Cameo ถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย บิดเบือนคลิปคนดังโจมตีประธานาธิบดียูเครน
ลองจินตนาการว่าคุณจ่ายเงินเพื่อให้ดาราที่คุณชื่นชอบอัดคลิปอวยพรวันเกิดหรือให้กำลังใจ แต่กลับกลายเป็นว่าคลิปเหล่านั้นถูกนำไปดัดแปลงเพื่อใช้ในสงครามข้อมูลข่าวสารระดับโลก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเหล่าคนดังบน Cameo แพลตฟอร์มวิดีโอที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับจ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงมาสร้างสรรค์คลิปวิดีโอสั้นๆ แบบเป็นกันเอง
รายงานล่าสุดจาก Microsoft Threat Analysis Center เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีจากรัสเซียได้นำวิดีโอจาก Cameo ของคนดังอย่างน้อย 7 ราย มาตัดต่ออย่างหยาบๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าพวกเขากำลังวิพากษ์วิจารณ์ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีแห่งยูเครน โดยนำไปเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียและสื่อที่รัฐบาลรัสเซียควบคุม
กลยุทธ์การบิดเบือน: จากคำอวยพรสู่การโจมตีทางการเมือง
รูปแบบการโจมตีนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีจะสั่งวิดีโอจากคนดังด้วยสคริปต์ที่ดูเหมือนเป็นการให้กำลังใจหรือแนะนำให้บุคคลที่ชื่อ "วลาดิเมียร์" ไปบำบัดอาการติดสารเสพติด ซึ่งสอดคล้องกับ Disinformation (การให้ข้อมูลเท็จ) ที่ทางเครมลินพยายามสร้างภาพว่าประธานาธิบดีเซเลนสกีเป็นผู้ติดยา
หลังจากได้รับคลิป ผู้บิดเบือนจะนำวิดีโอมาตัดต่อ ใส่ธงชาติยูเครน เพิ่มลิงก์ไปยังศูนย์บำบัดยาเสพติด และระบุชื่อบัญชีโซเชียลมีเดียของเซเลนสกี เพื่อทำให้ผู้ชมเข้าใจผิดว่าคนดังเหล่านั้นกำลังส่งสารโดยตรงถึงผู้นำยูเครน แม้ว่ารอยตัดต่อจะดูไม่เนียนและมีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ถูกนำไปขยายผลผ่านสื่อกระแสหลักของรัสเซีย

รายชื่อคนดังที่ตกเป็นเหยื่อและปฏิกิริยาตอบกลับ
บุคคลที่มีชื่อเสียงที่ถูกนำคลิปไปแอบอ้าง ได้แก่ นักแสดงอย่าง Elijah Wood, John McGinley, Dean Norris, Kate Flannery และ Priscilla Presley รวมถึงนักดนตรี Shavo Odadjian และนักมวยระดับตำนาน Mike Tyson
ตัวแทนของ Elijah Wood ยืนยันว่าคำขอวิดีโอนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเซเลนสกีหรือสงครามในยูเครน ขณะที่ตัวแทนของ Mike Tyson ระบุว่าวิดีโอดังกล่าวเป็นของปลอม และเนื้อหาใดๆ ที่นอกเหนือจากคลิปสนุกสนานตามปกติของเขาล้วนถูกดัดแปลงทั้งสิ้น ด้าน Cameo ระบุว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดหลักเกณฑ์ของชุมชน และบริษัทจะดำเนินการลบคอนเทนต์พร้อมระงับบัญชีผู้สั่งซื้อทันที
| คนดังที่ถูกนำไปใช้ | ระดับการเผยแพร่ / ช่องทาง | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| John McGinley | สูงสุด (รวมถึงสำนักข่าว RT) | ถูกนำเสนอผ่านสื่อหลายแห่งที่สุด |
| Priscilla Presley | สูง (รายการทอล์กโชว์การเมืองช่วงไพรม์ไทม์) | เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างภายในรัสเซีย |
| คนดังรายอื่นๆ | ปานกลาง (โซเชียลมีเดียและสื่อรัฐบาล) | ถูกเผยแพร่เป็นระยะๆ ตลอด 2 เดือน |
วิวัฒนาการของสงครามข้อมูลข่าวสารรัสเซีย
Clint Watts จาก Microsoft ชี้ให้เห็นว่ารัสเซียมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ทันกับเทรนด์อินเทอร์เน็ตเสมอ จากเดิมในปี 2016 ที่เน้นการแชร์ลิงก์บล็อก ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้ วิดีโอ เพราะมีอิทธิพลต่อผู้คนมากกว่าในยุคนี้ แม้คุณภาพการตัดต่อจะต่ำ แต่การใช้ใบหน้าของบุคคลที่สาธารณชนคุ้นเคยช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้ง่ายขึ้น
นอกจากกรณี Cameo แล้ว ยังมีการใช้ปฏิบัติการที่ชื่อว่า Doppelganger ซึ่งเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย โดยนำภาพของซุปเปอร์สตาร์อย่าง Taylor Swift, Beyoncé และ Cristiano Ronaldo มาสร้างข้อความต่อต้านยูเครน ซึ่งเข้าถึงผู้คนบน Facebook ได้มากกว่า 7.6 ล้านคนในช่วงเดือนพฤศจิกายน
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างวิดีโอปลอมที่เลียนแบบรูปแบบของ BBC และ Bellingcat เพื่อปล่อยข่าวลือว่ายูเครนขายอาวุธให้กลุ่ม Hamas เพื่อฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮามาส
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป้าหมาย: บิดเบือนภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ให้ดูเหมือนเป็นผู้ติดยาเสพติด
- วิธีการ: จ้างวิดีโอจาก Cameo ด้วยสคริปต์ที่คลุมเครือ แล้วนำมาตัดต่อใส่บริบททางการเมือง
- ผู้ได้รับผลกระทบ: คนดัง 7 รายถูกนำคลิปไปใช้ รวมถึง Mike Tyson และ Elijah Wood
- ช่องทางแพร่กระจาย: โซเชียลมีเดีย และสื่อที่รัฐบาลรัสเซียควบคุม เช่น RT
- แนวโน้มในอนาคต: คาดว่ารัสเซียจะมุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งในสหรัฐฯ, EU และสหราชอาณาจักร ผ่านปฏิบัติการ Hack and Leak
คำถามที่พบบ่อย
คนดังเหล่านี้ตั้งใจสนับสนุนรัสเซียหรือไม่?
ไม่ มีหลักฐานชัดเจนว่าคนดังเหล่านี้ไม่ทราบว่าวิดีโอของตนจะถูกนำไปดัดแปลง และตัวแทนของหลายคนได้ออกมาปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง
ทำไมรัสเซียถึงเลือกใช้คลิปจาก Cameo?
เพราะผู้คนมักให้ความไว้วางใจบุคคลที่มีชื่อเสียง แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ การใช้ใบหน้าที่คุ้นเคยจึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการโน้มน้าวใจ
เราจะสังเกตได้อย่างไรว่าวิดีโอเหล่านี้เป็นของปลอม?
วิดีโอเหล่านี้มักมีรอยตัดต่อที่กระตุก (Jarring cuts) มีการใส่ข้อความหรืออีโมจิที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ และเนื้อหาขัดกับบุคลิกปกติของบุคคลในคลิป
ทาง Cameo มีมาตรการจัดการอย่างไร?
Cameo มีนโยบายลบคอนเทนต์ที่ละเมิดหลักเกณฑ์ของชุมชน และระงับบัญชีผู้ใช้งานที่สั่งซื้อวิดีโอเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด
ปฏิบัติการนี้ส่งผลกระทบในวงกว้างเพียงใด?
แม้ Microsoft จะระบุว่าวิดีโอ Cameo อาจไม่ได้เข้าถึงผู้ชมจำนวนมหาศาลเท่ากับโฆษณาบน Facebook แต่ถือเป็นกลยุทธ์ที่แปลกใหม่และแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวของรัสเซียในสงครามข้อมูลข่าวสาร


