เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ กับความสัมพันธ์ลับกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ

เอกสารที่เปิดเผยโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผยให้เห็นข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง เจฟฟรีย์ เอปสไตน์ (Jeffrey Epstein) มหาเศรษฐีผู้ถูกกล่าวหาว่าค้ามนุษย์ กับเจ้าหน้าที่หน่วย CBP (Customs and Border Protection) หรือหน่วยศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตสหรัฐเวอร์จินไอแลนด์ (USVI) โดยพบว่ามีการสร้างสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเกินขอบเขตหน้าที่ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีของการตรวจสอบ

หลักฐานจากอีเมลและข้อความระบุว่า เอปสไตน์ใช้วิธีการสร้างมิตรภาพกับเจ้าหน้าที่หลายราย เช่น การเชิญไปพักผ่อนบนเกาะส่วนตัว การเสนอทริปชมวาฬด้วยเฮลิคอปเตอร์ หรือแม้แต่การส่งขนมแคนโนลีให้ในวันคริสต์มาส ซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีทางเพศที่ฟลอริดาเมื่อปี 2008 แล้ว

กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายเพื่อลดการตรวจสอบ

เอปสไตน์มักเดินทางเข้าออกสหรัฐเวอร์จินไอแลนด์ด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ซึ่งตามระเบียบแล้วต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ CBP โดย Larry Visoski นักบินส่วนตัวของเอปสไตน์ ให้การกับ FBI ว่าบ่อยครั้งที่ผู้โดยสารของเอปสไตน์ ซึ่งรวมถึงนักศึกษาและผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ ถูกเจ้าหน้าที่ตั้งคำถาม ซึ่งในกรณีดังกล่าว เอปสไตน์จะเข้ามาแทรกแซงและโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง

เพื่อลดแรงเสียดทานในการเดินทาง เอปสไตน์จึงพยายามผูกมิตรกับเจ้าหน้าที่ CBP โดยสั่งให้นักบินเก็บข้อมูลติดต่อของเจ้าหน้าที่ไว้ และใช้การสร้างความประทับใจส่วนตัวเพื่อให้เจ้าหน้าที่บางราย "ไม่เข้มงวด" กับเขาจนเกินไป

กรณีตัวอย่างความสัมพันธ์ที่น่าสงสัย

  • Glen Samuel: เจ้าหน้าที่ CBP ที่ถูกเชิญไปเล่นกลองเหล็ก (Steel Pan Drums) บนเกาะ Little Saint James โดยระบุว่าทำเพราะความเป็นเพื่อนและไม่คิดค่าจ้าง
  • James Heil: เจ้าหน้าที่ระดับผู้ดูแลที่ติดต่อกับเอปสไตน์โดยตรง และเป็นผู้ที่เอปสไตน์มักจะส่งข้อความไปร้องเรียนเมื่อไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ CBP ในพื้นที่อื่น เช่น ที่เมืองนิวอาร์ก
  • Tim Routch: เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมที่อ้างว่าเดินทางไปเกาะของเอปสไตน์เพื่อตรวจไรฝุ่นในต้นปาล์ม และได้รับประทานอาหารกลางวันที่ทิกิบาร์ของมหาเศรษฐีรายนี้
สรุปความสัมพันธ์ระหว่างเอปสไตน์และเจ้าหน้าที่ CBP
ชื่อเจ้าหน้าที่ ลักษณะความสัมพันธ์/กิจกรรม ผลลัพธ์ทางกฎหมาย
Glen Samuel แสดงดนตรีบนเกาะส่วนตัวในฐานะเพื่อน ไม่ถูกตั้งข้อหา
James Heil ประสานงานส่วนตัวและรับของขวัญวันคริสต์มาส ไม่ถูกตั้งข้อหา
Tim Routch ตรวจต้นปาล์มและรับประทานอาหารบนเกาะ ไม่ถูกตั้งข้อหา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การแทรกแซงหน้าที่: เอปสไตน์ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อลดการตรวจสอบการเดินทางเข้าออกของตนและผู้ติดตาม
  • การละเมิดจริยธรรม: ผู้เชี่ยวชาญด้านจริยธรรมชี้ว่า การรับของขวัญหรือการสร้างความสนิทสนมกับผู้ถูกตรวจสอบเป็นการละเมิดแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลกลาง
  • การสอบสวนของรัฐ: มีการออกหมายเรียกพยาน (Subpoena) จากคณะลูกขุนใหญ่เพื่อตรวจสอบข้อหา สมคบคิดเพื่อฉ้อโกงรัฐบาลสหรัฐฯ
  • บทสรุปทางคดี: แม้จะมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ CBP รายใดถูกตั้งข้อหาทางอาญาอย่างเป็นทางการ

Kathleen Clark ศาสตราจารย์ด้านจริยธรรมจาก Washington University วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมของเอปสไตน์ไม่ใช่เพียงการให้ของขวัญเล็กน้อย แต่เป็นทักษะการปั่นหัว (Manipulation) เพื่อให้เจ้าหน้าที่รู้สึกดีกับเขา ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้เขาสามารถดำเนินกิจกรรมการค้ามนุษย์เด็กได้โดยไม่ถูกจับกุมเป็นเวลานาน

คำถามที่พบบ่อย

เจ้าหน้าที่ CBP ถูกดำเนินคดีหรือไม่?

ไม่มีเจ้าหน้าที่ CBP รายใดในรายงานนี้ที่ถูกตั้งข้อหาทางอาญา และบางรายสามารถเกษียณอายุราชการพร้อมได้รับเงินบำนาญตามปกติ

เอปสไตน์ใช้ประโยชน์จากเจ้าหน้าที่เหล่านี้อย่างไร?

เขาใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวในการลดความเข้มงวดในการตรวจสอบการเดินทาง และใช้เป็นช่องทางในการร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหากับเจ้าหน้าที่รัฐรายอื่น

การรับของขวัญเล็กน้อยถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่?

ตามกฎจริยธรรมรัฐบาลกลาง แม้จะมีข้อยกเว้นสำหรับของขวัญมูลค่าต่ำ (ประมาณ 20 ดอลลาร์) แต่หัวใจสำคัญคือการป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่ทำให้ความเที่ยงธรรมและความซื่อสัตย์ของเจ้าหน้าที่ถูกตั้งคำถาม

เกาะ Little Saint James มีบทบาทอย่างไรในเรื่องนี้?

เป็นสถานที่ที่เอปสไตน์ใช้ต้อนรับเจ้าหน้าที่ CBP เพื่อสร้างความประทับใจและผูกมิตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างเครือข่ายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ