Banking-as-a-Service คือแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารสามารถนำเสนอบริการทางการเงิน เช่น การออกบัตร หรือการโอนเงิน ได้โดยไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคเองและไม่ต้องขอใบอนุญาตธนาคารด้วยตนเอง
Embedded Finance แตกต่างจากบริการธนาคารทั่วไปอย่างไร?
Embedded Finance คือการนำบริการทางการเงินไป "ฝัง" ไว้ในขั้นตอนการใช้งานของธุรกิจอื่น ทำให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ทันทีในแอปพลิเคชันหรือบริการที่กำลังใช้งานอยู่ โดยไม่ต้องสลับไปใช้แอปฯ ธนาคารแยกต่างหาก
Connect Money มีแผนจะขยายธุรกิจไปที่ไหนบ้าง?
ปัจจุบัน Connect Money ดำเนินการในอียิปต์ และมีแผนที่จะขยายการให้บริการไปยังตลาดอื่น ๆ ในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะในประเทศโมร็อกโกและเคนยา
ธุรกิจขนาดเล็กสามารถใช้บริการของ Connect Money ได้หรือไม่?
ได้ เนื่องจากโมเดลธุรกิจเป็นแบบจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนต่อบัตร ทำให้ธุรกิจไม่ต้องลงทุนเงินก้อนใหญ่ (CapEx) ในการสร้างระบบเอง จึงช่วยลดอุปสรรคด้านต้นทุนสำหรับธุรกิจทุกขนาด
White-label Card คืออะไร?
คือบัตรที่ถูกสร้างและบริหารจัดการโดยผู้ให้บริการ (ในที่นี้คือ Connect Money) แต่บนหน้าบัตรและในระบบจะแสดงเป็นแบรนด์ของบริษัทลูกค้า ทำให้บริษัทนั้น ๆ สามารถสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้ให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าของตนได้



