ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี Apple Google Microsoft และ Amazon ยืนหยัดสู้ภาวะโลกร้อน แม้โดนคำสั่งทรัมป์สั่งยกเลิกกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐอเมริกา สี่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่าง Apple, Amazon, Google และ Microsoft ได้ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะยังคงเดินหน้าต่อสู้กับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อยกเลิกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมหลายฉบับที่เคยถูกกำหนดไว้ในสมัยรัฐบาลโอบามาก็ตาม
กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ออกแถลงการณ์ร่วมผ่าน Bloomberg โดยระบุว่า นโยบายด้านภูมิอากาศและพลังงานสะอาดที่เข้มงวด เช่น Clean Power Plan (CPP) หรือแผนพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการปล่อยมลพิษ จะช่วยให้การจัดหาพลังงานหมุนเวียนมีความมั่นคงมากขึ้น และเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม การจ้างงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในเวทีโลก
ผลกระทบจากคำสั่งบริหารของทรัมป์ต่อแผนพลังงานสะอาด
เป้าหมายหลักของคำสั่งบริหารฉบับนี้คือการยกเลิก Clean Power Plan (CPP) ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่บังคับให้ผู้ผลิตไฟฟ้าต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงให้ได้ 32% ภายในปี 2030 โดยคำสั่งดังกล่าวได้มอบหมายให้ Environmental Protection Agency (EPA) หรือสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ เริ่มกระบวนการยกเลิกแผนนี้ ซึ่งคาดว่าอาจต้องใช้เวลาดำเนินการอีกหลายปี
ทางด้านบริษัทเทคโนโลยีทั้งสี่ราย ซึ่งเคยยื่นเอกสารต่อศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางในวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อสนับสนุนแผน CPP มาตั้งแต่ปี 2016 ได้ให้ความเห็นว่า การชะลอการแก้ไขปัญหาโลกร้อนจะนำมาซึ่งความสูญเสียมหาศาล ทั้งในด้านเศรษฐกิจและชีวิตมนุษย์ ในขณะที่การเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon economy) หรือระบบเศรษฐกิจที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะสร้างประโยชน์ในวงกว้าง ทั้งด้านสาธารณสุข การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และความสามารถในการรับมือกับภัยธรรมชาติ
การปรับตัวสู่พลังงานหมุนเวียนของภาคธุรกิจ
ปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น Apple ที่ประกาศว่าสิ่งอำนวยความสะดวกของบริษัทกว่า 93% ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน ขณะที่ Google ตั้งเป้าที่จะจัดซื้อพลังงานสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกภายในปีนี้
นอกจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีแล้ว ธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Wal-Mart, Best Buy และ IKEA ก็ยืนยันที่จะรักษาพันธสัญญาด้านพลังงานสะอาดตามแนวทางของรัฐบาลโอบามาต่อไป อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้สวนทางกับหอการค้าและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ออกมาสนับสนุนคำสั่งของทรัมป์ โดยมองว่ากฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
| กลุ่มองค์กร | จุดยืน/การดำเนินการ | เหตุผลสนับสนุน |
|---|---|---|
| บริษัทเทคโนโลยี (Apple, Google, MS, Amazon) | คัดค้านการยกเลิก / เดินหน้าใช้พลังงานสะอาด | เพื่อความยั่งยืนของโลก, นวัตกรรม และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ |
| ธุรกิจค้าปลีก (Wal-Mart, IKEA, Best Buy) | คงพันธสัญญาด้านพลังงานสะอาด | ยึดตามแนวทางความยั่งยืนเดิม |
| หอการค้าและอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล | สนับสนุนคำสั่งของทรัมป์ | เพื่อลดข้อจำกัดและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป้าหมาย CPP: ต้องการลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้าลง 32% ภายในปี 2030
- การขับเคลื่อนของ Apple: ใช้พลังงานหมุนเวียนในสถานประกอบการแล้วถึง 93%
- เป้าหมายของ Google: มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด 100% สำหรับความต้องการไฟฟ้าทั่วโลก
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: EPA เป็นผู้ดำเนินการยกเลิกกฎระเบียบตามคำสั่งประธานาธิบดี
คำถามที่พบบ่อย
Clean Power Plan (CPP) คืออะไร?
คือแผนพลังงานสะอาดที่กำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าในสหรัฐฯ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 32% ภายในปี 2030 เพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทำไมบริษัทเทคโนโลยีถึงไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของทรัมป์?
เพราะเชื่อว่านโยบายพลังงานสะอาดไม่เพียงแต่ช่วยโลก แต่ยังส่งเสริมการสร้างงาน นวัตกรรม และความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว
การยกเลิกกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นทันทีหรือไม่?
ไม่ทันที เนื่องจาก EPA ต้องเริ่มกระบวนการทางกฎหมายในการยกเลิก ซึ่งอาจใช้เวลาดำเนินการอีกหลายปี
บริษัทใดบ้างที่ยังคงสนับสนุนพลังงานสะอาดนอกเหนือจากบริษัทเทคโนโลยี?
มีบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ เช่น Wal-Mart, Best Buy และ IKEA ที่ยืนยันจะดำเนินตามพันธสัญญาด้านพลังงานสะอาดต่อไป
เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon economy) ส่งผลดีอย่างไร?
ช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ปรับปรุงสุขภาพของประชาชน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น


