สุริยุปราคาเต็มดวง ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และเตรียมตัวอย่างไร

หลายคนอาจรู้สึกเสียดายที่พลาดโอกาสในการรับชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ดวงอาทิตย์ถูกบดบังจนมืดมิดพาดผ่านสหรัฐอเมริกาจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1918 แต่สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับอาการ FOMO (Fear of Missing Out) หรือความรู้สึกกลัวที่จะพลาดเหตุการณ์สำคัญ อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะในชั่วชีวิตของเรายังมีโอกาสที่จะได้สัมผัสความมหัศจรรย์นี้ได้อีกหลายครั้ง

สุริยุปราคาเต็มดวง (Total Solar Eclipse) คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์โคจรเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างโลกและดวงอาทิตย์พอดี ทำให้เงาของดวงจันทร์ทอดลงมาบนพื้นโลก โดยปกติแล้วเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 18 เดือน แต่ความท้าทายคือผู้ที่จะได้เห็นดวงอาทิตย์มืดสนิทนั้น จะต้องอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า Path of Totality หรือเส้นทางคราส ซึ่งเป็นบริเวณที่เงาของดวงจันทร์พาดผ่านโดยตรง

เนื่องจากบ่อยครั้งที่เส้นทางคราสนี้พาดผ่านมหาสมุทรหรือทวีปแอนตาร์กติกา การที่สุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่ายจึงกลายเป็นเหตุการณ์ระดับโลกที่ทุกคนไม่ควรพลาด

ปฏิทินการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงในสหรัฐอเมริกา

หากคุณพลาดโอกาสครั้งล่าสุดไป นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่คุณควรทำเครื่องหมายไว้ในปฏิทิน เพื่อเตรียมวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญอีกครั้ง

8 เมษายน 2024

โอกาสครั้งถัดไปที่ใกล้ที่สุดจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยเส้นทางคราสจะพาดผ่านสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และบางส่วนของแคนาดา การเตรียมตัวและจองที่พักล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการวางแผนเดินทางในนาทีสุดท้ายอาจทำให้คุณพลาดโอกาสนี้ได้

The path of totality for the April 8th, 2024 solar eclipse.

12 สิงหาคม 2045

สำหรับผู้ที่รอคอยปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ระดับพาดผ่านสหรัฐฯ จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตกอีกครั้ง ต้องรอจนถึงปี 2045 ซึ่งเส้นทางคราสในครั้งนี้จะมีลักษณะคล้ายกับครั้งที่ผ่านมา แต่จะขยับลงมาทางทิศใต้มากกว่าเดิมเล็กน้อย

The path of totality for the August 12th, 2045 solar eclipse.

30 มีนาคม 2052

แม้จะเป็นอนาคตที่ห่างไกล แต่ในวันที่ 30 มีนาคม 2052 จะมีสุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยครั้งนี้เส้นทางคราสจะแตะพื้นที่สหรัฐฯ เพียงบางส่วนเท่านั้น ได้แก่ รัฐเท็กซัสตอนใต้, ลุยเซียนา, ฟลอริดา และจอร์เจีย

The path of totality for the March 30th, 2052 solar eclipse.

นอกจากนี้ ในปี 2078 และ 2079 จะมีสุริยุปราคาเต็มดวงพาดผ่านบางรัฐในสหรัฐฯ อีก ซึ่งถือเป็นโบนัสสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีอายุยืนยาวจนถึงช่วงเวลานั้น

ทางเลือกอื่นสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรอนาน

คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เท่านั้น เพราะในพื้นที่อื่นๆ ของโลกก็มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ในประเทศชิลีและอาร์เจนตินา ซึ่งมีความโชคดีอย่างมากที่มีสุริยุปราคาเต็มดวงพาดผ่านถึงสองครั้ง คือในวันที่ 2 กรกฎาคม 2019 และวันที่ 14 ธันวาคม 2020

Image 12
สรุปกำหนดการสุริยุปราคาเต็มดวงที่น่าสนใจ
วันที่เกิดปรากฏการณ์ พื้นที่ที่มองเห็น (Path of Totality) ระดับความครอบคลุม
8 เมษายน 2024 สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, แคนาดา บางส่วนของทวีปเหนือ
12 สิงหาคม 2045 สหรัฐอเมริกา (Coast to Coast) ครอบคลุมกว้างขวาง
30 มีนาคม 2052 เท็กซัสใต้, ลุยเซียนา, ฟลอริดา, จอร์เจีย พื้นที่จำกัดในสหรัฐฯ
ปี 2078 และ 2079 บางรัฐในสหรัฐอเมริกา พื้นที่จำกัด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความถี่: สุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุกๆ 18 เดือนทั่วโลก
  • เงื่อนไขการมองเห็น: ต้องอยู่ใน Path of Totality หรือเส้นทางที่เงาดวงจันทร์พาดผ่านจึงจะเห็นดวงอาทิตย์มืดสนิท
  • ความหายาก: การเกิดในพื้นที่ที่เข้าถึงง่าย (Landmass) มีน้อยกว่าการเกิดกลางมหาสมุทร
  • การวางแผน: ควรเตรียมการเดินทางล่วงหน้าเนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมาก

คำถามที่พบบ่อย

สุริยุปราคาเต็มดวงแตกต่างจากสุริยุปราคาบางส่วนอย่างไร?

สุริยุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์จนมิด ทำให้ท้องฟ้ามืดลงชั่วขณะ ส่วนสุริยุปราคาบางส่วนคือการที่ดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์เพียงบางส่วน ทำให้เห็นดวงอาทิตย์เป็นรูปเสี้ยว

ทำไมเราถึงไม่เห็นสุริยุปราคาเต็มดวงในที่เดิมบ่อยๆ?

เพราะเส้นทางคราส (Path of Totality) มีขนาดแคบและเปลี่ยนแปลงไปตามวงโคจรของดวงจันทร์และโลก ทำให้แต่ละพื้นที่ต้องใช้เวลานานหลายสิบปีกว่าจะเกิดซ้ำในจุดเดิม

ถ้าไม่ได้อยู่ในเส้นทางคราสจะเห็นอะไร?

หากคุณอยู่นอกเส้นทางคราสแต่ยังอยู่ในบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์ คุณจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน ซึ่งดวงอาทิตย์จะไม่มืดสนิท

ควรเตรียมตัวอย่างไรหากต้องการไปดูสุริยุปราคาในอนาคต?

ควรตรวจสอบวันที่และเส้นทางคราสที่แน่นอน วางแผนการเดินทางและจองที่พักล่วงหน้า และที่สำคัญที่สุดคือต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย