ชื่อกลุ่มแฮกเกอร์: เมื่อภัยคุกคามไซเบอร์ระดับโลกถูกเรียกด้วยชื่อสุดแปลก

ในโลกของความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) เรามักได้ยินชื่อกลุ่มแฮกเกอร์ที่ฟังดูเหมือนสัตว์เลี้ยงน่ารักหรือชื่อขนม เช่น Fancy Bear, Refined Kitten หรือ Sea Turtle แต่ในความเป็นจริง กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง แต่เป็นอาชญากรไซเบอร์และหน่วยจารกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาลต่อธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และใช้เป็นเครื่องมือในการกดขี่ผู้คนทั่วโลก

ความย้อนแย้งนี้เกิดขึ้นเมื่อบริษัทด้านความปลอดภัยแต่ละแห่งมีวิธีการตั้งชื่อกลุ่มแฮกเกอร์ที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดความสับสนในการสื่อสาร เช่น กลุ่มแฮกเกอร์จากหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซียกลุ่มหนึ่ง อาจถูกบริษัทหนึ่งเรียกว่า Fancy Bear แต่อีกบริษัทกลับเรียกว่า Pawn Storm หรือ Iron Twilight ซึ่งทำให้ความรุนแรงของสถานการณ์ดูเบาบางลงจนเกือบจะเหมือนการเล่นเกมการ์ดมากกว่าการรายงานสงครามไซเบอร์

การเปลี่ยนแปลงระบบการตั้งชื่อของ Microsoft

ล่าสุด Microsoft ได้ประกาศเปลี่ยนระบบการตั้งชื่อ (Taxonomy) สำหรับกลุ่มแฮกเกอร์หลายร้อยกลุ่มที่พวกเขาติดตาม จากเดิมที่ใช้ชื่อธาตุทางเคมีซึ่งดูเป็นกลางและเป็นวิทยาศาสตร์ เปลี่ยนมาใช้ระบบชื่อสองคำที่ประกอบด้วย คำศัพท์เกี่ยวกับสภาพอากาศ เพื่อระบุประเทศที่คาดว่าแฮกเกอร์กลุ่มนั้นทำงานให้ รวมถึงระบุว่าเป็นกลุ่มที่รัฐสนับสนุนหรือเป็นอาชญากร

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้กลุ่มแฮกเกอร์ที่อันตรายระดับโลกมีชื่อที่ฟังดูแปลกประหลาด เช่น:

  • Phosphorous (กลุ่มจากอิหร่านที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสหรัฐฯ) เปลี่ยนเป็น Mint Sandstorm
  • Iridium หรือ Sandworm (หน่วยรบไซเบอร์รัสเซียที่ทำให้เกิดไฟดับในยูเครน) เปลี่ยนเป็น Seashell Blizzard
  • Barium (กลุ่มแฮกเกอร์จีนที่เชี่ยวชาญการโจมตี Software Supply Chain) เปลี่ยนเป็น Brass Typhoon

นอกจากนี้ยังมีชื่ออื่นๆ ที่ฟังดูตลกขบขัน เช่น Periwinkle Tempest, Pumpkin Sandstorm และ Spandex Tempest ซึ่งสร้างความกังขาให้กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมว่าการตั้งชื่อเช่นนี้จะทำให้วิชาชีพด้านความปลอดภัยไซเบอร์ดูไม่น่าเชื่อถือหรือไม่

Image 10

ผลกระทบและความท้าทายในการวิเคราะห์ภัยคุกคาม

Rob Lee ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Dragos มองว่าระบบใหม่นี้ส่งผลเสียต่อการวิเคราะห์ เนื่องจากนักวิเคราะห์ทั่วโลกต้องเสียเวลาปรับปรุงฐานข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อใหม่ของ Microsoft นอกจากนี้ การระบุสัญชาติลงในชื่อโดยตรงอาจเป็นการด่วนสรุปเกินไป เพราะในความเป็นจริง สถานะของแฮกเกอร์อาจเปลี่ยนแปลงได้ เช่น จากเจ้าหน้าที่รัฐกลายเป็นผู้รับจ้างอิสระ

ทางด้าน John Lambert หัวหน้าศูนย์ Threat Intelligence ของ Microsoft อธิบายว่า เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนเพราะชื่อธาตุมีจำกัดเพียง 118 ชื่อ และต้องการให้ชื่อใหม่มีความโดดเด่น จดจำง่าย และค้นหาได้สะดวกขึ้น โดยเลือกใช้สภาพอากาศเพราะสื่อถึงพลังที่แพร่กระจายและสร้างความปั่นป่วน ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของภัยคุกคามไซเบอร์

สรุปการเปรียบเทียบการตั้งชื่อกลุ่มแฮกเกอร์
ผู้ตั้งชื่อ รูปแบบการตั้งชื่อ ตัวอย่างชื่อ จุดประสงค์/ข้อสังเกต
Microsoft (ระบบเก่า) ชื่อธาตุทางเคมี Phosphorous, Barium เน้นความเป็นกลางทางวิทยาศาสตร์
Microsoft (ระบบใหม่) คำคุณศัพท์ + สภาพอากาศ Mint Sandstorm, Brass Typhoon ระบุสัญชาติและแรงจูงใจให้ชัดเจน
Crowdstrike ชื่อสัตว์ตามสัญชาติ Fancy Bear, Charming Kitten ใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์แทนประเทศ
Dragos ชื่อแร่ธาตุ (ชื่อแร่ต่างๆ) เน้นการจำแนกตามลักษณะทางเทคนิค

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความหลากหลายของชื่อ: กลุ่มแฮกเกอร์กลุ่มเดียวอาจมีหลายชื่อตามบริษัทที่ตรวจพบ เนื่องจากแต่ละบริษัทเห็นข้อมูลเพียงบางส่วน
  • ความเสี่ยงของชื่อที่ดูตลก: การใช้ชื่อที่ดูไม่รุนแรงอาจทำให้ผู้บริหารระดับสูงมองข้ามความร้ายแรงของเหตุการณ์การถูกโจมตี
  • ข้อจำกัดของมาตรฐาน: แม้ผู้เชี่ยวชาญจะต้องการมาตรฐานกลางจากหน่วยงานรัฐ (เช่น NIST) แต่การแบ่งปันข้อมูลลับระหว่างบริษัทเป็นอุปสรรคสำคัญ
  • ตัวอย่างความเสียหาย: กลุ่ม Periwinkle Tempest เคยโจมตีด้วย Ransomware จนรัฐบาลคอสตาริกาต้องประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมกลุ่มแฮกเกอร์กลุ่มเดียวถึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ?

เนื่องจากบริษัทความปลอดภัยแต่ละแห่งเข้าถึงข้อมูลและร่องรอยการโจมตีที่แตกต่างกัน เมื่อไม่สามารถยืนยันได้ว่ากลุ่มที่พบคือกลุ่มเดียวกับที่บริษัทอื่นรายงาน จึงจำเป็นต้องตั้งชื่อใหม่เพื่อใช้ในการติดตามภายในองค์กรของตนเอง

การตั้งชื่อแบบใหม่ของ Microsoft มีข้อดีอย่างไร?

ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบถึงสัญชาติและแรงจูงใจของกลุ่มแฮกเกอร์ได้ทันทีจากชื่อ และทำให้ชื่อมีความแตกต่างกันมากขึ้น ง่ายต่อการค้นหาและจดจำเมื่อเทียบกับชื่อธาตุที่มีจำนวนจำกัด

ทำไมผู้เชี่ยวชาญบางส่วนถึงไม่เห็นด้วยกับการตั้งชื่อที่ดู "น่ารัก" หรือ "ตลก"?

เพราะอาจทำให้การรายงานเหตุการณ์ต่อผู้บริหารหรือบอร์ดบริหารขาดความน่าเชื่อถือ และลดทอนความรุนแรงของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจแก้ไขปัญหาที่ล่าช้า

เป็นไปได้ไหมที่จะมีมาตรฐานการตั้งชื่อเดียวทั่วโลก?

ในทางทฤษฎีเป็นไปได้หากมีหน่วยงานกลางกำหนด แต่ในทางปฏิบัติทำได้ยาก เพราะบริษัทความปลอดภัยมักเก็บข้อมูลการวิเคราะห์ไว้เป็นความลับทางการค้า ทำให้ไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ว่ากลุ่มที่พบคือกลุ่มเดียวกันหรือไม่