AMT ปฏิวัติวงการ Influencer Marketing ด้วย Agentic AI เปลี่ยนการจ้างงานให้ง่ายเหมือนใช้ Google Adwords
การทำแคมเปญการตลาดผ่าน Influencer (ผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชียล) ในปัจจุบันมักเต็มไปด้วยความยุ่งยาก เนื่องจากอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนมีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันและไม่มีมาตรฐานกลางในการติดต่อสื่อสาร ในขณะที่เอเจนซี่การตลาดต้องใช้ทรัพยากรบุคคลจำนวนมากในการประสานงานและติดตามผล ทำให้ไม่สามารถขยายขอบเขตการทำงานให้ครอบคลุมอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน
ด้วยเหตุนี้ Agentic Marketing Technologies (AMT) จึงก้าวเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการนำ Agentic AI หรือ AI ที่มีความสามารถในการตัดสินใจและดำเนินงานแทนมนุษย์ได้อย่างอิสระ มาใช้ขับเคลื่อนระบบการตลาด เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากเดิมที่ต้องใช้คนจำนวนมาก ให้กลายเป็นระบบอัตโนมัติที่ทรงพลังและขยายตัวได้ง่าย
Lyra: ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่ทำงานแทนมนุษย์ได้จริง
หัวใจสำคัญของ AMT คือ Lyra ซึ่งเป็น AI Agent ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสื่อสารกับอินฟลูเอนเซอร์ด้วยภาษาธรรมชาติ (Natural Language) โดย Lyra สามารถจัดการงานที่ซับซ้อนได้หลากหลาย ตั้งแต่การค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของแคมเปญ การเจรจาจองคิวงาน การติดตามผลลัพธ์ ไปจนถึงการจัดการเรื่องการชำระเงินและตอบข้อสงสัยต่างๆ
ความโดดเด่นของ Lyra คือการผสานพลังจาก AI หลายค่ายเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละด้าน ได้แก่:
- OpenAI: ใช้สำหรับการประมวลผลและสื่อสารทั่วไป
- Google Gemini: ใช้ในด้าน Multimodal หรือความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลหลายรูปแบบ เช่น การ "ดู" และ "ทำความเข้าใจ" เนื้อหาวิดีโอของครีเอเตอร์
- Hume AI: ใช้สำหรับการวิเคราะห์และปรับแต่ง "น้ำเสียง" (Tone) ในการสื่อสารให้เหมาะสม
การที่ AI สามารถเข้าใจโทนเสียงและเนื้อหาของอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนได้ ทำให้การสื่อสารมีความเป็นส่วนตัวสูง และสามารถรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาวได้เหมือนกับมีผู้จัดการฝ่ายพันธมิตรที่เป็นมนุษย์ดูแลจริงๆ
พลิกโฉมต้นทุนและประสิทธิภาพการทำงาน
Tom Hollands ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ AMT เปิดเผยว่า ในโมเดลธุรกิจแบบเดิม การขยายงานการตลาดอินฟลูเอนเซอร์มักทำได้โดยการจ้างพนักงานรุ่นใหม่จำนวนมากมาทำงานหนักเกินขีดจำกัด เพื่อคอยติดตามงานและส่งข้อความหาอินฟลูเอนเซอร์ด้วยมือ ซึ่งนำไปสู่ความผิดพลาดและความเหนื่อยล้า
เมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์ม SaaS (Software as a Service) แบบดั้งเดิมที่ยังต้องใช้มนุษย์ควบคุมและคิดค่าบริการตามจำนวนผู้ใช้งาน (Per seat) แนวทางของ AMT สร้างความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในด้านเศรษฐศาสตร์ของการดำเนินงาน ดังนี้:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การทำงานแบบดั้งเดิม (Manual) | ระบบ AI ของ AMT |
|---|---|---|
| เวลาที่ใช้ในการปิดดีลต่อ 1 ราย | ประมาณ 9 ชั่วโมง | ประมาณ 5 นาที |
| การขยายขนาดแคมเปญ (Scalability) | จำกัดตามจำนวนพนักงาน | ขยายได้รวดเร็วผ่าน AI |
| รูปแบบการสื่อสาร | ทำด้วยมือ/ใช้เทมเพลต | ปรับตามโทนเสียงรายบุคคล |
ปัจจุบัน AMT ได้ย้ายฐานการดำเนินงานจากลอนดอนไปยังซานฟรานซิสโก และเริ่มมีลูกค้าระดับแบรนด์อย่าง Le Petit Lunetier, Neoplants และ Wild เข้ามาใช้งานแล้ว

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เงินทุน: AMT ระดมทุนรอบ Seed Round ได้ 3.5 ล้านดอลลาร์ นำโดย NFX จากซานฟรานซิสโก
- มูลค่าตลาด: ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 266.92 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้
- เทคโนโลยี: ใช้โมเดล AI แบบผสมผสาน (OpenAI, Gemini, Hume AI) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- ผลลัพธ์: ลดเวลาการทำงานจาก 9 ชั่วโมง เหลือเพียง 5 นาทีต่อการหาพันธมิตรหนึ่งราย
คำถามที่พบบ่อย
AMT แตกต่างจากแพลตฟอร์ม Influencer Marketing ทั่วไปอย่างไร?
แพลตฟอร์มทั่วไปเป็นเพียงเครื่องมือช่วยจัดการที่ยังต้องใช้มนุษย์ในการดำเนินงานและสื่อสาร แต่ AMT ใช้ AI Agent (Lyra) ทำหน้าที่แทนมนุษย์ในกระบวนการทำงานทั้งหมด ตั้งแต่การค้นหาไปจนถึงการชำระเงิน
Lyra AI สามารถทำอะไรได้บ้าง?
Lyra สามารถค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ที่ตรงโจทย์, สื่อสารด้วยภาษาธรรมชาติเพื่อจองแคมเปญ, ติดตามผลการดำเนินงาน, ตอบคำถาม และจัดการเรื่องการจ่ายเงินได้อย่างอัตโนมัติ
ทำไม AMT ถึงต้องใช้ AI จากหลายผู้ให้บริการ?
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในแต่ละงาน เช่น ใช้ Gemini ในการวิเคราะห์วิดีโอ (Multimodal) และใช้ Hume AI ในการปรับโทนเสียงการสื่อสาร ซึ่งช่วยให้การปฏิสัมพันธ์กับอินฟลูเอนเซอร์มีความเป็นธรรมชาติและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ใครคือผู้ลงทุนหลักในรอบ Seed Round ของ AMT?
บริษัทร่วมลงทุน NFX จากซานฟรานซิสโก เป็นผู้นำในการระดมทุนรอบนี้ โดยมองว่าแนวทางของ AMT คือการนำ AI มาแทนที่การทำงานของมนุษย์ในส่วนที่ซ้ำซ้อน ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเครื่องมือการตลาดทั่วโลก

