สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในปฏิบัติการครั้งใหญ่

สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นถึงขีดสุด เมื่อกองกำลังจาก สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล ได้ร่วมกันเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่อระบอบการปกครองของอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นิยามการบุกครั้งนี้ว่าเป็น "ปฏิบัติการรบครั้งสำคัญ" เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นและปกป้องชาวอเมริกัน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงเช้าตรู่ของวันเสาร์ (ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ) โดยมีรายงานการระเบิดหลายจุดภายในประเทศอิหร่าน รวมถึงกลุ่มควันขนาดใหญ่ที่พวยพุ่งขึ้นเหนือกรุงเตหะราน ซึ่งทั้งสองประเทศได้ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ดำเนินการโจมตีในครั้งนี้

รายละเอียดของปฏิบัติการทางทหาร

การโจมตีครั้งนี้ถูกเรียกขานด้วยชื่อรหัสที่แตกต่างกันตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยทางกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ใช้ชื่อว่า Operation Epic Fury ในขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ใช้ชื่อว่า Operation Roaring Lion ซึ่งมีเป้าหมายครอบคลุมหลายเมืองทั่วอิหร่าน เพื่อทำลายอุตสาหกรรมขีปนาวุธและยับยั้งการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ทางด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ระบุว่าเป้าหมายหลักคือการขจัด "ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่" ที่เกิดจากอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งสารไปยังประชาชนชาวอิหร่าน โดยสนับสนุนให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเพื่อนำไปสู่เสรีภาพ

Image 7

การตอบโต้และผลกระทบในระดับภูมิภาค

หลังจากการโจมตีเริ่มต้นขึ้น อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานทัพของสหรัฐฯ ตั้งอยู่ ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ดังนี้:

  • บาห์เรน: สถานทูตสหรัฐฯ แจ้งเตือนการโจมตีด้วยโดรนหรือขีปนาวุธ และมีรายงานการระเบิดบริเวณเมืองมานามา
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE): กระทรวงกลาโหมรายงานว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านได้หลายลูก แต่มีความเสียหายต่ออาคารและมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นชาวเอเชีย
  • กาตาร์: ยืนยันว่ามีการสกัดกั้นขีปนาวุธที่ถูกยิงเข้ามาเช่นกัน

นอกจากนี้ ผลกระทบยังลามไปถึงการคมนาคมและสื่อสาร โดยหลายประเทศ ได้แก่ อิหร่าน, อิรัก, คูเวต, บาห์เรน และกาตาร์ ได้ประกาศปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ชั่วคราว ขณะที่ระบบอินเทอร์เน็ตในอิหร่านเกิดภาวะ Internet Blackout หรือการตัดการเชื่อมต่อเกือบทั้งหมด โดยเหลือการใช้งานเพียง 4% ของระดับปกติ

Image 8

เบื้องหลังและการเตรียมการก่อนการโจมตี

การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน แต่มีการสะสมกำลังทางทหารในตะวันออกกลางมานานหลายสัปดาห์ ทั้งการส่งเครื่องบินขับไล่, เครื่องบินขนส่ง และการเคลื่อนกำลังเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือรบที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้ามาในพื้นที่

ความตึงเครียดเริ่มก่อตัวตั้งแต่เดือนมกราคม จากกรณีที่รัฐบาลอิหร่านปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งหน่วยงาน Human Rights Activists News Agency ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 7,015 ราย และถูกจับกุมกว่า 53,000 คน รวมถึงความล้มเหลวในการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ที่กรุงเจนีวา แม้ว่าก่อนหน้านี้รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมานจะระบุว่ามีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพก็ตาม

สรุปข้อมูลปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อปฏิบัติการ (สหรัฐฯ) Operation Epic Fury
ชื่อปฏิบัติการ (อิสราเอล) Operation Roaring Lion
เป้าหมายหลัก อุตสาหกรรมขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์
กำลังรบสำคัญ เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln และเครื่องบินขับไล่
ผลกระทบด้านการสื่อสาร อินเทอร์เน็ตในอิหร่านลดลงเหลือ 4%

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การโจมตีร่วม: สหรัฐฯ และอิสราเอลประสานงานโจมตีหลายเมืองในอิหร่านเพื่อหยุดยั้งอาวุธนิวเคลียร์
  • การตอบโต้: อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ UAE, บาห์เรน และกาตาร์
  • วิกฤตมนุษยธรรม: มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 7,000 รายจากการประท้วงภายในอิหร่านก่อนเกิดสงคราม
  • ประวัติการโจมตี: เคยมีการปฏิบัติการ "Midnight Hammer" ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งใช้ระเบิด Bunker-buster โจมตีฐานนิวเคลียร์ใต้ดิน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมสหรัฐฯ และอิสราเอลถึงตัดสินใจโจมตีอิหร่านในครั้งนี้?

เหตุผลหลักคือเพื่อกำจัดภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการยับยั้งไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์และทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของระบอบการปกครองอิหร่าน

ปฏิบัติการ Midnight Hammer คืออะไรและแตกต่างจากครั้งนี้อย่างไร?

Midnight Hammer คือการโจมตีทางอากาศเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยใช้เครื่องบินกว่า 100 ลำ โจมตีจุดยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ 3 แห่ง (Fordow, Natanz, Isfahan) ด้วยระเบิดทำลายบังเกอร์ขนาด 30,000 ปอนด์ แต่ไม่สามารถหยุดการพัฒนานิวเคลียร์ได้อย่างเด็ดขาด

การโจมตีครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นในตะวันออกกลางอย่างไร?

ส่งผลให้เกิดการยิงขีปนาวุธตอบโต้จากอิหร่านไปยังประเทศที่มีฐานทัพสหรัฐฯ เช่น บาห์เรน และ UAE รวมถึงมีการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศเพื่อความปลอดภัยของเที่ยวบินพาณิชย์

สถานการณ์การเจรจาทางการทูตก่อนเกิดเหตุเป็นอย่างไร?

มีการเจรจาที่เจนีวาและมีความพยายามไกล่เกลี่ยโดยโอมาน ซึ่งในตอนแรกดูเหมือนจะมีความคืบหน้าในเชิงบวก แต่สุดท้ายไม่สามารถป้องกันการปะทะทางทหารได้ และสหรัฐฯ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สถานทูตในอิสราเอลเดินทางออกจากประเทศก่อนการโจมตี