วิกฤตอินเทอร์เน็ตในกาซา: เมื่อการตัดสัญญาณกลายเป็นเครื่องมือในสงคราม
ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส สิ่งที่กลายเป็นอาวุธสำคัญนอกเหนือจากกำลังทหารคือ การตัดขาดการสื่อสารทางดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรกว่า 2.2 ล้านคนในฉนวนกาซา ทำให้โลกภายนอกแทบไม่สามารถรับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงภายในพื้นที่ได้
นับตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอย่างน้อย 1,400 ราย การตอบโต้ของอิสราเอลในกาซานำไปสู่ความสูญเสียมหาศาล โดยกระทรวงสาธารณสุขของกาซาระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 ราย พร้อมกับการถูกทำลายของโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐาน รวมถึงระบบอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมที่ถูกตัดขาดเป็นระยะ
รูปแบบการปิดกั้นสัญญาณ: อุบัติเหตุหรือความตั้งใจ?
ข้อมูลจากการติดตามเครือข่ายพบว่ามีการเกิด Internet Blackout หรือภาวะสัญญาณดับสนิทอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ซึ่งสัญญาณหายไปทั้งหมดเป็นเวลาประมาณ 34 ชั่วโมง ในขณะที่กองทัพอิสราเอลเคลื่อนกำลังเข้าสู่ฉนวนกาซา และมีการตัดสัญญาณอีกครั้งเป็นเวลา 15 ชั่วโมงในช่วงปฏิบัติการแยกเมืองกาซาทางตอนเหนือออกจากทางตอนใต้
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อินเทอร์เน็ตอย่าง Doug Madory จาก Kentik ตั้งข้อสังเกตว่า การที่สัญญาณสามารถกลับมาใช้งานได้ในเวลาอันรวดเร็ว บ่งชี้ว่านี่อาจเป็นการ จงใจปิดระบบ (Deliberate Shutdown) ผ่านการควบคุมทางเทคนิค มากกว่าจะเป็นผลจากการทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเพียงอย่างเดียว

โครงสร้างพื้นฐานที่เปราะบางและการพึ่งพาอิสราเอล
ระบบการสื่อสารในกาซามีความเสียเปรียบอย่างมาก เนื่องจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอลในการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก นอกจากนี้ เครือข่ายมือถือในกาซายังจำกัดอยู่เพียงเทคโนโลยี 2G (เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สอง) ซึ่งช้ากว่า 3G, 4G หรือ 5G ที่ใช้งานกันทั่วไปในอิสราเอล
Husam Mekdad วิศวกรโทรคมนาคมในกาซาระบุว่า อิสราเอลเป็นผู้ควบคุมช่องทางการสื่อสารทั้งหมดที่เข้าสู่พื้นที่ ปัจจุบันผู้ให้บริการรายใหญ่ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ และเครือข่าย 2G ที่ยังเหลืออยู่ก็มีความหนาแน่นจนใช้งานแทบไม่ได้ ขณะที่สำนักงานสหประชาชาติ (OCHA) รายงานว่า 65% ของครัวเรือนและธุรกิจสูญเสียการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และเครือข่ายกว่าครึ่งถูกทำลาย
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เทคโนโลยีเครือข่าย | จำกัดอยู่ที่ 2G (ในขณะที่อิสราเอลใช้ถึง 5G) |
| ผู้ให้บริการหลัก | Paltel (ได้รับผลกระทบจากการตัดสัญญาณเช่นกัน) |
| อัตราการเข้าถึง | เหลือเพียง 15% หรือน้อยกว่าของระดับปกติ |
| ผลกระทบ | 65% ของบ้านและธุรกิจขาดการเชื่อมต่อ |
การเมืองเบื้องหลังการปิดกั้นข้อมูล
แม้กองทัพอิสราเอลจะปฏิเสธการให้ความเห็น แต่ข้อมูลจากกระทรวงการสื่อสารของอิสราเอลเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ระบุชัดเจนว่ามีการ เตรียมการเพื่อปิดกั้นบริการสื่อสารทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ในกาซา ซึ่งสอดคล้องกับข้อกล่าวหาของ Paltel และกระทรวงการสื่อสารของปาเลสไตน์ที่ระบุว่ามีการมุ่งเป้าทำลายเครือข่ายอย่างเป็นระบบ
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในระดับโลก โดยองค์กร Access Now ระบุว่าในปีที่ผ่านมามีการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตถึง 187 ครั้งใน 35 ประเทศ ซึ่งมักถูกใช้โดยรัฐบาลเพื่อควบคุมการประท้วงหรือระงับการรวมกลุ่มของผู้เห็นต่าง

การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในโลกที่ไร้สัญญาณ
เมื่อการสื่อสารหลักถูกตัดขาด ชาวกาซาบางส่วนพยายามใช้ทางเลือกอื่น เช่น โทรศัพท์ดาวเทียม ที่มีราคาสูง หรือการใช้ eSIM (ซิมการ์ดแบบฝังในเครื่อง) เพื่อดึงสัญญาณจากเครือข่ายของอิสราเอลหรืออียิปต์ อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้ไม่เสถียรและเข้าถึงได้เพียงบางกลุ่มเท่านั้น
นอกจากปัญหาด้านสัญญาณ พลังงานก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ เนื่องจากขาดแคลนไฟฟ้าและเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟ ทำให้หลายคนต้องหันไปใช้แผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กเพื่อชาร์จโทรศัพท์เพียงเพื่อให้สามารถติดต่อครอบครัวหรือขอความช่วยเหลือในยามวิกฤตได้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การตัดสัญญาณ: เกิดขึ้นอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยครั้งแรกยาวนานถึง 34 ชั่วโมง
- การพึ่งพา: ระบบอินเทอร์เน็ตในกาซาต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอลเกือบทั้งหมด
- ความเสียหาย: เครือข่ายสื่อสารกว่า 50% ถูกทำลาย และประชากรส่วนใหญ่ขาดการเชื่อมต่อ
- เทคโนโลยี: กาซาใช้เพียง 2G ในขณะที่พื้นที่รอบข้างใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่ามาก
- ผลกระทบทางมนุษยธรรม: การขาดการสื่อสารขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์และพลเรือน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมอินเทอร์เน็ตในกาซาถึงถูกตัดขาดได้ง่าย?
เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของกาซาต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อผ่านระบบของอิสราเอล ทำให้อิสราเอลสามารถควบคุมหรือปิดกั้นสัญญาณได้จากส่วนกลาง
การตัดอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบอย่างไรต่อพลเรือน?
ทำให้ไม่สามารถติดต่อครอบครัว ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ หรือรับข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอด รวมถึงขัดขวางการประสานงานของหน่วยงานบรรเทาทุกข์ทางมนุษยธรรม
ชาวกาซาใช้วิธีใดในการสื่อสารเมื่ออินเทอร์เน็ตล่ม?
บางส่วนใช้โทรศัพท์ดาวเทียม, การใช้ eSIM เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายต่างประเทศ และใช้พลังงานจากโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กเพื่อรักษาพลังงานของอุปกรณ์สื่อสาร
การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในสงครามถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่?
แม้จะเกิดขึ้นในหลายความขัดแย้งทั่วโลก แต่การจงใจปิดกั้นการสื่อสารในวงกว้างถูกประณามโดยสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิมนุษยชน เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและสร้างอันตรายต่อพลเรือน



