ช่องโหว่ Unsaflok ระบบล็อคโรงแรมระดับโลกที่ถูกเจาะได้ในไม่กี่วินาที
ลองจินตนาการว่าคุณกำลังพักผ่อนในโรงแรมหรู แต่กลับมีใครบางคนสามารถเปิดประตูห้องของคุณได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีด้วยการแตะการ์ดเพียงสองครั้ง นี่ไม่ใช่พล็อตหนังจารกรรม แต่เป็นความจริงที่ถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัย ซึ่งเปิดเผยเทคนิคการเจาะระบบที่ชื่อว่า Unsaflok ที่ส่งผลกระทบต่อระบบล็อคประตูโรงแรมหลายล้านบานทั่วโลก
จุดเริ่มต้นของการค้นพบที่ลาสเวกัส
เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2022 ระหว่างงานประชุมแฮกเกอร์ระดับโลกอย่าง Black Hat และ Defcon ในเมืองลาสเวกัส เมื่อกลุ่มนักวิจัยได้รับคำเชิญให้ทดสอบเจาะระบบอุปกรณ์ดิจิทัลภายในห้องพักโรงแรม หนึ่งในนั้นคือระบบล็อคประตู ซึ่งเป็นจุดที่เปราะบางและสำคัญที่สุดในด้านความปลอดภัย
หลังจากใช้เวลาศึกษาและทดลองนานกว่าปีครึ่ง Ian Carroll และ Lennert Wouters พร้อมทีมงาน ได้เปิดเผยว่าพวกเขาสามารถสร้างวิธีการปลดล็อคประตูที่ใช้ระบบของ Saflok ซึ่งผลิตโดยบริษัท Dormakaba จากสวิตเซอร์แลนด์ โดยระบบนี้ถูกติดตั้งอยู่ในโรงแรมกว่า 13,000 แห่ง ใน 131 ประเทศ รวมแล้วมากกว่า 3 ล้านบานทั่วโลก
กลไกการทำงานของ Unsaflok: เจาะระบบได้อย่างไร?
เทคนิค Unsaflok อาศัยการโจมตีจุดอ่อนสองส่วนหลัก คือระบบการเข้ารหัสของ Dormakaba และระบบ RFID (Radio Frequency Identification หรือระบบระบุตัวตนด้วยคลื่นวิทยุ) รุ่น MIFARE Classic ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเก่าที่มีช่องโหว่ให้แฮกเกอร์สามารถเขียนข้อมูลทับลงบนการ์ดได้
กระบวนการเจาะระบบมีขั้นตอนดังนี้:
- การหาข้อมูลเบื้องต้น: แฮกเกอร์ต้องมีคีย์การ์ดของโรงแรมเป้าหมาย (แม้จะเป็นการ์ดที่หมดอายุแล้ว) เพื่ออ่านรหัสเฉพาะของโรงแรมนั้นๆ
- การใช้เครื่องมือ: ใช้เครื่องอ่าน-เขียน RFID ราคาประมาณ 300 ดอลลาร์ (เช่น Proxmark, Flipper Zero หรือสมาร์ทโฟน Android) เพื่อคัดลอกและสร้างการ์ดปลอมขึ้นมา 2 ใบ
- การปลดล็อค: แตะการ์ดใบแรกเพื่อเขียนทับข้อมูลบางส่วนของตัวล็อค และแตะการ์ดใบที่สองเพื่อสั่งเปิดประตูทันที

เบื้องหลังการถอดรหัสซอฟต์แวร์
ทีมนักวิจัยสามารถทำสิ่งนี้ได้สำเร็จหลังจากทำการ Reverse Engineering (การวิศวกรรมย้อนกลับ หรือการแยกส่วนซอฟต์แวร์เพื่อดูการทำงานภายใน) ซอฟต์แวร์จัดการหน้าเคาน์เตอร์ของโรงแรมและอุปกรณ์ตั้งโปรแกรมล็อคที่หาซื้อได้จากแหล่งอย่าง eBay ทำให้พวกเขาสามารถสร้าง "กุญแจมาสเตอร์" ที่ปลอมแปลงได้แนบเนียนจนระบบเชื่อว่าเป็นคำสั่งที่ถูกต้องจากซอฟต์แวร์ของ Dormakaba
สถานะการแก้ไขและความเสี่ยงในปัจจุบัน
แม้ว่า Dormakaba จะได้รับแจ้งเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 และพยายามประสานงานกับโรงแรมต่างๆ เพื่ออัปเดตระบบ แต่ข้อมูลจากนักวิจัยระบุว่า ณ ปัจจุบันมีระบบ Saflok เพียง 36% เท่านั้นที่ได้รับการอัปเดต
เนื่องจากตัวล็อคไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต การแก้ไขจึงต้องทำแบบ Manual โดยช่างเทคนิคต้องไล่โปรแกรมใหม่ทีละบาน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีสำหรับโรงแรมบางแห่ง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเทคนิค | Unsaflok |
| แบรนด์ที่ได้รับผลกระทบ | Saflok (โดย Dormakaba) |
| จำนวนที่ติดตั้งทั่วโลก | ประมาณ 3 ล้านบาน ใน 131 ประเทศ |
| เทคโนโลยีที่ถูกโจมตี | RFID MIFARE Classic |
| เครื่องมือที่ใช้เจาะ | Proxmark, Flipper Zero, Android Phone |
| สถานะการแก้ไข | อัปเดตแล้วประมาณ 36% (ข้อมูลจากนักวิจัย) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเร็วในการเจาะ: สามารถเปิดประตูได้ในเวลาไม่กี่วินาทีด้วยการแตะการ์ด 2 ครั้ง
- เงื่อนไขการโจมตี: แฮกเกอร์ต้องมีคีย์การ์ดของโรงแรมนั้นๆ (แม้จะหมดอายุ) เพื่อใช้เป็นต้นแบบรหัสโรงแรม
- จุดสังเกต: ตัวล็อคที่เสี่ยงมักมีลักษณะเป็นเครื่องอ่าน RFID ทรงกลมที่มีเส้นหยักพาดผ่าน
- การป้องกันตนเอง: การล็อค Deadbolt (กลอนตาย) ไม่สามารถป้องกันการเจาะระบบนี้ได้ เพราะถูกควบคุมโดยระบบคีย์การ์ดเช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าห้องพักที่ฉันพักมีความเสี่ยง?
สังเกตลักษณะตัวล็อคที่เป็นวงกลมและมีเส้นหยัก หรือใช้แอปพลิเคชัน NFC Taginfo ของ NXP ตรวจสอบคีย์การ์ด หากแอปแสดงว่าเป็นประเภท MIFARE Classic และเป็นล็อคของ Dormakaba มีโอกาสสูงที่จะยังไม่ได้รับการอัปเดต
ถ้าห้องพักมีความเสี่ยง ฉันควรทำอย่างไร?
คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการเก็บของมีค่าไว้ในห้อง และเมื่ออยู่ในห้องให้ใช้ โซ่คล้องประตู (Door Chain) หรือกลอนแบบ Manual เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การล็อค Deadbolt ช่วยป้องกันแฮกเกอร์ได้หรือไม่?
ไม่ได้ เนื่องจากระบบ Deadbolt ของ Saflok ถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ชุดเดียวกับคีย์การ์ด หากแฮกเกอร์เจาะระบบได้ พวกเขาสามารถปลดล็อค Deadbolt ได้เช่นกัน
ทำไมการแก้ไขถึงใช้เวลานาน?
เพราะตัวล็อคแต่ละบานไม่ได้เชื่อมต่อเครือข่าย (Offline) ทำให้ไม่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านอากาศ (OTA) ได้ ช่างเทคนิคจึงต้องเดินทางไปโปรแกรมใหม่ที่หน้าประตูทุกบานในโรงแรม
เทคนิคนี้สามารถใช้เปิดห้องไหนก็ได้ในโลกเลยหรือไม่?
ไม่ใช่ แฮกเกอร์ต้องมีข้อมูลรหัสเฉพาะของโรงแรมนั้นๆ ก่อน จึงจะสามารถสร้างกุญแจปลอมเพื่อเปิดห้องต่างๆ ภายในโรงแรมแห่งนั้นได้



