สงครามโดรนภาคพื้นดิน UGV นวัตกรรมอาวุธไร้คนขับในสมรภูมิยูเครน
ในสมรภูมิใกล้เมืองอัฟดีฟกา (Avdiivka) ภาพของหุ่นยนต์สี่ล้อขนาดกะทัดรัดที่กำลังเคลื่อนที่ไปตามถนนที่แตกร้าวเพื่อขนส่งกระสุนและเสบียงให้กองทัพรัสเซีย อาจดูเหมือนเป็นเพียงการสนับสนุนทางโลจิสติกส์ทั่วไป แต่ในความเป็นจริงมันกำลังถูกจับตามองจากโดรนของยูเครนที่บินอยู่เหนือหัว และในชั่วพริบตา โดรนอีกลำได้พุ่งเข้าชนหุ่นยนต์ตัวนั้นจนระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
เหตุการณ์นี้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมโดยกองพลทหารราบยานเกราะที่ 110 ของยูเครน เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเทรนด์ใหม่ในสงครามครั้งนี้ นั่นคือการใช้ หุ่นยนต์สู้กับหุ่นยนต์ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่โดรนบนอากาศ แต่ขยายมาถึง UGV (Unmanned Ground Vehicle) หรือยานยนต์ภาคพื้นดินไร้คนขับ
ทำความรู้จักกับ UGV ยานยนต์ไร้คนขับในสมรภูมิ
UGV (Unmanned Ground Vehicle) คือหุ่นยนต์ภาคพื้นดินที่ควบคุมจากระยะไกล โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นเครื่องจักรแบบ 4 หรือ 6 ล้อ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมได้ตามภารกิจ แม้ว่าแนวคิดเรื่อง UGV จะมีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรูปแบบของระเบิดเคลื่อนที่ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปไกลกว่านั้นมาก
บทบาทของ UGV ในปัจจุบันแบ่งออกเป็นหลายประเภทหลักๆ ดังนี้:
- ด้านโลจิสติกส์: ใช้ขนส่งเสบียงและอาวุธไปยังแนวหน้า
- ด้านการแพทย์: ทำหน้าที่เป็นหุ่นยนต์เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่อันตราย
- ด้านการรบ: ใช้ในการวางทุ่นระเบิด ทำลายทุ่นระเบิด หรือติดตั้งอาวุธและระเบิดเพื่อโจมตีเป้าหมาย
Samuel Bendett นักวิเคราะห์จาก Center for Naval Andes ระบุว่า ปัจจุบันมีการพัฒนา UGV ขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก เนื่องจากยานพาหนะขนาดใหญ่ตกเป็นเป้าสายตาได้ง่ายและมักถูกโจมตีด้วย FPV Drone (First-Person View Drone) หรือโดรนที่ผู้บังคับมองเห็นภาพผ่านกล้องแบบเรียลไทม์ ซึ่งทำให้สมรภูมิในยูเครนเต็มไปด้วยเซนเซอร์ตรวจจับที่พร้อมโจมตีทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว
การแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างรัสเซียและยูเครน
ในขณะที่รัสเซียเน้นการพัฒนา UGV แบบ DIY หรือการสร้างขึ้นเองโดยอาชัยความร่วมมือจากอาสาสมัครเพื่อตอบโจทย์เฉพาะหน้า แต่ยูเครนกลับมีแนวทางที่เป็นระบบมากกว่า โดยรัฐบาลประกาศเป้าหมายในการสร้าง "กองทัพหุ่นยนต์" อย่างเต็มรูปแบบ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือผลงานของ Taras Ostapchuk ผู้ที่เปลี่ยนธุรกิจผลิตเสาไฟถนนมาสร้างหุ่นยนต์สงครามภายใต้การสนับสนุนของ Brave1 ซึ่งเป็นคลัสเตอร์เทคโนโลยีทางทหารของยูเครน โดยเขาได้พัฒนาหุ่นยนต์ตระกูล Ratel ออกมา 3 รูปแบบ ได้แก่ หุ่นยนต์กามิกาเซ่สำหรับโจมตีและวางระเบิด และหุ่นยนต์ขนาดใหญ่สำหรับขนส่งอุปกรณ์และเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

ความท้าทายสำคัญของ UGV คือระยะการควบคุม ซึ่งหุ่นยนต์ขนาดเล็กของ Ratel มีระยะทำงานประมาณ 2-3 กิโลเมตร (และขยายได้ด้วยสถานีทวนสัญญาณ) ส่วนรุ่นใหญ่สามารถควบคุมได้ไกลถึง 40-60 กิโลเมตร นอกจากนี้ ในพื้นที่เสี่ยงอย่างซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia) และดอนบาส (Donbas) UGV จำเป็นต้องติดตั้งระบบป้องกันโดรนเพื่อไม่ให้ถูกทำลายได้ง่ายๆ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | UGV ขนาดเล็ก / กามิกาเซ่ | UGV ขนาดใหญ่ / สนับสนุน |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | โจมตี, วางทุ่นระเบิด, ลอบสังหาร | ขนส่งเสบียง, เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ |
| ระยะการควบคุม | 2 - 3 กิโลเมตร (ขยายได้) | 40 - 60 กิโลเมตร |
| ความเสี่ยง | สูง (มักถูกทำลายหลังจบภารกิจ) | ปานกลาง (ตกเป็นเป้าของ FPV Drone) |
| จุดเด่น | คล่องตัว, ราคาถูก, เข้าถึงพื้นที่แคบ | บรรทุกน้ำหนักได้มาก, ลดความเสี่ยงให้ทหาร |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การเปลี่ยนกลยุทธ์: ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในอนาคต การโจมตีจะเปลี่ยนจากตัวหุ่นยนต์ไปเป็นการล่าตัวผู้ควบคุมและโครงสร้างสนับสนุนแทน
- การลดความสูญเสีย: การใช้ UGV ช่วยให้ทหารไม่ต้องเสี่ยงชีวิตในภารกิจอันตราย เช่น การลาดตระเวนหรือขนส่งเสบียงในพื้นที่ปะทะ
- แนวโน้มในอนาคต: คาดว่าจะมีการนำระบบอัตโนมัติ (Autonomy) มาใช้มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาการควบคุมจากมนุษย์
- สงครามอิเล็กทรอนิกส์: การติดตั้งอุปกรณ์ Jamming เพื่อรบกวนสัญญาณโดรนกลายเป็นฟีเจอร์จำเป็นสำหรับ UGV ภาคพื้นดิน
คำถามที่พบบ่อย
UGV แตกต่างจากโดรนทั่วไปอย่างไร?
โดรนทั่วไปที่คนส่วนใหญ่รู้จักคือโดรนทางอากาศ (UAV) แต่ UGV คือยานยนต์ไร้คนขับที่เคลื่อนที่บนพื้นดิน มีความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้มากกว่าและใช้ในภารกิจที่โดรนอากาศทำไม่ได้ เช่น การขนส่งเสบียงหรือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
ทำไม UGV ถึงตกเป็นเป้าหมายของโดรน FPV?
เนื่องจากสมรภูมิในยูเครนมีการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับทางอากาศจำนวนมาก ทำให้สิ่งที่เคลื่อนไหวบนพื้นดินถูกมองเห็นได้ง่าย โดรน FPV จึงสามารถพุ่งเข้าโจมตี UGV ได้อย่างแม่นยำจากมุมสูง
หุ่นยนต์ Ratel ของยูเครนมีความสามารถอะไรบ้าง?
Ratel ถูกพัฒนาออกมา 3 รุ่น โดยมีทั้งรุ่นที่เป็นหุ่นยนต์พลีชีพ (Kamikaze) สำหรับโจมตีหรือวางระเบิด และรุ่นที่เน้นการสนับสนุน เช่น การขนส่งอุปกรณ์ทางทหารและการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากสนามรบ
ในอนาคต UGV จะสามารถทำงานได้เองโดยไม่ต้องมีคนควบคุมหรือไม่?
มีความเป็นไปได้สูง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าในปีหน้าจะมีการทดลองใช้ระบบอัตโนมัติ (Autonomy) มากขึ้น เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถตัดสินใจหรือปฏิบัติภารกิจได้เองในระดับหนึ่ง ลดความเสี่ยงจากการถูกตัดสัญญาณควบคุม


