เอลซัลวาดอร์กับการต่อสู้ของกลุ่ม LGBTIQ+ ภายใต้ระบอบอำนาจนิยมและการเฝ้าระวังทางดิจิทัล
ในวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองและเรียกร้องสิทธิของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในเมืองหลวงของ เอลซัลวาดอร์ ผู้คนกว่า 20,000 คนได้มารวมตัวกันในงาน Pride march อย่างไรก็ตาม ความรื่นเริงในปีนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความหวาดกลัว ซึ่งสะท้อนผ่านประสบการณ์ของ Steven Rodríguez ผู้เดินทางไกลกว่า 40 ไมล์จากเมืองซานตาอานาเพื่อมาร่วมงานนี้
Rodríguez และผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากกังวลว่าการแสดงออกทางสัญลักษณ์อาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการดำเนินคดีทางอาญา เช่นเดียวกับกรณีของสหกรณ์ El Bosque เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่การประท้วงอย่างสงบเพื่อคัดค้านการไล่ที่จบลงด้วยการใช้กำลังปราบปรามโดยตำรวจทหาร และนำไปสู่การจับกุม José Ángel Pérez ผู้นำชุมชน และ Alejandro Henríquez ทนายความ ในข้อหาความไม่สงบในที่สาธารณะ ซึ่งทั้งคู่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้
การกวาดล้างทางอุดมการณ์และนโยบายรัฐ
นับตั้งแต่ นายิบ บูเคเล (Nayib Bukele) ก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2019 เขาได้เริ่มดำเนินนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างชัดเจน โดยการยุบหน่วยงานด้านความหลากหลายทางเพศ (Directorate of Sexual Diversity) และประกาศจุดยืนต่อต้านสิ่งที่เขาเรียกว่า อุดมการณ์ทางเพศ (Gender Ideology) โดยระบุว่าไม่ต้องการให้เนื้อหาเหล่านี้ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนและวิทยาลัย

ความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในระดับนโยบาย แต่ยังลามไปถึงสถานศึกษา โดย Rodríguez เล่าว่าเขาเคยเผชิญกับวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ในชั้นเรียน ซึ่งอาจารย์บางท่านแสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดของประธานาธิบดีที่ต้องการกำจัดอุดมการณ์ทางเพศออกไปเพราะเชื่อว่าเป็นการสร้างมลพิษให้กับเยาวชน

เกราะป้องกันในโลกไซเบอร์: การฝึกอบรมความปลอดภัยทางดิจิทัล
เมื่อการคุกคามย้ายจากโลกจริงสู่โลกออนไลน์ กลุ่ม Pedrina ซึ่งเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนสิทธิ LGBTIQ+ ในพื้นที่ภาคตะวันตก จึงหันมาให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยทางดิจิทัล (Digital Security) หลังจากสมาชิกเริ่มถูกโจมตีและข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดีย
ด้วยความช่วยเหลือจากองค์กร Amate ได้มีการจัดอบรมให้แก่ผู้เคลื่อนไหว 60 คน เพื่อให้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ดังนี้:
- Phishing: การหลอกลวงเพื่อขอข้อมูลส่วนตัว
- Outing: การเปิดเผยรสนิยมทางเพศของผู้อื่นโดยไม่ยินยอม
- Revenge Porn: การเผยแพร่ภาพลับเพื่อการแก้แค้น
- การสอดแนมและการกรรโชกทรัพย์
นอกจากนี้ยังมีการนำเครื่องมือทางเทคนิคมาใช้เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว เช่น VPN (Virtual Private Network) ซึ่งเป็นเครือข่ายเสมือนส่วนตัวที่ช่วยพรางตัวตน และแพลตฟอร์มส่งข้อความแบบเข้ารหัสอย่าง Signal และ Proton เพื่อป้องกันการดักฟังข้อมูล

การต่อสู้กับความเงียบและการบันทึกประวัติศาสตร์
รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ถูกวิจารณ์ว่าพยายามปกปิดสถิติอาชญากรรมจากความเกลียดชัง โดยสำนักงานอัยการสูงสุด (FGR) ใช้คำนิยามที่คลุมเครือ เช่น "การฆาตกรรมเนื่องจากความไม่ทนทานทางสังคม" หรือ "ความไม่ทนทานในครอบครัว" แทนการระบุว่าเป็นอาชญากรรมต่อกลุ่ม LGBTIQ+ ซึ่งระหว่างปี 2023-2024 มีกรณีเช่นนี้ถึง 182 ราย

เพื่อไม่ให้ความจริงสูญหาย Nicola Chávez และทีมงานจึงได้สร้างฐานข้อมูลเพื่อบันทึกเหตุการณ์ความรุนแรง โดยพบว่ามีชาว LGBTIQ+ อย่างน้อย 154 คนถูกจับกุมภายใต้ ระบอบฉุกเฉิน (Emergency Regime) ที่เริ่มใช้ตั้งแต่มีนาคม 2022 และถูกขยายเวลามาแล้วถึง 39 ครั้ง
Chávez ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจดหมายเหตุ ได้นำระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้นมาใช้ และเลือกใช้ CryptPad ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเข้ารหัสที่มีฟังก์ชันทำลายข้อมูลอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลผู้เสียหายรั่วไหลหากถูกเจ้าหน้าที่รัฐบุกตรวจค้น

กฎหมายใหม่และการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเมื่อมีการผ่าน กฎหมายตัวแทนต่างชาติ (Foreign Agents Law) ซึ่งบังคับให้องค์กรที่รับทุนจากต่างประเทศต้องลงทะเบียน และต้องเสียภาษีถึง 30% ของเงินทุนนั้น ซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องมือในการบีบให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเงียบลง

นอกจากนี้ การจัดตั้ง หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งรัฐ (State Cybersecurity Agency) ในเดือนพฤศจิกายน 2024 ยิ่งทำให้กลุ่มนักกิจกรรมกังวลว่ารัฐบาลกำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อควบคุมพลเมืองทั้งในโลกจริงและโลกดิจิทัลอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบในปัจจุบัน คือความหวังว่าในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการฟ้องร้องระดับสากล หรือเป็นหลักฐานในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเมื่อมีการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การปราบปราม: มีผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 6 คนถูกจับกุมด้วยเหตุผลทางการเมืองในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา
- การควบคุมข้อมูล: รัฐบาลใช้คำนิยามอาชญากรรมที่คลุมเครือเพื่อเลี่ยงการระบุจำนวนเหยื่อจากความเกลียดชังทางเพศ
- มาตรการทางกฎหมาย: กฎหมายตัวแทนต่างชาติสร้างภาระทางภาษี 30% แก่องค์กรที่รับทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ
- การเฝ้าระวัง: มีการจัดตั้งหน่วยงานไซเบอร์แห่งรัฐเพื่อควบคุมข้อมูลและอัตลักษณ์ดิจิทัลของประชาชน
| ด้านที่ได้รับผลกระทบ | การกระทำของรัฐบาล | วิธีการรับมือของภาคประชาสังคม |
|---|---|---|
| สิทธิและกฎหมาย | ยุบหน่วยงานความหลากหลายทางเพศ / ใช้ระบอบฉุกเฉิน | บันทึกข้อมูลเหยื่อและจัดทำฐานข้อมูลลับ |
| ความปลอดภัยดิจิทัล | สอดแนม / จัดตั้งหน่วยงานไซเบอร์แห่งรัฐ | ใช้ VPN, Signal, Proton และ CryptPad |
| การเงินและทรัพยากร | เก็บภาษีทุนต่างชาติ 30% (กฎหมายตัวแทนต่างชาติ) | ปรับรูปแบบการทำงานให้ระมัดระวังและปกปิดชื่อองค์กร |
| สังคมและวัฒนธรรม | ต่อต้านอุดมการณ์ทางเพศในสถานศึกษา | จัดอบรมสร้างความตระหนักรู้และทักษะการป้องกันตัว |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมกลุ่ม LGBTIQ+ ในเอลซัลวาดอร์ถึงต้องใช้เครื่องมือเข้ารหัสข้อมูล?
เนื่องจากมีการเพิ่มระดับการใช้อำนาจนิยมและการสอดแนมจากรัฐบาล การใช้เครื่องมืออย่าง Signal หรือ CryptPad ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวและรายชื่อผู้เสียหายถูกเข้าถึงโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การจับกุมหรือการคุกคามได้
กฎหมายตัวแทนต่างชาติส่งผลกระทบอย่างไรต่อองค์กรสิทธิมนุษยชน?
กฎหมายนี้บังคับให้องค์กรที่รับเงินทุนจากต่างประเทศต้องลงทะเบียนเป็น "ตัวแทนต่างชาติ" และต้องเสียภาษีสูงถึง 30% ซึ่งเป็นการตัดทอนทรัพยากรทางการเงินและสร้างความเสี่ยงในการถูกเพ่งเล็งจากรัฐบาล
ระบอบฉุกเฉิน (Emergency Regime) เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างไร?
แม้ระบอบฉุกเฉินจะถูกนำมาใช้เพื่อปราบปรามแก๊งอาชญากรรม แต่ในทางปฏิบัติกลับส่งผลกระทบอย่างไม่เป็นธรรมต่อกลุ่ม LGBTIQ+ โดยมีการรายงานว่ามีสมาชิกกลุ่มนี้ถูกจับกุมถึง 154 คน
รัฐบาลเอลซัลวาดอร์จัดการกับสถิติอาชญากรรมจากความเกลียดชังอย่างไร?
รัฐบาลหลีกเลี่ยงการใช้คำว่าอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) แต่ใช้คำว่า "ความไม่ทนทานทางสังคมหรือครอบครัว" แทน ซึ่งไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนในรายงานทางบริหาร ทำให้ยากต่อการติดตามและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
เป้าหมายสูงสุดของการเก็บข้อมูลความรุนแรงของกลุ่มนักกิจกรรมคืออะไร?
เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินคดีในระดับนานาชาติ หรือใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบย้อนหลังเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคต



