Casey Goonan กับการตีความ 'การก่อการร้ายในประเทศ' ภายใต้คำสั่ง NSPM-7 ของสหรัฐฯ

กรณีของ Casey Goonan กลายเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในการสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ เมื่อการกระทำที่ดูเหมือนจะเป็นการก่อกวนทางการเมืองทั่วไป ถูกยกระดับให้กลายเป็นคดีก่อการร้ายในประเทศ ซึ่งนำไปสู่บทลงโทษที่รุนแรงและการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานในเรือนจำ

Goonan ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านแอฟริกัน-อเมริกันศึกษา ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 19 ปีครึ่ง และคุมประพฤติต่ออีก 15 ปี จากเหตุการณ์วางเพลิงรถตำรวจในมหาวิทยาลัย UC Berkeley และพยายามโจมตีอาคารรัฐบาลในโอ๊คแลนด์ในช่วงฤดูร้อนปี 2024 แม้ในตอนแรกข้อหาจะไม่มีเรื่องการก่อการร้าย แต่การที่ Goonan ประกาศว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแสดงความสนับสนุนต่อกลุ่ม Hamas และมีความเชื่อแบบ Anarchist (อนาธิปไตย หรือความเชื่อที่ปฏิเสธการมีรัฐบาลและการใช้อำนาจบังคับ) ทำให้พนักงานอัยการยื่นขอให้ศาลตัดสินว่าเขามีเจตนาส่งเสริมการก่อการร้าย

การขยายขอบเขตนิยามการก่อการร้ายผ่าน NSPM-7

คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อทางการเมืองที่สำคัญ โดยเฉพาะการประกาศใช้ National Security Presidential Memorandum 7 (NSPM-7) ซึ่งเป็นคำสั่งบริหารที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่มีแนวคิดต่อต้านฟาสซิสต์ ผู้ที่คัดค้านการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ICE (หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ) รวมถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ระบบทุนนิยมและศาสนาคริสต์ โดยระบุว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็น "ตัวบ่งชี้ของการก่อการร้าย"

สิ่งที่น่ากังวลคือ NSPM-7 ยังเชื่อมโยงเรื่องเชื้อชาติ เพศ และการย้ายถิ่นฐาน เข้ากับแนวโน้มความรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามของ Heritage Foundation ที่ต้องการให้ FBI จัดประเภทความรุนแรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ทางเพศ (Transgender Ideology-Inspired Violent Extremism หรือ TIVE) ให้เป็นการก่อการร้ายในประเทศ ซึ่ง Goonan ผู้ระบุตนเองว่าเป็นคนข้ามเพศ ตกอยู่ในกลุ่มเป้าหมายนี้ด้วย

ทฤษฎีการบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่ง (Radicalization Theory)

Mike German อดีตเจ้าหน้าที่ FBI อธิบายว่า แนวทางนี้ใช้ Radicalization Theory หรือทฤษฎีที่เชื่อว่าบุคคลจะค่อยๆ เปลี่ยนผ่านจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองไปสู่การใช้ความรุนแรงผ่านการรับแนวคิดสุดโต่ง ซึ่งทฤษฎีนี้ถูกนำกลับมาใช้หลังเหตุการณ์ 9/11 เพื่อสร้างความชอบธรรมในการสอดแนมและกำจัด "ความคิดที่เลวร้าย" ออกจากสังคม

German เตือนว่าการใช้กรอบแนวคิดนี้ทำให้รัฐบาลสามารถเลือกเป้าหมายเป็นใครก็ได้ และเปลี่ยนเป้าหมายจากการปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายระดับโลกอย่าง Al Qaeda มาเป็นการควบคุมพลเมืองอเมริกันที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมืองแทน

สรุปประเด็นสำคัญในคดี Casey Goonan และคำสั่ง NSPM-7
หัวข้อ รายละเอียด
บทลงโทษ จำคุก 19.5 ปี และคุมประพฤติ 15 ปี
ข้อหาหลัก การใช้อุปกรณ์จุดไฟ และการส่งเสริมการก่อการร้ายในประเทศ
กลไกทางกฎหมาย NSPM-7 (คำสั่งบริหารที่ระบุตัวบ่งชี้การก่อการร้ายแบบกว้าง)
มาตรการควบคุม การขอส่งตัวไปยังหน่วย CMU (หน่วยจัดการการสื่อสารที่เข้มงวดสูง)

ปัจจัยส่วนบุคคลและข้อโต้แย้งทางกฎหมาย

ในด้านสุขภาพ Goonan มีประวัติป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 และถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) โดยเจ้าตัวระบุในจดหมายถึงผู้พิพากษาว่า การวางเพลิงเกิดจากสภาวะทางจิตที่คลุ้มคลั่งและสิ้นหวัง ไม่ใช่เจตนาในฐานะอาชญากรวางเพลิง

Sarah Potter ทนายความของ Goonan เปิดเผยว่า อัยการพยายามเชื่อมโยงความเชื่อของลูกความให้เข้ากับกลุ่ม Hamas มากขึ้นหลังจากมีการตกลงรับสารภาพ เพื่อให้ได้โทษที่หนักขึ้น และพยายามเข้าถึงข้อมูลการติดต่อระหว่าง Goonan กับ Transgender Law Center (TLC) ซึ่งเป็นองค์กรที่กำลังฟ้องร้องรัฐบาลในประเด็นการดูแลสุขภาพของคนข้ามเพศในเรือนจำ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • NSPM-7 เปลี่ยนจุดเน้นของการปราบปรามการก่อการร้ายจากกลุ่มขวาจัด (เช่น Neo-Nazis) มาเป็นกลุ่มซ้ายจัดและผู้ต่อต้านรัฐบาล
  • CMU (Communications Management Units) เป็นหน่วยคุมขังพิเศษที่จำกัดการสื่อสารอย่างเข้มงวด ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงที่ FCI Cumberland
  • การตีความทางกฎหมาย มีการนำอัตลักษณ์ทางเพศและความเชื่อทางการเมืองมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการระบุว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย"
  • สภาวะทางจิต จำเลยมีประวัติป่วยเป็นโรคไบโพลาร์และเบาหวาน ซึ่งทนายความกังวลว่าการถูกกักตัวในหน่วย CMU จะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

คำถามที่พบบ่อย

NSPM-7 คืออะไรและส่งผลอย่างไร?

คือคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ขยายคำนิยามของ "ตัวบ่งชี้การก่อการร้าย" ให้ครอบคลุมถึงการวิพากษ์วิจารณ์ทุนนิยม ศาสนาคริสต์ หรือการต่อต้านหน่วยงาน ICE ทำให้รัฐบาลสามารถเพ่งเล็งกลุ่มผู้ประท้วงหรือผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองได้ง่ายขึ้น

ทำไมกรณีของ Casey Goonan ถึงถูกมองว่าเป็นการก่อการร้าย?

แม้การกระทำจะเป็นการวางเพลิงทรัพย์สิน แต่การที่ Goonan เขียนสื่อสารว่าทำเพื่อสนับสนุนกลุ่ม Hamas และมีความเชื่อแบบอนาธิปไตย ทำให้รัฐบาลใช้เป็นเหตุผลในการยกระดับข้อหาจากการก่ออาชญากรรมทั่วไปเป็นการก่อการร้ายในประเทศ

หน่วย CMU ในเรือนจำคืออะไร?

คือ Communications Management Units หรือหน่วยจัดการการสื่อสาร เป็นส่วนกักกันพิเศษที่จำกัดการติดต่อกับโลกภายนอกอย่างเข้มงวด ออกแบบมาสำหรับนักโทษที่รัฐบาลมองว่าเป็นกลุ่มสุดโต่งหรือเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ทฤษฎี Radicalization Theory ถูกนำมาใช้ในคดีนี้อย่างไร?

ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างตรรกะว่า ความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่าง (เช่น การสนับสนุนปาเลสไตน์หรืออนาธิปไตย) คือจุดเริ่มต้นของการ "บ่มเพาะ" ที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ทำให้รัฐสามารถเข้าแทรกแซงหรือสอดแนมบุคคลที่มีแนวคิดดังกล่าวได้ก่อนที่จะเกิดเหตุ

ทนายความกังวลเรื่องอะไรมากที่สุดในคดีนี้?

กังวลเรื่องการนำข้อมูลการติดต่อทางกฎหมายกับ Transgender Law Center ไปเปิดเผย และการส่งตัว Goonan ไปยังหน่วย CMU ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้มีปัญหาสุขภาพจิตขั้นรุนแรง