คลังแสงสหรัฐฯ เผชิญวิกฤตความปลอดภัย หลังพบเหตุบุกรุกต่อเนื่องและสัญญาณภัยจากคนใน
เหตุการณ์บุกรุกคลังแสงของกองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ (National Guard) ในรัฐเทนเนสซีเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา กลายเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญถึงช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของสถานจัดเก็บยุทโธปกรณ์ทางทหารทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการโจรกรรมทั่วไป แต่สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการแทรกซึมและการวางแผนอย่างเป็นระบบ
ข้อมูลจากบันทึกลับของศูนย์ฟิวชันเทนเนสซี (Tennessee Fusion Center) ซึ่งเปิดเผยผ่าน WIRED ระบุว่ามีการบุกรุกคลังแสงถึง 4 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 7 สัปดาห์ สิ่งของที่ถูกขโมยไปประกอบด้วยอุปกรณ์ที่มีความไวสูง เช่น กล้องมองกลางคืน (Night Vision Goggles), เครื่องระบุเป้าหมายด้วยเลเซอร์ และกล้องเล็งอาวุธแบบตรวจจับความร้อน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้บุกรุกสามารถผ่านรั้วกั้นและเข้าถึงห้องเก็บอุปกรณ์ที่ไม่ได้ล็อกไว้อย่างน่าสงสัย
สัญญาณอันตราย: การสมรู้ร่วมคิดจากภายใน
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือหลักฐานที่ชี้ว่าผู้ก่อเหตุอาจได้รับความช่วยเหลือจาก Insider หรือบุคคลภายในที่มีความรู้เกี่ยวกับสถานที่ เช่น ในเมืองคอวิงตัน รัฐเทนเนสซี ผู้บุกรุกดูเหมือนจะทราบตำแหน่งของกล่องควบคุมกุญแจนิรภัยเป็นอย่างดี รวมถึงมีความพยายามในการหลบเลี่ยงระบบสัญญาณเตือนภัยในหลายจุด
แม้จะไม่มีรายงานว่าอาวุธปืนถูกขโมยไปในเหตุการณ์ที่เทนเนสซี แต่ผู้ประสานงานด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของรัฐบาลระบุว่า เหตุการณ์นี้มีความร้ายแรงเนื่องจากอุปกรณ์ที่สูญหายเป็นของที่มีความสำคัญทางยุทธวิธี และวิธีการบุกรุกแสดงให้เห็นว่าต้องใช้ข้อมูลภายในเพื่อให้การโจรกรรมสำเร็จ
ภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรงในประเทศ (DVEs)
หน่วยงานสืบราชการลับและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังจับตามองกลุ่ม Domestic Violent Extremists (DVEs) หรือกลุ่มหัวรุนแรงภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงสมาชิกกองกำลังติดอาวุธและกลุ่มที่มีแรงจูงใจทางเชื้อชาติ โดยกลุ่มเหล่านี้มองว่าคลังแสงเป็น "เป้าหมายที่อ่อนแอ" (Soft Targets) สำหรับการจัดหาอาวุธและอุปกรณ์ทหาร
ระหว่างปี 2020 ถึง 2024 พบว่ามีบุคคลที่ถูก FBI จับตามองอย่างน้อย 4 ราย วางแผนบุกรุกสถานทหารเพื่อขโมยอาวุธหนัก เช่น ปืนกลและปืนขนาด .50 คาลิเบอร์ ที่น่าตกใจคือ 3 ใน 4 รายมีประวัติเคยรับราชการทหาร โดยหนึ่งในนั้นเป็นอดีตสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนที่ระบุจุดอ่อนของคลังแสงที่ตนเคยประจำการได้อย่างแม่นยำ

เครือข่ายการสื่อสารและแผนการร้าย
- มีการใช้แอปพลิเคชัน Telegram ในการเสนอแผนประเมินจุดอ่อนของคลังแสง โดยพยายามดึงตัวเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือบุคลากรทางทหารที่เห็นพ้องด้วยมาให้ข้อมูล
- พบกรณีผู้บัญชาการรถถังที่ยังประจำการอยู่ อ้างว่าสามารถโน้มน้าวเจ้าหน้าที่คลังอาวุธให้ส่งมอบอาวุธได้
- อดีตผู้รับเหมาของกองทัพอากาศมีการพูดถึงการบุกรุกคลังแสงเพื่อยึดเครื่องยิงลูกระเบิด (Mortars) และยึดครองพื้นที่
ประวัติการโจรกรรมและช่องโหว่ที่ยังไม่ถูกปิด
ปัญหาการบุกรุกคลังแสงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นซ้ำซาก ในปีนี้เพียงปีเดียว มีเหตุการณ์ขโมยรถ Humvee 3 คันจากศูนย์สำรองกองทัพในแคลิฟอร์เนีย การบุกรุกตู้คอนเทนเนอร์ในโคโลราโด และความพยายามขโมยชุดเกราะพร้อมอุปกรณ์สื่อสารในวอชิงตัน ซึ่งผู้ต้องสงสัยใช้สถานะ "ทหารผ่านศึก" เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ฐานทัพได้
| ช่วงเวลา/ปี | สถานที่ | สิ่งที่สูญหาย/เป้าหมาย | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ปีปัจจุบัน | แคลิฟอร์เนีย | รถ Humvee 3 คัน และอุปกรณ์ทหาร | ศูนย์สำรองกองทัพ Tustin |
| ปีปัจจุบัน | วอชิงตัน | ชุดเกราะและอุปกรณ์สื่อสาร | ผู้ต้องสงสัยใช้สถานะทหารผ่านศึก |
| 2015 | แมสซาชูเซตส์ | ปืนไรเฟิลและปืนพกจำนวนมาก | ก่อเหตุโดยอดีตทหาร |
| 1995 | ซานดิเอโก | รถถัง | อดีตทหารนำรถถังขับไล่ล่าในเมือง |
| 1976 | แมสซาชูเซตส์ | เครื่องยิงจรวดประทับบ่า | การโจรกรรมระดับสูง |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ภัยจากคนใน: อดีตทหารและผู้รับเหมาเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ใช้ความรู้ด้านผังอาคารและระบบรักษาความปลอดภัยในการก่อเหตุ
- เป้าหมายไม่ใช่แค่ปืน: อุปกรณ์สื่อสารวิทยุและข้อมูลลับในคลังแสงเป็นสิ่งที่กลุ่มหัวรุนแรงต้องการ
- นัยสำคัญทางการเมือง: การบุกรุกคลังแสงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกลางมีความอ่อนแอ
- การตอบสนองของรัฐ: FBI และกระทรวงกลาโหมกำลังเพิ่มการประสานงานกับคลังแสงท้องถิ่นเพื่อปิดช่องโหว่การรายงานเหตุ
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมกลุ่มหัวรุนแรงถึงเล็งเป้าหมายไปที่คลังแสง?
เพราะคลังแสงเป็นแหล่งรวมอาวุธหนักและอุปกรณ์ทางยุทธวิธีที่หาไม่ได้ในตลาดมืดทั่วไป และในหลายแห่งถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่รักษาความปลอดภัยหละหลวมกว่าฐานทัพหลัก
อุปกรณ์ที่ถูกขโมยไปนอกจากอาวุธมีอะไรบ้าง?
อุปกรณ์ที่มีความไวสูง เช่น กล้องมองกลางคืน, เครื่องระบุเป้าหมายด้วยเลเซอร์, กล้องตรวจจับความร้อน และวิทยุสื่อสารทางทหาร ซึ่งอาจมีข้อมูลลับติดตั้งอยู่
บทบาทของ FBI ในเหตุการณ์นี้คืออะไร?
FBI เป็นหน่วยงานหลักในการสืบสวนการบุกรุกและติดตามกลุ่ม DVEs โดยเน้นไปที่การตรวจจับแผนการโจรกรรมก่อนที่จะเกิดขึ้นจริงผ่านการประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น
การที่อดีตทหารก่อเหตุส่งผลกระทบอย่างไร?
ทำให้การป้องกันทำได้ยากขึ้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีความคุ้นเคยกับระบบรักษาความปลอดภัย รหัสผ่าน หรือตำแหน่งของกุญแจสำรอง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากการบุกรุกจากภายนอกเป็นการใช้ช่องโหว่จากภายใน
เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลต่อความมั่นคงในภาพรวมอย่างไร?
นอกเหนือจากการสูญเสียยุทโธปกรณ์แล้ว ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ความมั่นคงของรัฐบาล โดยทำให้กลุ่มต่อต้านรัฐเชื่อว่าสถาบันทางทหารของสหรัฐฯ ไม่ได้มีความปลอดภัยอย่างที่ควรจะเป็น



