CBP ยกเลิกนโยบายคุ้มครองกลุ่มเปราะบางในสถานกักตัว สร้างความกังวลด้านมนุษยธรรม

หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ หรือ CBP (US Customs and Border Protection) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ดำเนินการยกเลิกนโยบายภายในหลายฉบับที่เคยถูกออกแบบมาเพื่อดูแลกลุ่มคนเปราะบางที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสตรีมีครรภ์ ทารก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

การเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏในบันทึกข้อความลงวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งลงนามโดยรักษาการผู้บัญชาการ Pete Flores โดยเป็นการยกเลิกนโยบาย 4 ฉบับที่ประกาศใช้ในสมัยรัฐบาลไบเดนตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนโยบายเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขความล้มเหลวในการดูแลผู้ถูกกักตัวที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งในอดีตเคยนำไปสู่เหตุการณ์สูญเสียชีวิต

เหตุผลการยกเลิกและผลกระทบที่เกิดขึ้น

ทาง CBP ให้เหตุผลในการยกเลิกนโยบายที่ชื่อว่า Rescission of Legacy Policies Related to Care and Custody โดยระบุว่าข้อกำหนดเดิมนั้น "ล้าสมัย" และ "ไม่สอดคล้อง" กับลำดับความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บันทึกฉบับนี้ถูกส่งเวียนภายในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น โดยไม่มีการประกาศให้สาธารณชนทราบอย่างเป็นทางการ

นโยบายที่ถูกยกเลิกไปนั้นครอบคลุมมาตรฐานการดูแลที่จำเป็นอย่างยิ่ง เช่น การจัดหาอาหารและน้ำสำหรับสตรีมีครรภ์ การจัดพื้นที่ส่วนตัวสำหรับแม่ที่ต้องให้นมบุตร รวมถึงการสำรองผ้าอ้อมและนมผงที่ยังไม่หมดอายุในสถานกักตัว นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการกับบุคคลกลุ่มเสี่ยงให้เร็วที่สุดเพื่อลดระยะเวลาในการถูกกักตัว

ทางด้าน Sarah Mehta รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการรัฐบาลของ ACLU (American Civil Liberties Union) ได้วิจารณ์การตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็นการสะท้อนถึงวัฒนธรรมที่ขาดความเมตตา และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้ที่เดินทางมาพร้อมกับเด็กเล็ก

วิกฤตการดูแลทางการแพทย์ในสถานกักตัว

ในขณะที่ ICE (Immigration and Customs Enforcement) จะดูแลการกักตัวระยะยาวและการส่งกลับประเทศ แต่ CBP จะเป็นผู้ดูแลในขั้นตอนแรกสุด ซึ่งมักเป็นสถานกักตัวระยะสั้นที่มักถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความแออัดและการดูแลทางการแพทย์ที่ย่ำแย่

รายงานจากคณะกรรมการตุลาการของวุฒิสภาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เผยให้เห็นถึงความล้มเหลวในการดำเนินงานทางการแพทย์ของ CBP ทั้งปัญหาการขาดแคลนบุคลากรอย่างรุนแรง การใช้ระบบบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง และการขาดแนวทางที่ชัดเจนในการรักษาเด็กและสตรีมีครรภ์

โศกนาฏกรรมที่ตอกย้ำปัญหานี้คือการเสียชีวิตของ Anadith Danay Reyes Álvarez เด็กหญิงชาวปานามาวัย 8 ปี ในเดือนพฤษภาคม 2023 ที่สถานกักตัวในเมืองฮาร์ลิงเกน รัฐเท็กซัส โดยเด็กหญิงซึ่งมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจและโรคโลหิตจางชนิดซิกเคิลเซลล์ (Sickle Cell Anemia) ได้ร้องขอความช่วยเหลือพร้อมกับมารดาแต่ถูกละเลย จนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด

Image 6

การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายภายใต้รัฐบาลทรัมป์

วุฒิสมาชิก Dick Durbin ได้แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการขาดความโปร่งใสและความรับผิดชอบ โดยระบุว่าแทนที่รัฐบาลจะแก้ไขข้อผิดพลาด กลับเลือกที่จะยกเลิกนโยบายคุ้มครองผู้เปราะบาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้สำหรับประเทศที่ยึดถือคุณค่าด้านมนุษยธรรม

การพลิกนโยบายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ด้านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการพยายามเพิกถอนสถานะผู้อยู่อาศัยของชาวคิวบา เฮติ นิการากัว และเวเนซุเอลา รวมถึงการยกเลิกนโยบายห้ามจับกุมบุคคลใน "พื้นที่คุ้มครอง" เช่น โรงเรียน สถานปฏิบัติธรรม และโรงพยาบาล

สรุปการเปลี่ยนแปลงนโยบายการกักตัวของ CBP
หัวข้อ นโยบายเดิม (สมัยไบเดน) สถานะปัจจุบัน (สมัยทรัมป์)
การดูแลสตรีมีครรภ์/แม่ลูกอ่อน จัดหาอาหาร น้ำ และพื้นที่ให้นมบุตร ยกเลิกข้อกำหนดเฉพาะ
อุปกรณ์สำหรับทารก ต้องมีผ้าอ้อมและนมผงที่ไม่หมดอายุ ยกเลิกข้อกำหนดเฉพาะ
ระยะเวลาการกักตัว เร่งดำเนินการกลุ่มเสี่ยงเพื่อลดเวลาถูกกักตัว ยกเลิกข้อกำหนดเฉพาะ
พื้นที่คุ้มครอง ห้ามจับกุมในโรงเรียน/โรงพยาบาล/วัด ยกเลิกข้อห้ามดังกล่าว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • CBP ยกเลิกนโยบายคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง 4 ฉบับ โดยอ้างว่าล้าสมัย
  • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สตรีมีครรภ์, ทารก, ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยหนัก
  • ปัญหาเรื้อรัง พบการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และระบบบันทึกข้อมูลที่ล้มเหลวในสถานกักตัว
  • กรณีตัวอย่าง เด็กหญิงวัย 8 ปีเสียชีวิตในสถานกักตัวเนื่องจากไม่ได้รับการรักษาโรคประจำตัว
  • มาตรฐานที่ยังคงอยู่ CBP ระบุว่าจะยังคงปฏิบัติตามมาตรฐาน TEDS และข้อตกลง Flores ที่ดูแลเรื่องสุขอนามัยของเด็ก

คำถามที่พบบ่อย

นโยบายที่ถูกยกเลิกส่งผลกระทบต่อใครบ้าง?

ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถูกกักตัวที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ แม่ที่ต้องให้นมบุตร ทารก ผู้สูงอายุ และบุคคลที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ซึ่งจะสูญเสียมาตรฐานการดูแลเฉพาะทางที่เคยได้รับ

CBP ให้เหตุผลอย่างไรในการยกเลิกนโยบายเหล่านี้?

CBP ระบุในบันทึกภายในว่านโยบายเดิมนั้นล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับลำดับความสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานในปัจจุบัน

ข้อตกลง Flores (Flores Agreement) คืออะไรและยังคงมีผลอยู่หรือไม่?

คือข้อตกลงที่กำหนดให้เด็กที่ถูกกักตัวต้องได้รับที่พักที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ ซึ่งทาง CBP ยืนยันว่ายังคงปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะเคยโต้แย้งในรายละเอียดเรื่องการใช้สบู่หรือการนอนของเด็กก็ตาม

ความแตกต่างระหว่างบทบาทของ CBP และ ICE คืออะไร?

CBP รับผิดชอบการจับกุมและกักตัวในระยะสั้น ณ จุดผ่านแดนเพื่อดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น ส่วน ICE จะรับผิดชอบการกักตัวในระยะยาวและการดำเนินการส่งตัวกลับประเทศ

ทำไมวุฒิสภาถึงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ CBP?

เนื่องจากมีการตรวจพบความบกพร่องในการดูแลทางการแพทย์อย่างรุนแรง การขาดแคลนเจ้าหน้าที่ และการละเลยผู้ป่วยจนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ถูกกักตัว