จีนถูกสหรัฐฯ และอังกฤษแฉปฏิบัติการแฮกเกอร์ระดับโลก เจาะระบบเลือกตั้งและจารกรรมความลับรัฐบาล

กลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลกเมื่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรได้ออกมาเปิดเผยหลักฐานการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ โดยระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนได้ทำการจารกรรมข้อมูลความลับทางการเมือง ข้อมูลทางธุรกิจ และข้อมูลส่วนบุคคลของผู้คนนับล้านคนอย่างต่อเนื่องมานานหลายปี

หนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าตกใจที่สุดคือการบุกรุกระบบของคณะกรรมการการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักร ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลของประชาชนกว่า 40 ล้านคนตกอยู่ในความเสี่ยง โดยผู้บุกรุกสามารถเข้าถึงระบบได้เป็นเวลานานถึง 14 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2021 จนถึงตุลาคม 2022 ก่อนจะถูกตรวจพบและขับออกจากระบบ

เจาะลึกกลุ่ม APT31: เครือข่ายจารกรรมไซเบอร์ภายใต้เงาของรัฐบาลจีน

หน่วยงานข่าวกรองของสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่ชื่อว่า APT31 (หรือที่รู้จักในชื่อ Violet Typhoon, Bronze Vinewood และ Judgement Panda) คือตัวการสำคัญ โดยกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับ MSS (Ministry of State Security) หรือกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานจารกรรมระดับชาติ

ปฏิบัติการของ APT31 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เป้าหมายเดียว แต่ครอบคลุมทั่วโลกตลอด 14 ปีที่ผ่านมา โดยมีวิธีการที่หลากหลาย เช่น การปลอมตัวเป็นนักข่าวเพื่อส่งอีเมลอันตรายกว่า 10,000 ฉบับ เพื่อติดตามพฤติกรรมและเจาะเข้าสู่บัญชีอีเมล, พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์, บันทึกการโทรศัพท์ และเราเตอร์ตามบ้าน

เป้าหมายของกลุ่มนี้มีความหลากหลาย ตั้งแต่นักการเมืองระดับสูงในสหรัฐฯ และคู่สมรสของสมาชิกวุฒิสภา ไปจนถึงผู้เห็นต่างทางการเมือง นักวิชาการ และบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอากาศยาน รวมถึงผู้ให้บริการอุปกรณ์โทรคมนาคม 5G ในสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่รัฐบาลนอร์เวย์

Image 10

ยุทธวิธีทางเทคนิคและการอำพรางตัว

จากการเปิดเผยของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) พบว่ากลุ่มแฮกเกอร์ใช้ Malware (ซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย) ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น Rawdoor, Trochilus และ EvilOSX ในการเข้าควบคุมระบบ นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่องมือทดสอบการเจาะระบบที่ชื่อว่า Cobalt Strike Beacon ในเวอร์ชันละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อโจมตีเหยื่อ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบุว่า จีนได้เปลี่ยนกลยุทธ์จากการโจมตีแบบ "หักโหมและรวดเร็ว" (Smash and Grab) มาเป็นการใช้เทคนิคที่แนบเนียนและลึกลับมากขึ้น เพื่อให้ยากต่อการตรวจจับและยากต่อการระบุตัวตนผู้กระทำผิด (Attribution)

สรุปปฏิบัติการจารกรรมไซเบอร์ของกลุ่ม APT31 และเครือข่ายจีน
หัวข้อ รายละเอียดสำคัญ
กลุ่มเป้าหมาย นักการเมือง, หน่วยงานเลือกตั้ง, บริษัทเทคโนโลยี 5G, อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, ผู้เห็นต่างทางการเมือง
จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ข้อมูลประชาชนอังกฤษกว่า 40 ล้านคน และบุคคล/องค์กรนับพันทั่วโลก
เครื่องมือที่ใช้ Rawdoor, Trochilus, EvilOSX และ Cobalt Strike Beacon (Pirated)
หน่วยงานเบื้องหลัง MSS (Ministry of State Security) ผ่านบริษัทบังหน้าอย่าง Wuhan XRZ
ระยะเวลาปฏิบัติการ ยาวนานกว่า 14 ปี (ตั้งแต่ประมาณปี 2010)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การโจมตีระบบเลือกตั้ง: ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอังกฤษปี 2014-2022 ถูกเข้าถึง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของผลการเลือกตั้งเนื่องจากระบบจัดการแบบกระจายศูนย์
  • การคว่ำบาตร: สหรัฐฯ และอังกฤษได้ประกาศคว่ำบาตรบุคคล 2 ราย และบริษัท Wuhan XRZ ซึ่งเชื่อว่าเป็นฉากหน้าของปฏิบัติการ MSS
  • การดำเนินคดี: สหรัฐฯ สั่งฟ้องชาวจีน 7 ราย ในข้อหาสมคบคิดบุกรุกคอมพิวเตอร์และฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์
  • การตอบโต้จากจีน: โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็น "ข้อมูลเท็จ" และเป็นการนำประเด็นความมั่นคงไซเบอร์มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

คำถามที่พบบ่อย

กลุ่ม APT31 คือใครและมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีนอย่างไร?

APT31 คือกลุ่มแฮกเกอร์ระดับสูงที่สหรัฐฯ และอังกฤษระบุว่าทำงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ (MSS) ของจีน โดยเฉพาะแผนกความมั่นคงแห่งรัฐมณฑลหูเป่ยในเมืองอู่ฮั่น เพื่อทำภารกิจจารกรรมข้อมูลระดับโลก

ข้อมูลของประชาชนชาวอังกฤษที่รั่วไหลมีอะไรบ้าง?

ข้อมูลที่อาจถูกเข้าถึงประกอบด้วย ชื่อและที่อยู่ของผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งในบริเตนใหญ่ระหว่างปี 2014 ถึง 2022 รวมถึงอาจมีการเข้าถึงระบบอีเมลและระบบแชร์ไฟล์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

การโจมตีครั้งนี้ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งในสหราชอาณาจักรหรือไม่?

ไม่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของผลการเลือกตั้ง เนื่องจากระบบการเลือกตั้งของอังกฤษมีการจัดการแบบกระจายศูนย์ในระดับท้องถิ่น แต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลประชาชน

ทำไมจีนถึงเปลี่ยนวิธีการแฮกให้มีความแนบเนียนมากขึ้น?

เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจพบและถูกเปิดโปงต่อสาธารณะ ซึ่งจะทำให้การระบุตัวตนผู้โจมตีทำได้ยากขึ้น และลดแรงกดดันทางการทูตที่เกิดจากการถูกกล่าวหาโดยตรง

สหรัฐฯ และอังกฤษมีมาตรการตอบโต้การกระทำนี้อย่างไร?

มีการใช้มาตรการทางกฎหมายโดยการสั่งฟ้องอาญาชาวจีน 7 ราย และใช้มาตรการทางการเงินผ่านการคว่ำบาตรบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการจารกรรมนี้