Apple กับปี 2025 ที่ท้าทาย: มรสุมภาษีนำเข้าและคดีผูกขาดที่สั่นคลอนรายได้
ปี 2025 เริ่มต้นขึ้นด้วยความตึงเครียดสำหรับ Apple บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งกำลังเผชิญกับปัจจัยลบครั้งใหญ่ถึง 3 ด้านพร้อมกัน ทั้งจากนโยบายการเมืองระหว่างประเทศและคำตัดสินทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรมหาศาลที่นักลงทุนเคยเชื่อมั่นในความมั่นคง
วิกฤตภาษีนำเข้าและห่วงโซ่อุปทาน
นโยบายกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์กลายเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความผันผวน โดยเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา หุ้นของ Apple ดิ่งลงแรงที่สุดในรอบ 5 ปี หลังจากมีการประกาศแผนจัดเก็บภาษีนำเข้าขนานใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจนต้องปรับราคาขายปลีก หรือไม่ก็ต้องยอมให้กำไรขั้นต้นลดลง
ความไม่แน่นอนของตัวเลขภาษีสร้างความกังวลอย่างมาก โดยเริ่มจากข้อเสนอที่ 54% สำหรับสินค้าจากจีน และขยับขึ้นเป็น 104% จนไปถึง 145% แม้ภายหลังจะมีการผ่อนปรนให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เกณฑ์ภาษีเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือชิปประมวลผลที่จะเริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนแทน แต่ระดับของภาษีดังกล่าวยังคงไม่ชัดเจน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ Apple ได้เร่งขนส่ง iPhone จำนวน 600 ตันจากอินเดียไปยังสหรัฐฯ เพื่อสำรองสินค้าก่อนที่ภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น
ความเสี่ยงด้านรายได้จากข้อตกลงกับ Google
ในส่วนของซอฟต์แวร์ Apple กำลังเผชิญกับความเสี่ยงในการสูญเสียรายได้มหาศาลจากข้อตกลงกับ Google ที่จ่ายเงินเพื่อให้ได้เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้น (Default Search Engine) ในเบราว์เซอร์ Safari โดยในปี 2022 Google จ่ายเงินให้ Apple สูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 5% ของยอดขายสุทธิของ Apple ในปีนั้น
ปัจจุบัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้ยุติการจ่ายเงินเพื่อผูกขาดตำแหน่งเครื่องมือค้นหาดังกล่าว หลังจากศาลตัดสินว่า Google มีพฤติกรรมผูกขาดในตลาดการค้นหาและโฆษณา ซึ่งหากคำตัดสินของศาลไม่อนุญาตให้มีการจ่ายเงินนี้อีกต่อไป รายได้มหาศาลของ Apple จะหายไปทันที
จุดเปลี่ยนสำคัญของ App Store
อีกหนึ่งหมัดเด็ดที่ส่งผลกระทบโดยตรงคือคำตัดสินของศาลแขวงแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ โดยผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers สั่งห้ามไม่ให้ Apple เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการซื้อสินค้าหรือบริการที่เกิดขึ้นภายนอก App Store โดยมีผลทันที
ศาลระบุว่า Apple จงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งก่อนหน้านี้ และพยายามรักษาแหล่งรายได้พันล้านดอลลาร์ด้วยการสร้างอุปสรรคให้เหล่านักพัฒนาแอปฯ เข้าถึงการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ของตนเองได้ยากขึ้น คำตัดสินนี้ส่งผลให้นักพัฒนาสามารถใส่ลิงก์เชื่อมโยงไปยังระบบชำระเงินภายนอกได้โดยอิสระ โดย Apple ไม่สามารถจำกัดรูปแบบหรือใส่ข้อความข่มขู่ผู้ใช้งานได้ นอกจากคำเตือนสั้นๆ ว่ากำลังจะไปยังเว็บไซต์ภายนอก
| ปัจจัยกระทบ | รายละเอียดสำคัญ | ผลกระทบที่คาดการณ์ |
|---|---|---|
| ภาษีนำเข้า (Tariffs) | นโยบายภาษีนำเข้าจากจีนและประเทศเอเชีย | ต้นทุนสูงขึ้น, ราคาสินค้าเพิ่ม, ยอดขายลดลง |
| ข้อตกลง Google | การเป็น Search Engine เริ่มต้นใน Safari | สูญเสียรายได้ประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี |
| กฎระเบียบ App Store | คำสั่งห้ามเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อนอกสโตร์ | รายได้จากค่าคอมมิชชันของนักพัฒนาลดลง |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Apple เผชิญกับความเสี่ยงด้านภาษีนำเข้าที่อาจสูงถึงระดับร้อยละในบางช่วงเวลา
- รายได้จาก Google ในปี 2022 สูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- ศาลสั่งห้าม Apple จำกัดการวางลิงก์ชำระเงินภายนอกในแอปพลิเคชัน
- บริษัทพยายามลดความเสี่ยงโดยการย้ายฐานการขนส่งสินค้าบางส่วนมายังอินเดีย
บทสรุปและทิศทางในอนาคต
แม้ Apple จะยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ที่มีศักยภาพ และมี Tim Cook ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานคอยนำทัพ แต่ปี 2025 ถือเป็นบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บริษัท การเผชิญกับทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและรายได้ที่อาจลดลงจากกฎระเบียบของรัฐ บีบให้ Apple ต้องเร่งสร้างนวัตกรรมหรือแหล่งรายได้ใหม่ที่ก้าวข้ามพ้นการพึ่งพาเพียง iPhone และค่าธรรมเนียมจากนักพัฒนาแอปฯ ให้เร็วที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ภาษีนำเข้าของทรัมป์ส่งผลต่อผู้บริโภคอย่างไร?
อาจทำให้ราคาของ iPhone, Mac และ iPad สูงขึ้น เนื่องจาก Apple อาจผลักภาระต้นทุนภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้ซื้อ
ทำไมข้อตกลงระหว่าง Apple และ Google ถึงเป็นปัญหา?
เพราะถูกมองว่าเป็นการผูกขาดตลาดการค้นหา โดย Google จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้ผู้ใช้ Safari เข้าถึงบริการของตนเป็นอันดับแรก ซึ่งขัดต่อกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของสหรัฐฯ
นักพัฒนาแอปฯ ได้ประโยชน์อะไรจากคำตัดสินเรื่อง App Store?
นักพัฒนาสามารถนำผู้ใช้ไปยังหน้าชำระเงินบนเว็บไซต์ของตนเองได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ Apple และสามารถออกแบบปุ่มหรือลิงก์ได้อย่างอิสระมากขึ้น
Apple มีแนวทางรับมือกับภาษีนำเข้าอย่างไรในขณะนี้?
มีการเร่งขนส่งสินค้าจากอินเดียไปยังสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบจากภาษีที่อาจเกิดขึ้นกับสินค้าที่ผลิตในจีน
สถานะปัจจุบันของ Apple ในสายตานักลงทุนเป็นอย่างไร?
แม้จะยังเป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง แต่ความผันผวนจากปัจจัยภายนอกทำให้ความเชื่อมั่นในเรื่องความมั่นคง (Stability) ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ



