ล็อกเกอร์ไฟฟ้าเสี่ยงถูกแฮ็ก ข้อมูลรหัสผ่านและกุญแจผู้ดูแลอาจถูกขโมยได้ง่ายกว่าที่คิด

ความปลอดภัยของตู้ล็อกเกอร์ระบบดิจิทัลที่พบเห็นได้ทั่วไปตามฟิตเนส สำนักงาน หรือสถานศึกษา อาจไม่ได้รัดกุมอย่างที่หลายคนเข้าใจ เมื่อผลการวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าอาชญากรสามารถใช้เครื่องมือแฮ็กราคาถูกเพื่อเข้าถึง กุญแจผู้ดูแลระบบ (Administrator Keys) และเปิดล็อกเกอร์ทุกตู้ในพื้นที่นั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย

ในการประชุมด้านความปลอดภัย Defcon นักวิจัยชื่อ Dennis Giese และ “braelynn” ได้สาธิตวิธีการโจมตีแบบ Proof-of-Concept ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าสามารถดึงข้อมูลกุญแจจัดการระบบออกจากตัวล็อกดิจิทัล นำมาคัดลอก และใช้เปิดล็อกเกอร์ตู้ส่งอื่นๆ ในสถานที่เดียวกันได้ โดยการทดสอบนี้มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกสองราย ได้แก่ Digilock และ Schulte-Schlagbaum

เจาะลึกวิธีการแฮ็ก: จากฮาร์ดแวร์สู่การคัดลอกรหัส

นักวิจัยทั้งสองซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการสะเดาะกลอน ได้ทำการศึกษาล็อกเกอร์ระบบปุ่มกดตัวเลขที่ใช้รหัส PIN ในการเปิด-ปิด โดยเริ่มจากการจัดซื้อล็อกเกอร์มือสองจาก eBay ซึ่งเป็นสินค้าที่หลุดมาจากยิมที่ปิดตัวลงในช่วงแพนเดอมิกหรือโครงการที่ล้มเหลว เพื่อนำมาวิเคราะห์หาช่องโหว่

กระบวนการโจมตีเริ่มต้นจากการถอดชิ้นส่วนของตัวล็อก เพื่อเข้าถึง EEPROM (Erasable Programmable Read-Only Memory) หรือหน่วยความจำที่สามารถลบและเขียนโปรแกรมใหม่ได้ ซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูลสำคัญของอุปกรณ์ เมื่อพบว่าหน่วยความจำนี้ไม่มีการป้องกัน ข้อมูลภายในจึงถูกดึงออกมาได้ทั้งหมด

ข้อมูลที่ถูกดึงออกมาประกอบด้วย:

  • รหัส PIN ที่ผู้ใช้งานตั้งไว้
  • ID กุญแจผู้ดูแลระบบ (Manager Key ID)
  • กุญแจสำหรับการโปรแกรม (Programming Keys)
  • UID ของ RFID ที่ใช้ในการระบุตัวตน

เมื่อได้ ID ของกุญแจผู้ดูแลระบบแล้ว แฮ็กเกอร์สามารถนำข้อมูลนี้ไปใส่ในอุปกรณ์อย่าง Flipper Zero หรือบอร์ดวงจร Arduino ราคาถูก เพื่อจำลองตัวเองเป็นกุญแจหลักและเปิดล็อกเกอร์ทุกตู้ในเครือข่ายนั้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งมหาวิทยาลัยหรือทั้งบริษัทก็ตาม

Image 7

การตอบสนองจากผู้ผลิตและมุมมองด้านความปลอดภัย

ทางด้าน Digilock ได้ออกมายอมรับและระบุว่าได้ดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว โดยการเพิ่มระบบป้องกันรหัส (Code Protection) และการเข้ารหัสข้อมูลใน EEPROM เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้สูงขึ้น พร้อมทั้งชี้แจงว่าการโจมตีนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ เวลา และการเข้าถึงตัวล็อกในสถานที่จริง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตาม ทาง Schulte-Schlagbaum ไม่มีการตอบสนองต่อรายงานของนักวิจัยหรือการขอความคิดเห็นจากสื่อมวลชน

สรุปรายละเอียดการวิจัยช่องโหว่ล็อกเกอร์ไฟฟ้า
หัวข้อ รายละเอียด
แบรนด์ที่ถูกทดสอบ Digilock (รุ่นปี 2015-2022), Schulte-Schlagbaum (รุ่นปี 2015-2020)
จุดอ่อนสำคัญ หน่วยความจำ EEPROM ไม่มีการป้องกันข้อมูล
เครื่องมือที่ใช้แฮ็ก Flipper Zero, Arduino, เครื่องมือ Debugging ราคาถูก
ผลกระทบ สามารถคัดลอกกุญแจผู้ดูแลเพื่อเปิดล็อกเกอร์ได้ทุกตู้ในระบบ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การเข้าถึงล็อกเกอร์เพียงตู้เดียวอาจนำไปสู่การเปิดล็อกเกอร์ได้ทุกตู้ในสถานที่นั้น
  • ข้อมูล PIN ของผู้ใช้จะยังคงค้างอยู่ในระบบหากล็อกเกอร์ถูกเปิดด้วยกุญแจผู้ดูแล
  • การใช้รหัส PIN ชุดเดียวกันในหลายอุปกรณ์ เพิ่มความเสี่ยงในการถูกโจมตีต่อเนื่อง
  • การแจ้งเตือนช่องโหว่โดยนักวิจัยช่วยให้ผู้ผลิตพัฒนาการเข้ารหัสข้อมูลให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

การแฮ็กนี้ทำได้ง่ายขนาดไหน?

แม้จะต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคในการถอดอุปกรณ์และดึงข้อมูลจาก EEPROM แต่เครื่องมือที่ใช้ในการคัดลอกและจำลองกุญแจ เช่น Flipper Zero มีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย ทำให้ผู้ที่มีความรู้พื้นฐานสามารถทำตามได้

หากกุญแจผู้ดูแลระบบถูกคัดลอกไป จะแก้ไขอย่างไร?

ผู้ดูแลระบบสามารถทำการโปรแกรมตัวล็อกใหม่เพื่อลบกุญแจเดิมที่สูญหายหรือถูกคัดลอกออกจากระบบ ซึ่งจะทำให้กุญแจที่ถูกปลอมแปลงไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป

ผู้ใช้งานทั่วไปควรป้องกันตัวเองอย่างไร?

ควรหลีกเลี่ยงการใช้รหัส PIN ชุดเดียวกันกับที่ใช้ในบัญชีสำคัญอื่นๆ และหากเป็นไปได้ ควรใช้รหัสที่แตกต่างกันในแต่ละสถานที่เพื่อลดความเสี่ยงหากข้อมูลถูกดึงออกจากหน่วยความจำของอุปกรณ์

ช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านอื่นหรือไม่?

มีความเป็นไปได้ว่าโทเคน RFID ที่ใช้กับล็อกเกอร์ อาจถูกนำไปใช้พยายามเข้าถึงประตูหรือระบบอื่นๆ ภายในอาคารเดียวกัน หากระบบเหล่านั้นใช้มาตรฐานการระบุตัวตนที่คล้ายคลึงกัน