แรนซัมแวร์ Cuba เจาะระบบผ่านใบรับรองดิจิทัลของ Microsoft และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ

ภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่กำลังสร้างความกังวลให้กับองค์กรทั่วโลก เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า Cuba ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีฐานปฏิบัติการอยู่ในรัสเซีย ได้ใช้วิธีการที่แยบยลในการหลบเลี่ยงระบบตรวจจับความปลอดภัย โดยการนำมัลแวร์ที่ได้รับ "การรับรอง" จาก Microsoft มาใช้ในการโจมตีธุรกิจและสถาบันต่างๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ

กลยุทธ์หลักของกลุ่ม Cuba คือการใช้ Drivers (ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ระบบปฏิบัติการสื่อสารกับฮาร์ดแวร์ได้) ที่มีการลงลายมือชื่อทางดิจิทัล (Cryptographically signed) เพื่อให้ระบบเชื่อว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ เมื่อแฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าสู่ระบบเป้าหมายได้แล้ว พวกเขาจะใช้ไดรเวอร์เหล่านี้ในการปิดการทำงานของเครื่องมือสแกนความปลอดภัยและเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าระบบ เพื่อเปิดทางให้การติดตั้งแรนซัมแวร์เป็นไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่ถูกตรวจพบ

เบื้องหลังการปลอมแปลงความเชื่อถือ

จากการตรวจสอบของบริษัทความปลอดภัยอย่าง Sophos พบว่ากลุ่ม Cuba ไม่ได้ใช้เพียงใบรับรองของ Microsoft เท่านั้น แต่ยังมีการใช้ Kernel Driver (ไดรเวอร์ระดับลึกที่เข้าถึงส่วนสำคัญที่สุดของระบบปฏิบัติการ) ที่ลงลายมือชื่อด้วยใบรับรองของ NVIDIA ซึ่งถูกกลุ่มแฮกเกอร์ Lapsus$ ขโมยมาในช่วงต้นปี นอกจากนี้ Mandiant ยังตรวจพบการใช้ใบรับรองที่ถูกเจาะระบบจากบริษัทเทคโนโลยีของจีนอย่าง Zhuhai Liancheng Technology Co. อีกด้วย

ทางด้าน Microsoft ได้ออกประกาศเตือนว่า มีบัญชีผู้พัฒนาใน Microsoft Partner Center บางรายถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อส่งไดรเวอร์ที่เป็นอันตรายเข้ามาขอรับการรับรองผ่านโปรแกรม Windows Hardware Developer Program ทำให้มัลแวร์เหล่านั้นได้รับตราประทับความปลอดภัยจาก Microsoft และถูกนำไปใช้ในการบุกรุกระบบในขั้นตอนสุดท้าย

Image 7

การตอบโต้และมาตรการแก้ไข

หลังจากได้รับแจ้งเหตุจาก Sophos, Mandiant และ SentinelOne เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม Microsoft ได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดด้วยการระงับบัญชีผู้พัฒนาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งเพิกถอนใบรับรองดิจิทัลที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด และออกอัปเดตความปลอดภัยสำหรับ Windows เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้ โดย Microsoft ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นการนำบัญชีพาร์ทเนอร์ไปใช้ในทางที่ผิด ไม่ใช่การถูกเจาะระบบภายในของ Microsoft เอง

สรุปการใช้ใบรับรองดิจิทัลที่ถูกละเมิดโดยกลุ่ม Cuba และกลุ่มใกล้เคียง
หน่วยงาน/บริษัทที่ถูกแอบอ้าง สิ่งที่ถูกนำไปใช้ วัตถุประสงค์ของการโจมตี
Microsoft ใบรับรองจาก Partner Center ปิดกั้นเครื่องมือความปลอดภัยและติดตั้งแรนซัมแวร์
NVIDIA Kernel Driver (ใบรับรองที่รั่วไหล) เข้าถึงสิทธิ์ระดับสูงในระบบปฏิบัติการ
Zhuhai Liancheng Technology ใบรับรองดิจิทัลของบริษัท สร้างความน่าเชื่อถือให้มัลแวร์หลบเลี่ยงการตรวจจับ
Samsung / LG Platform Certificates (Android) ลงนามแอปพลิเคชันอันตราย (Manuscrypt)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • กลุ่ม Cuba ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับรัสเซียและมุ่งเป้าโจมตีองค์กรในสหรัฐฯ และทั่วโลก
  • Code Signing คือกระบวนการยืนยันว่าซอฟต์แวร์มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แต่ปัจจุบันถูกแฮกเกอร์นำมาใช้เป็นเครื่องมือพรางตัว
  • พบไดรเวอร์อันตรายทั้งหมด 10 รูปแบบ ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่พัฒนาต่อยอดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
  • มีการใช้บริการ Code Signing จากตลาดมืด ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำกำไรสูงในโลกอาชญากรรมไซเบอร์
  • แฮกเกอร์เกาหลีเหนือถูกระบุว่าใช้เทคนิคคล้ายกันผ่านมัลแวร์ Manuscrypt เพื่อโจมตีแพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซี

คำถามที่พบบ่อย

การลงลายมือชื่อดิจิทัล (Code Signing) คืออะไร และทำไมถึงอันตรายเมื่อถูกแฮก?

คือกลไกการตรวจสอบว่าซอฟต์แวร์ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ (Certificate Authority) เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจว่าโปรแกรมไม่ได้ถูกแก้ไข เมื่อแฮกเกอร์ขโมยใบรับรองนี้ได้ มัลแวร์จะดูเหมือนซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย ทำให้ระบบป้องกันความปลอดภัยยอมให้ทำงานโดยไม่แจ้งเตือน

กลุ่ม Cuba ใช้วิธีใดในการหลบเลี่ยงการตรวจจับของแอนตี้ไวรัส?

กลุ่มนี้ใช้ไดรเวอร์ที่ได้รับใบรับรองจาก Microsoft และบริษัทชั้นนำ เพื่อเข้าไปปิดการทำงานของระบบ Endpoint Detection and Response (EDR) หรือเครื่องมือสแกนความปลอดภัย ทำให้สามารถรันแรนซัมแวร์ได้โดยไม่ถูกขัดขวาง

Microsoft ได้ดำเนินการอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหานี้?

Microsoft ได้ระงับบัญชีผู้พัฒนาที่ทุจริต เพิกถอนใบรับรองดิจิทัลที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด และออกแพตช์อัปเดตความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ Windows เพื่อป้องกันการโจมตีผ่านไดรเวอร์เหล่านี้

นอกจากกลุ่ม Cuba มีกลุ่มอื่นที่ใช้เทคนิคนี้อีกหรือไม่?

มีรายงานว่าแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือได้ใช้ใบรับรองของ Android จากผู้ผลิตอย่าง Samsung และ LG เพื่อลงนามในมัลแวร์ Manuscrypt สำหรับโจมตีตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี