พรรครีพับลิกันกับสัญญาณความถดถอยของประชาธิปไตยในสหรัฐฯ
ในปัจจุบัน สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่เมื่อ พรรครีพับลิกัน (Republican Party) มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปสู่จุดที่สุดโต่งและมีลักษณะของ อำนาจนิยม (Authoritarianism) หรือการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จมากขึ้น แม้ว่าในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2022 ผู้สมัครที่มีแนวคิดสุดโต่งจะได้รับผลตอบรับที่ไม่ดีนัก แต่พรรคกลับเลือกที่จะผลักดันและมอบอำนาจให้กับนักการเมืองสายขวาจัดอย่าง Marjorie Taylor Greene และ Matt Gaetz ให้มีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้น
ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดจากการดำเนินนโยบายในหลายรัฐ เช่น ในฟลอริดาที่ผู้ว่าการ Ron DeSantis พยายามปรับเปลี่ยนระบบการศึกษาของรัฐด้วยการนำหนังสือบางเล่มออกจากห้องสมุดโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการผ่านกฎหมายสั่งห้ามการทำแท้งในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของสตรีมีครรภ์ รวมถึงการจำกัดสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศทั่วประเทศ
วิกฤตความเชื่อมั่นและทัศนคติที่เปลี่ยนไป
ข้อมูลจากโพลของ Axios-Ipsos เมื่อเดือนกันยายน เผยให้เห็นตัวเลขที่น่ากังวลเกี่ยวกับทัศนคติของสมาชิกพรรครีพับลิกัน โดยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งยอมรับว่าต้องการ "ผู้นำที่เข้มแข็งแม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง" มากกว่า "ผู้นำที่อ่อนแอแต่มาจากการเลือกตั้ง" ขณะที่ประมาณ 55% มองว่าการใช้กำลังเพื่อปกป้องวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมอาจเป็นเรื่องจำเป็นในเร็วๆ นี้ และที่สำคัญคือ 61% ของสมาชิกพรรคไม่เชื่อมั่นในผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2020

บทวิเคราะห์จากมุมมองนักวิชาการ
Steve Levitsky ศาสตราจารย์ด้านรัฐบาลจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ตั้งเกณฑ์วัดความเป็นประชาธิปไตยของพรรคการเมืองไว้ 3 ประการ คือ 1. การยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างชัดเจน 2. การปฏิเสธการใช้ความรุนแรง และ 3. การตัดขาดจากกลุ่มสุดโต่งหรือกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตย ซึ่งเขามองว่าพรรครีพับลิกันในปัจจุบันสอบตกในทั้งสามข้อนี้
Levitsky วิเคราะห์ว่าผู้นำพรรครีพับลิกันหลายคนเริ่มนำความรุนแรงมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยมองว่าแนวทางการปกครองแบบอำนาจนิยมที่ Ron DeSantis กำลังทดลองใช้ในระดับรัฐ อาจถูกนำมาปรับใช้ในระดับประเทศหากเขาสามารถก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้
ความแตกต่างจากขบวนการอำนาจนิยมในอดีต
แม้ว่าขบวนการ MAGA จะมีความคล้ายคลึงกับพรรคขวาจัดในยุโรปหรือลัทธิฟาสซิสต์ในทศวรรษ 1920 แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือ Donald Trump ไม่ได้สร้างพรรคใหม่ แต่เข้ายึดครองพรรคที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 170 ปี และเปลี่ยนทิศทางของพรรคให้เป็นอำนาจนิยม นอกจากนี้ สิ่งที่น่าตกใจคือกลุ่มคนเพียงประมาณ 25% ของประชากรกลับสามารถกุมอำนาจในระดับชาติได้อย่างมหาศาล
| หัวข้อวิเคราะห์ | สถานการณ์ปัจจุบัน | ผลกระทบ/ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| ทัศนคติสมาชิกพรรค | ยอมรับผู้นำที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง | บั่นทอนหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย |
| การยอมรับผลเลือกตั้ง | 61% ไม่เชื่อผลการเลือกตั้งปี 2020 | สร้างความแตกแยกและนำไปสู่ความรุนแรง |
| โครงสร้างระบบเลือกตั้ง | Electoral College และการเป็นตัวแทนที่เกินจริง | พรรคสามารถกุมอำนาจได้โดยไม่ต้องได้เสียงส่วนใหญ่ของประเทศ |
| สถาบันตุลาการ | ยังคงมีความเข้มแข็งและเป็นอิสระ | เป็นปราการด่านสุดท้ายที่ช่วยยับยั้งอำนาจเบ็ดเสร็จ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- พรรครีพับลิกัน มีแนวโน้มสนับสนุนผู้นำแบบอำนาจนิยมมากขึ้น แม้จะแพ้การเลือกตั้งในกลุ่มผู้สมัครสุดโต่งบางส่วน
- โครงสร้างทางการเมือง เช่น คณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) ช่วยให้พรรครีพับลิกันครองอำนาจได้แม้ไม่ได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่จากคนทั้งประเทศ
- การปลูกฝังทางความคิด การใช้คำพูดและพฤติกรรมของ Donald Trump ทำให้ผู้สนับสนุนบางส่วนมองว่าการตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการเลือกตั้งหรือการใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
- สถาบันตุลาการ ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่ระบอบเผด็จการอย่างเต็มตัว

แนวทางการรับมือและทางออก
Erica Frantz จากมหาวิทยาลัย Michigan State มองว่าแม้โอกาสที่จะเกิดเผด็จการเต็มรูปแบบจะยังต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่สหรัฐฯ อาจตกอยู่ในสภาวะ "ย่ำอยู่กับที่" โดยมีพรรคการเมืองหลักพรรคหนึ่งที่ส่งเสริมบรรทัดฐานที่ไม่เป็นประชาธิปไตยต่อไปอีกนาน
สำหรับแนวทางการแก้ไข Steve Levitsky เสนอให้สร้างพันธมิตรขนาดใหญ่ที่รวมกลุ่มผู้สนับสนุนประชาธิปไตยทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาเพื่อโดดเดี่ยวกลุ่มอำนาจนิยม ขณะที่ A. James McAdams จากมหาวิทยาลัย Notre Dame เน้นย้ำว่าฝ่ายสายกลางต้องสร้างข้อความที่ดึงดูดใจและชัดเจน เพื่อดึงผู้คนที่กำลังถูกชักจูงโดยผู้นำอำนาจนิยมให้กลับมา และที่สำคัญที่สุดคือต้องสนับสนุนความเข้มแข็งของสถาบันตุลาการ เพราะศาลที่มั่นคงคือเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับคำลวงและการใช้อำนาจในทางที่ผิด
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมพรรครีพับลิกันถึงยังกุมอำนาจได้แม้แนวคิดจะสุดโต่งขึ้น?
เนื่องจากระบบการเมืองของสหรัฐฯ เช่น คณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) และการจัดสรรที่นั่งในวุฒิสภาที่ให้ความสำคัญกับรัฐที่มีประชากรน้อย ทำให้พรรครีพับลิกันสามารถครองอำนาจได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่จากประชากรทั้งประเทศ
พรรครีพับลิกันในปัจจุบันแตกต่างจากพรรคขวาจัดในยุโรปอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือ Donald Trump ไม่ได้ก่อตั้งพรรคใหม่เหมือนผู้นำอำนาจนิยมส่วนใหญ่ แต่ใช้วิธีเข้าควบคุมและปรับเปลี่ยนทิศทางของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่มีอยู่เดิมให้กลายเป็นแนวทางอำนาจนิยม
สหรัฐอเมริกามีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเผด็จการหรือไม่?
นักวิชาการมองว่าความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นกว่าในอดีต แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ เนื่องจากสหรัฐฯ ยังมีสถาบันทางประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะระบบศาลที่ยังสามารถคานอำนาจฝ่ายบริหารได้
เราจะป้องกันการล่มสลายของประชาธิปไตยได้อย่างไร?
แนวทางสำคัญคือการสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มการเมืองที่ยึดมั่นในประชาธิปไตยเพื่อโดดเดี่ยวกลุ่มอำนาจนิยม การสร้างวาทกรรมของฝ่ายสายกลางให้มีความน่าสนใจ และการรักษาความเป็นอิสระของสถาบันตุลาการให้มั่นคง



