สหภาพยุโรปเตรียมคุมเข้มแพลตฟอร์มเช่าที่พักระยะสั้น เพิ่มความโปร่งใสผ่านการแชร์ข้อมูล

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เสนอชุดกฎระเบียบใหม่เพื่อยกระดับความโปร่งใสในธุรกิจ P2P rentals หรือการเช่าที่พักแบบบุคคลต่อบุคคลระยะสั้น โดยมุ่งเน้นไปที่การบังคับให้แพลตฟอร์มตัวกลางต้องแบ่งปันข้อมูลกับภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของที่พักแบบ Vacation Rental ที่ส่งผลให้ค่าครองชีพและราคาที่อยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้น

แนวทางนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการรักษาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่น โดยมุ่งหวังให้เกิดระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย

ยกระดับการกำกับดูแลด้วยการเชื่อมโยงข้อมูล

หัวใจสำคัญของข้อเสนอนี้คือการสร้างมาตรฐานการแชร์ข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์มเช่าที่พัก (เช่น Airbnb, Booking.com, Expedia Group และ Tripadvisor) กับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำและเหมาะสมกับสถานการณ์จริง

ภายใต้กฎระเบียบใหม่ แพลตฟอร์มจะต้องส่งมอบข้อมูลสำคัญ ดังนี้:

  • จำนวนการเข้าพักและจำนวนแขก ที่เข้าใช้บริการ
  • หมายเลขทะเบียนที่พัก เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย
  • URL ของประกาศเช่า ที่ตั้งอยู่ในเขตอำนาจของหน่วยงานที่ร้องขอข้อมูล

การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถระบุที่พักที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง และบังคับใช้กฎหมายการลงทะเบียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลไกการดำเนินงานและข้อกำหนดสำหรับผู้ให้บริการ

เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้มีการปรับปรุงระบบการจดทะเบียนที่พักให้เป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมดและใช้งานง่าย โดยเจ้าของที่พักที่จดทะเบียนสำเร็จจะได้รับ หมายเลขทะเบียนเฉพาะ (Unique Registration Number) เพื่อใช้ยืนยันตัวตน

หน้าที่ของแพลตฟอร์มออนไลน์

แพลตฟอร์มจะต้องอำนวยความสะดวกให้เจ้าของที่พักแสดงหมายเลขทะเบียนบนหน้าประกาศ และต้องทำการสุ่มตรวจความถูกต้องของหมายเลขดังกล่าว หากพบว่าไม่ถูกต้อง ภาครัฐมีอำนาจสั่งระงับหมายเลขทะเบียนและขอให้แพลตฟอร์มนำประกาศนั้นออกจากระบบ

ความถี่ในการส่งข้อมูล

การส่งข้อมูลจำนวนคืนที่เข้าพักและจำนวนแขกจะต้องทำในรูปแบบอัตโนมัติเป็นรายเดือน อย่างไรก็ตาม สำหรับแพลตฟอร์มขนาดเล็กหรือไมโคร (ที่มีเจ้าของที่พักเฉลี่ยไม่ถึง 2,500 รายต่อเดือน) อาจได้รับอนุญาตให้ส่งข้อมูลเป็นรายไตรมาสและไม่จำเป็นต้องใช้ระบบอัตโนมัติ

สรุปสาระสำคัญของข้อเสนอการแชร์ข้อมูลที่พักระยะสั้นใน EU
หัวข้อ รายละเอียดข้อกำหนด
ข้อมูลที่ต้องแชร์ จำนวนแขก, จำนวนคืนที่พัก, หมายเลขทะเบียน และ URL ของที่พัก
ระบบจดทะเบียน ต้องเป็นระบบออนไลน์ 100% และออกหมายเลขทะเบียนเฉพาะตัว
ความถี่การรายงาน รายเดือน (อัตโนมัติ) สำหรับรายใหญ่ / รายไตรมาส สำหรับรายเล็ก
การนำข้อมูลไปใช้ ใช้จัดทำสถิติการท่องเที่ยวโดย Eurostat และพัฒนาบริการนวัตกรรมท่องเที่ยว
ระยะเวลาเริ่มใช้ คาดการณ์ว่าอาจเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในปี 2026

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • อำนาจท้องถิ่นยังคงเดิม: กฎนี้ไม่ก้าวก่ายอำนาจของรัฐบาลท้องถิ่นในการกำหนดกฎระเบียบด้านความปลอดภัย ผังเมือง หรือภาษี
  • การทำงานร่วมกับกฎหมายอื่น: ข้อกำหนดนี้จะเสริมการทำงานของ Digital Services Act (DSA) ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัลในภาพรวมของ EU
  • การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์: ข้อมูลที่รวบรวมได้ในรูปแบบภาพรวม (Aggregate form) จะถูกนำไปใช้ในพื้นที่ข้อมูลการท่องเที่ยวแห่งยุโรปเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม
  • บทลงโทษ: รัฐสมาชิกจะต้องกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดความโปร่งใสนี้
Natasha Lomas

คำถามที่พบบ่อย

กฎระเบียบนี้จะทำให้การเช่าที่พักระยะสั้นผิดกฎหมายหรือไม่?

ไม่ใช่ กฎระเบียบนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสั่งห้ามการเช่าที่พัก แต่เน้นไปที่การสร้างความโปร่งใสและการจดทะเบียนที่ถูกต้อง เพื่อให้ภาครัฐบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

เจ้าของที่พักรายย่อยจะได้รับผลกระทบอย่างไร?

เจ้าของที่พักจะต้องจดทะเบียนที่พักผ่านระบบออนไลน์เพื่อให้ได้หมายเลขทะเบียน และต้องแสดงหมายเลขนั้นบนแพลตฟอร์มที่ใช้ประกาศเช่า

แพลตฟอร์มขนาดเล็กต้องส่งข้อมูลบ่อยแค่ไหน?

แพลตฟอร์มที่มีเจ้าของที่พักเฉลี่ยไม่เกิน 2,500 รายต่อเดือน อาจส่งข้อมูลได้เป็นรายไตรมาส และไม่จำเป็นต้องใช้ระบบส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติเหมือนแพลตฟอร์มรายใหญ่

กฎนี้จะเริ่มบังคับใช้เมื่อใด?

หลังจากผ่านการพิจารณาจากสภายุโรปและคณะมนตรีแล้ว จะมีระยะเวลาปรับตัว 2 ปี ซึ่งคาดว่าระบบจะเริ่มใช้งานจริงได้เร็วที่สุดในปี 2026

รัฐบาลท้องถิ่นยังสามารถออกกฎเฉพาะของตัวเองได้หรือไม่?

ได้ รัฐบาลท้องถิ่นยังคงมีอำนาจเต็มในการออกแบบนโยบายด้านภาษี ความปลอดภัย และผังเมือง ตราบใดที่กฎเหล่านั้นสอดคล้องกับหลักการของ EU Services Directive