ระบบจดจำใบหน้าในสนามกีฬา: ความสะดวกสบายที่แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัว

ในขณะที่แฟนกีฬาจำนวนมากกำลังตื่นเต้นกับการเข้าชมการแข่งขันเบสบอลระหว่างทีม Mets และ Orioles ที่สนาม Citi Field ในนิวยอร์ก กลับมีกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งออกมารวมตัวกันเพื่อส่งเสียงคัดค้านการนำ ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) หรือเทคโนโลยีการระบุตัวตนด้วยลักษณะทางกายภาพของใบหน้า มาใช้กับผู้เข้าชมในสนามกีฬา ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังแพร่หลายมากขึ้นในวงการกีฬาระดับอาชีพ

ความสะดวกที่มาพร้อมกับข้อกังขา

ผู้ให้บริการเทคโนโลยีและผู้ที่นำระบบนี้มาใช้ อ้างว่าการใช้ระบบจดจำใบหน้าช่วยลดระยะเวลาในการรอคิวเข้าสนาม ซึ่งหมายถึงการประหยัดเวลาและต้นทุนในการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยมองว่าเครื่องมือสอดแนมเหล่านี้ไม่มีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ และอาจกลายเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของแฟนกีฬาได้ง่ายขึ้น รวมถึงกังวลเรื่อง Mission Creep หรือการขยายขอบเขตการใช้งานเทคโนโลยีสอดแนมให้กลายเป็นเรื่องปกติหรือถูกบังคับให้ใช้ในอนาคต

กลไกการทำงานของ Go-Ahead Entry

โปรแกรมที่ชื่อว่า Go-Ahead Entry ของ Major League Baseball (MLB) ออกแบบมาเพื่อให้แฟนกีฬาที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้ช่องทางตรวจความปลอดภัยพิเศษที่สั้นกว่าปกติ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MLB Ballpark
  • ส่งรูปถ่ายเซลฟี่ของตนเองเข้าสู่ระบบ
  • ใช้ตู้คีออสที่มีกล้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนที่ทางเข้าสนาม

ปัจจุบันมีทีมใน MLB 6 ทีมที่ใช้ระบบนี้ ได้แก่ Philadelphia Phillies, Cincinnati Reds, Houston Astros, Kansas City Royals, San Francisco Giants และ Washington Nationals นอกจากนี้บางทีมยังมีระบบของตนเอง เช่น ทีม Mets ที่ใช้บริการจากบริษัท Wicket ในชื่อโปรแกรม Mets Entry Express มาตั้งแต่ปี 2021 และทีม Cleveland Guardians ที่ใช้เทคโนโลยีจากบริษัท Clear ที่สนาม Progressive Field ตั้งแต่ปี 2019

สรุปการใช้ระบบจดจำใบหน้าในลีกกีฬาอาชีพ
ลีก/ทีม ชื่อระบบ/ผู้ให้บริการ กลุ่มเป้าหมาย
MLB (6 ทีมหลัก) Go-Ahead Entry แฟนกีฬา (สมัครใจ)
New York Mets Wicket (Mets Entry Express) แฟนกีฬา (สมัครใจ)
Cleveland Guardians Clear แฟนกีฬา (สมัครใจ)
NFL (ภาพรวม) Wicket เจ้าหน้าที่, ผู้ขายสินค้า, สื่อมวลชน
Cleveland Browns / Tennessee Titans ระบบจดจำใบหน้า แฟนกีฬา

มุมมองจากผู้ให้บริการและข้อโต้แย้งด้านสิทธิ

Jeff Boehm ผู้บริหารระดับสูงของ Wicket ยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุด โดยระบุว่าการใช้งานเป็นแบบ Opt-in หรือการที่ผู้ใช้ต้องยินยอมเข้าร่วมด้วยตนเอง 100% และสามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา พร้อมย้ำว่าไม่มีการสแกนใบหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีการขายข้อมูลให้บุคคลที่สาม

A group of people holding no facial recognition signs in front of a stadium

ในทางกลับกัน กลุ่มองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและดิจิทัล 11 แห่ง เช่น Amnesty International, Electronic Privacy Information Center และ Fight for the Future ได้ร่วมกันลงนามในจดหมายเปิดผนึกเพื่อคัดค้านระบบนี้ โดยมองว่าการจดจำใบหน้าสร้างความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับการเข้าชมกีฬา

Albert Fox Cahn จากกลุ่ม Surveillance Technology Oversight Project (Stop) ให้ความเห็นว่า ระบบเอกชนเหล่านี้สามารถถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่รัฐได้ง่ายๆ เพียงแค่มีคำสั่งศาลหรือการโทรศัพท์ประสานงาน ซึ่งเขานำเสนอว่ามีทางเลือกอื่นที่รวดเร็วพอกันแต่ปลอดภัยกว่า เช่น การใช้ตั๋วระบบ RFID (คลื่นวิทยุระบุตัวตน) หรือ Bluetooth ในการแตะเข้าสนาม

การนำไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดข้อพิพาท

ตัวอย่างที่น่ากังวลคือการใช้ระบบนี้เพื่อแบนบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กรณีของ Radio City Music Hall ที่ใช้การจดจำใบหน้าเพื่อห้ามทนายความคนหนึ่งเข้าชมการแสดง เนื่องจากสำนักงานกฎหมายของเธอมีคดีความกับ MSG Entertainment ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องในเวลาต่อมา แม้ว่าศาลจะยกฟ้องในเดือนพฤษภาคมก็ตาม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสมัครใจ: ผู้ให้บริการอย่าง Wicket ระบุว่าระบบเป็นแบบสมัครใจ (Opt-in) และไม่ขายข้อมูลให้บุคคลที่สาม
  • การใช้งานใน NFL: ปัจจุบันเน้นใช้กับบุคลากรภายในและสื่อมวลชน ยกเว้นบางทีมที่เปิดให้แฟนกีฬาใช้
  • ทางเลือกอื่น: เทคโนโลยี RFID และ Bluetooth สามารถใช้ลดคิวได้โดยไม่ต้องเก็บข้อมูลชีวภาพของใบหน้า
  • ความเสี่ยง: มีความกังวลเรื่องการนำข้อมูลไปใช้ในงานตำรวจ (Policing tool) และการใช้เพื่อกีดกันบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

ระบบ Go-Ahead Entry ทำงานอย่างไร?

ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดแอป MLB Ballpark และส่งรูปถ่ายเซลฟี่เพื่อลงทะเบียน จากนั้นเมื่อถึงสนาม ให้ใช้การสแกนใบหน้าผ่านตู้คีออสเพื่อเข้าช่องทางพิเศษที่รวดเร็วกว่าปกติ

การใช้ระบบจดจำใบหน้าเป็นเรื่องบังคับหรือไม่?

ตามข้อมูลจากผู้ให้บริการอย่าง Wicket ระบบนี้เป็นแบบสมัครใจ ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะไม่เข้าร่วมหรือยกเลิกการใช้งานได้ตลอดเวลา

ทำไมกลุ่มนักกิจกรรมถึงคัดค้านเทคโนโลยีนี้?

เพราะกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของข้อมูล และความเป็นไปได้ที่ข้อมูลจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายโดยที่สาธารณชนไม่ทราบ

มีเทคโนโลยีอื่นที่ช่วยลดคิวเข้าสนามได้โดยไม่ต้องสแกนใบหน้าหรือไม่?

มี เช่น การใช้ตั๋วที่ฝังชิป RFID หรือการใช้สัญญาณ Bluetooth เพื่อแตะเข้าสนาม ซึ่งให้ความรวดเร็วใกล้เคียงกันแต่มีความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า

ระบบนี้ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างไรบ้าง?

มีการนำไปใช้เพื่อระบุตัวตนและสั่งห้ามบุคคลที่มีข้อพิพาททางธุรกิจกับเจ้าของสถานที่เข้าใช้บริการ เช่น กรณีการแบนทนายความที่ฟ้องร้องบริษัท MSG Entertainment