ตลาดมืดข้อมูลจีน: เมื่อระบบสอดแนมรัฐกลายเป็นสินค้าทำเงินของคนใน
ในประเทศที่รัฐบาลมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการติดตามความเคลื่อนไหวของพลเมืองผ่านระบบดิจิทัลและกายภาพอย่างจีน ข้อมูลมหาศาลที่ถูกจัดเก็บไว้เพื่อการควบคุมกลับไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงในหน่วยงานรัฐ แต่ข้อมูลเหล่านี้กำลังไหลเข้าสู่ ตลาดมืด (Black Market) ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานบริษัทเทคโนโลยีแอบนำสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชนมาขายให้กับมิจฉาชีพและผู้ที่ต้องการติดตามบุคคล
นักวิจัยจาก SpyCloud บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบบริการบนแพลตฟอร์ม Telegram ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการขายข้อมูลของชาวจีน โดยพบว่าผู้ให้บริการเหล่านี้ใช้วิธีจ้างวาน "คนใน" จากหน่วยงานสอดแนมของรัฐและบริษัทคู่สัญญาของรัฐบาล เพื่อให้เข้าถึงฐานข้อมูลลับแล้วนำมาขายต่อในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
กลไกการทำงานของ "ห้องสมุดวิศวกรรมสังคม"
บริการเหล่านี้ เช่น Carllnet, DogeSGK และ X-Ray นิยามตัวเองว่าเป็น SGK หรือ shègōng kù ซึ่งแปลว่า "ห้องสมุดวิศวกรรมสังคม" (Social Engineering Libraries) โดยคำนี้บ่งชี้ว่าข้อมูลถูกนำไปใช้เพื่อการหลอกลวงหรือการทำ Social Engineering หรือการใช้จิตวิทยาหลอกล่อเพื่อให้ได้ข้อมูลสำคัญจากเป้าหมาย
ระบบการซื้อขายถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายผ่านระบบแต้ม (Point System) ซึ่งลูกค้าสามารถเติมเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Tether หรือบางครั้งใช้ WePay และ Alipay เพื่อแลกเป็นแต้มสำหรับใช้ค้นหาข้อมูล โดยสามารถระบุตัวตนเป้าหมายได้จากหลายช่องทาง เช่น:
- ชื่อ-นามสกุล และอีเมล
- หมายเลขโทรศัพท์
- ชื่อผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง QQ, WeChat และ Weibo

ระดับของข้อมูลที่ถูกนำมาขาย
ข้อมูลที่ถูกนำเสนอมีตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงข้อมูลที่มีความไวสูง โดยแบ่งตามราคาที่จ่าย ดังนี้:
- ข้อมูลทั่วไป: ประวัติการโทร, บัญชีธนาคาร, ทะเบียนรถ, บันทึกการจองโรงแรมและเที่ยวบิน รวมถึงสถานะการสมรส
- ข้อมูลระดับพรีเมียม: สำหรับผู้ที่ยอมจ่ายเงินหลักร้อยดอลลาร์ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดขึ้น เช่น รูปภาพหนังสือเดินทาง (Passport) และข้อมูลพิกัดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geolocation)
นอกจากนี้ ผู้ให้บริการบางรายยังอ้างว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลจาก 3 ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมของรัฐ ได้แก่ China Telecom, China Unicom และ China Mobile

แรงจูงใจและเครือข่ายการทุจริต
สาเหตุที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลอย่างรุนแรงมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมองค์กร Aurora Johnson จาก SpyCloud ระบุว่า พนักงานระดับปฏิบัติการในหน่วยงานรัฐหรือบริษัทเทคโนโลยีมีโอกาสเข้าถึงฐานข้อมูลมหาศาล แต่กลับมีโอกาสเติบโตทางสังคมและเศรษฐกิจต่ำ จึงใช้ช่องว่างนี้ในการหาเงินพิเศษ
มีการโพสต์ประกาศรับสมัคร "คนใน" จากหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะ ธนาคาร และกิจการพลเรือนอย่างเปิดเผย โดยเสนอค่าตอบแทนที่สูงจนน่าตกใจ:
- รายได้เริ่มต้นอาจสูงถึง 10,000 หยวน (ประมาณ 1,400 ดอลลาร์) ต่อวัน
- บางรายอาจได้รับสูงถึง 70,000 หยวน (ประมาณ 10,000 ดอลลาร์) ต่อวัน
เพื่อป้องกันการถูกจับกุม ผู้ให้บริการเหล่านี้จะจ่ายเงินเป็นสกุลเงินดิจิทัลและสอนวิธีการ Mixing หรือการผสมเหรียญเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน ทำให้ยากต่อการติดตามผ่านบล็อกเชน

ดาบสองคมของระบบสอดแนม
ความน่าสนใจของการค้นพบนี้คือ ข้อมูลที่รัฐเก็บรวบรวมเพื่อใช้ควบคุมประชาชน กลับถูกนำมาใช้ย้อนกลับเพื่อสอดแนมตัวผู้ควบคุมเอง นักวิจัยของ SpyCloud ทดลองใช้บริการเหล่านี้ค้นหาข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์จีน, กองทัพปลดแอกประชาชน (PLA), รวมถึง CEO ของบริษัท I-Soon ซึ่งเป็นบริษัทรับจ้างจารกรรมทางไซเบอร์ของรัฐ
ผลลัพธ์ที่ได้คือข้อมูลส่วนตัวของบุคคลระดับสูงเหล่านี้ ทั้งหมายเลขโทรศัพท์, บัญชีธนาคาร และ Hashed Passwords (รหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสไว้แต่มีโอกาสถูกถอดรหัสได้) ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครปลอดภัยในระบบที่รวมศูนย์ข้อมูลไว้ที่เดียว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- แหล่งที่มา: ข้อมูลรั่วไหลจากคนในหน่วยงานรัฐและบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน
- ช่องทางขาย: ใช้กลุ่ม Telegram เป็นตลาดกลางในการซื้อขายข้อมูล
- การชำระเงิน: เน้นใช้ Cryptocurrency (Tether) และเทคนิค Mixing เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ
- ประเภทข้อมูล: ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติการเดินทาง, บัญชีธนาคาร ไปจนถึงพิกัด GPS และรูปพาสปอร์ต
- ผลกระทบ: ข้อมูลถูกนำไปใช้ทั้งในเชิงอาชญากรรม (Scammers) และการสอดแนมย้อนกลับไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายผู้ขาย | เจ้าหน้าที่ความมั่นคง, พนักงานธนาคาร, พนักงานบริษัทโทรคมนาคม |
| เครื่องมือที่ใช้ | Telegram, สกุลเงินดิจิทัล (Tether) |
| ค่าตอบแทนคนใน | ตั้งแต่ 10,000 ถึง 70,000 หยวนต่อวัน |
| ความเสี่ยงหลัก | การถูกนำข้อมูลไปใช้หลอกลวง (Social Engineering) และการรั่วไหลของข้อมูลระดับสูง |
คำถามที่พบบ่อย
SGK หรือ "ห้องสมุดวิศวกรรมสังคม" คืออะไร?
คือกลุ่มบริการบน Telegram ที่รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของชาวจีนมาขาย โดยเน้นให้มิจฉาชีพนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการหลอกลวงเหยื่อให้เชื่อถือผ่านการอ้างข้อมูลจริง (Social Engineering)
ทำไมเจ้าหน้าที่รัฐถึงยอมขายข้อมูลส่วนตัวของประชาชน?
ปัจจัยหลักคือแรงจูงใจด้านการเงิน เนื่องจากค่าตอบแทนในตลาดมืดสูงกว่าเงินเดือนปกติอย่างมาก ประกอบกับปัญหาการคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในหน่วยงานความมั่นคงและระบบราชการ
ข้อมูลประเภทใดที่มีราคาสูงที่สุดในตลาดนี้?
ข้อมูลที่มีความไวสูง เช่น รูปภาพหนังสือเดินทาง (Passport) และข้อมูลพิกัดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์แบบเรียลไทม์หรือย้อนหลัง จะมีราคาสูงกว่าข้อมูลทั่วไป โดยอาจมีราคาหลักร้อยดอลลาร์ต่อการค้นหา
การใช้ Cryptocurrency ช่วยผู้ขายได้อย่างไร?
การใช้เหรียญดิจิทัลและการทำ Mixing ช่วยปกปิดตัวตนและเส้นทางการเงิน ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐที่แอบขายข้อมูลสามารถรับเงินได้โดยไม่ถูกตรวจพบผ่านระบบธนาคารปกติ
ระบบนี้ส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่รัฐเองอย่างไร?
เนื่องจากข้อมูลถูกรวมศูนย์ไว้ที่เดียว เมื่อมีคนในนำสิทธิ์การเข้าถึงมาขาย ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเองก็ถูกนำมาขายในตลาดมืดเช่นกัน ทำให้ผู้ที่เคยเป็น "ผู้เฝ้ามอง" กลายเป็น "ผู้ถูกมอง" เสียเอง



