แรนซัมแวร์ปี 2024: ยอดการจ่ายค่าไถ่ลดฮวบ แม้จำนวนการโจมตีจะเพิ่มขึ้น

ในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้เห็นข่าวการโจมตีทางไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ระบบร้านยาและคลินิกในสหรัฐฯ เป็นอัมพาตผ่านการโจมตี Change Healthcare หรือการเจาะระบบบัญชีลูกค้าของ Snowflake เพื่อเข้าถึงเป้าหมายระดับสูง ซึ่งบางกรณีมีการเรียกค่าไถ่สูงถึง 75 ล้านดอลลาร์ต่อราย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกกลับเผยให้เห็นแนวโน้มที่น่าประหลาดใจ เมื่อยอดรวมของการจ่ายค่าไถ่ให้กับ Ransomware (มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ล็อกข้อมูลเพื่อแลกกับเงิน) ในปี 2024 กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่ตัวเลขดิ่งลงแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา

สถิติการจ่ายค่าไถ่ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว

รายงานจาก Chainalysis บริษัทติดตามธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี ระบุว่าในปี 2024 ยอดการจ่ายค่าไถ่รวมอยู่ที่ 814 ล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 35% เมื่อเทียบกับปี 2023 ที่เคยพุ่งสูงถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์

หากพิจารณาเป็นรายครึ่งปีจะเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2024 แฮกเกอร์เก็บเงินได้เพียง 321 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 492 ล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีแรก ถือเป็นการลดลงของยอดชำระเงินระหว่างสองช่วงเวลา 6 เดือนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Chainalysis

Despite Catastrophic Hacks Ransomware Payments Dropped Dramatically Last Year
สรุปเปรียบเทียบยอดการจ่ายค่าไถ่แรนซัมแวร์
ช่วงเวลา ยอดการจ่ายค่าไถ่ (ดอลลาร์สหรัฐ) การเปลี่ยนแปลง
ปี 2023 (รวมทั้งปี) 1.25 พันล้าน จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ปี 2024 (รวมทั้งปี) 814 ล้าน ลดลง 35%
ครึ่งปีแรก 2024 492 ล้าน -
ครึ่งปีหลัง 2024 321 ล้าน ลดลงสูงสุดในรอบ 6 เดือน

ปัจจัยเบื้องหลังการลดลงของรายได้แฮกเกอร์

Jackie Burns Koven ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยคุกคามไซเบอร์จาก Chainalysis วิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักมาจากการกวาดล้างของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

  • การทลายกลุ่ม BlackCat (AlphV): FBI พบช่องโหว่ในซอฟต์แวร์เข้ารหัสและแจกจ่ายกุญแจถอดรหัสให้เหยื่อฟรี พร้อมปิดเว็บไซต์ใน Dark Web ของกลุ่มนี้
  • การโจมตีกลุ่ม Lockbit: หน่วยงานอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCA) เข้ายึดโครงสร้างพื้นฐาน กระเป๋าเงินคริปโต และเปิดเผยข้อมูลสมาชิกกลุ่ม

แม้ในช่วงแรกทั้งสองกลุ่มจะดูเหมือนฟื้นตัวได้ เช่น AlphV ที่เรียกเงินจาก Change Healthcare ได้ 22 ล้านดอลลาร์ แต่สุดท้ายกลับเกิดเหตุการณ์ Exit Scam (การโกงปิดบริษัทหรือกลุ่มโดยการหอบเงินหนี) โดยหัวหน้ากลุ่มหอบเงินหนีไปโดยไม่แบ่งให้พาร์ทเนอร์ ส่วน Lockbit ก็สูญเสียความเชื่อมั่นในหมู่มิจฉาชีพด้วยกันหลังจากผู้นำกลุ่มถูกระบุตัวตนและถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

Article image

การเปลี่ยนผ่านสู่แฮกเกอร์รุ่นใหม่ที่ "ไร้ฝีมือ"

เมื่อกลุ่มยักษ์ใหญ่ล่มสลาย จึงมีกลุ่มแฮกเกอร์หน้าใหม่ก้าวเข้ามาแทนที่ แต่ Allan Liska จาก Recorded Future พบว่าแม้จำนวนครั้งในการโจมตีจะเพิ่มขึ้น (จาก 4,400 ครั้งในปี 2023 เป็น 4,634 ครั้งในปี 2024) แต่ยอดเงินที่ได้รับกลับน้อยลงมาก

นั่นเป็นเพราะแฮกเกอร์รุ่นใหม่เน้น "ปริมาณมากกว่าคุณภาพ" โดยมุ่งโจมตีเป้าหมายขนาดเล็กที่ป้องกันไม่แน่นหนา ทำให้ค่าไถ่ลดลงเหลือเพียงหลักหมื่นดอลลาร์ แทนที่จะเป็นหลักล้านเหมือนในอดีต

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ยอดจ่ายค่าไถ่ปี 2024 ลดลง 35% เหลือ 814 ล้านดอลลาร์
  • จำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ขนาดของเงินค่าไถ่ต่อรายลดลงอย่างมาก
  • การกวาดล้างกลุ่ม Lockbit และ AlphV ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของอาชญากรไซเบอร์อ่อนแอลง
  • การควบคุมคริปโตเคอร์เรนซีและการปราบปราม Mixers (บริการอำพรางเส้นทางเงินดิจิทัล) ทำให้แฮกเกอร์ฟอกเงินได้ยากขึ้น
  • การป้องกันทางไซเบอร์ของภาครัฐและองค์กรทั่วโลกมีความพร้อมและเป็นระบบมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมจำนวนการโจมตีเพิ่มขึ้น แต่ยอดเงินค่าไถ่กลับลดลง?

เนื่องจากกลุ่มแฮกเกอร์ระดับมืออาชีพถูกกวาดล้าง ทำให้มีกลุ่มหน้าใหม่ที่ทักษะต่ำกว่าเข้ามาทำแทน กลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถเจาะระบบบริษัทใหญ่ที่มีการป้องกันสูงได้ จึงหันไปโจมตีเป้าหมายขนาดเล็กจำนวนมากแทน ซึ่งเรียกค่าไถ่ได้น้อยกว่า

การลดลงของยอดเงินนี้หมายความว่าแรนซัมแวร์กำลังจะหมดไปหรือไม่?

ไม่ใช่ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่อาจเป็นเพียงวงจรขึ้นลงตามปกติ (Ebbs and Flows) และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการดีดตัวกลับ (Rebound) ในอนาคต ดังนั้นการลงทุนในระบบป้องกันจึงยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าหน้าที่รัฐมีบทบาทอย่างไรในการลดตัวเลขนี้?

เจ้าหน้าที่ทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรไม่ได้เพียงแค่จับกุมบุคคล แต่ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ยึดกระเป๋าเงินดิจิทัล และแจกจ่ายกุญแจถอดรหัสให้เหยื่อ ซึ่งเป็นการตัดวงจรรายได้และทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มแฮกเกอร์

ทำไมตัวเลขสถิติแรนซัมแวร์ถึงอาจไม่แม่นยำ 100%?

เพราะแฮกเกอร์มักโอ้อวดผลงานเกินจริงเพื่อสร้างความน่าเกรงขาม ในขณะที่เหยื่อจำนวนมากไม่กล้าแจ้งความหรือเปิดเผยข้อมูลเนื่องจากความอับอายหรือข้อกำหนดทางกฎหมาย ทำให้การพยากรณ์แนวโน้มเป็นเรื่องที่ท้าทาย