คดี Bhima Koregaon 16 กับหลักฐานปลอมจากการแฮ็กข้อมูลและเงื่อนงำการสมรู้ร่วมคิดของตำรวจ
กลายเป็นประเด็นอื้อฉาวระดับโลกสำหรับคดี Bhima Koregaon 16 เมื่อมีการเปิดเผยว่านักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนในอินเดียถูกใส่ร้ายด้วยหลักฐานดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นโดยแฮกเกอร์ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ล่าสุดมีการค้นพบหลักฐานใหม่ที่ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการโจมตีทางไซเบอร์ทั่วไป แต่มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐ
การเปิดโปงหลักฐานปลอมในคอมพิวเตอร์ของ Stan Swamy
บริษัท Arsenal Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) จากบอสตัน ได้เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์ฮาร์ดไดรฟ์ของ Stan Swamy บาทหลวงเยซูอิตวัย 84 ปี ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในจำเลยสำคัญของคดีนี้ Swamy เป็นผู้สนับสนุนสิทธิของกลุ่ม Dalit (กลุ่มคนที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นจัณฑาล) รวมถึงชาวมุสลิมและกลุ่มชาติพันธุ์ในอินเดีย เขาเสียชีวิตในโรงพยาบาลเมื่อปีที่แล้วหลังจากถูกจับกุมในปี 2020 และติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ
ผลการตรวจสอบพบว่า หลักฐานที่ใช้มัดตัว Swamy ถูกสร้างขึ้นโดยแฮกเกอร์กลุ่มเดียวกับที่เคยปลอมแปลงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของจำเลยรายอื่นอย่าง Surendra Gadling และ Rona Wilson โดยแฮกเกอร์ได้ใช้ NetWire ซึ่งเป็นมัลแวร์ (ซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย) เข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Swamy อย่างน้อย 3 ครั้งในช่วงปี 2014 ถึง 2019 เพื่อแอบติดตั้งไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏติดอาวุธและแผนการลักพาตัวสมาชิกพรรค BJP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของอินเดีย

เงื่อนงำการสมรู้ร่วมคิดระหว่างแฮกเกอร์และตำรวจ
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าการปลอมแปลงข้อมูล คือการพบร่องรอยของ Antiforensics หรือกระบวนการลบหลักฐานการบุกรุกทางดิจิทัล โดย Arsenal พบว่ามีการพยายามล้างร่องรอยการแฮ็กในวันที่ 11 มิถุนายน 2019 ซึ่งเป็นเวลาเพียงหนึ่งวันก่อนที่ตำรวจเมืองปูเน่ (Pune City Police) จะเข้ายึดคอมพิวเตอร์ของ Swamy ในวันที่ 12 มิถุนายน 2019
Tom Hegel นักวิจัยจาก Sentinel One วิเคราะห์ว่า ความเร่งรีบในการลบข้อมูลนี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าแฮกเกอร์ทราบกำหนดการเข้าตรวจค้นของตำรวจล่วงหน้า ซึ่งบ่งชี้ถึงการร่วมมือกันระหว่างผู้โจมตีทางไซเบอร์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เหลือไว้เพียงหลักฐานปลอมที่ใช้เอาผิดจำเลย แต่ลบหลักฐานที่แสดงว่ามีการแฮ็กข้อมูลทิ้งไป เพื่อไม่ให้ถูกตรวจพบในชั้นศาล
ความเชื่อมโยงกับกลุ่ม Modified Elephant
จากการวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐานของการแฮ็ก พบว่าการโจมตีครั้งนี้ดำเนินการโดยกลุ่มที่ Sentinel One เรียกว่า Modified Elephant ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีเป้าหมายเป็นนักกิจกรรม นักข่าว และนักวิชาการหลายร้อยคนมาตั้งแต่ปี 2012 นอกจากนี้ยังมีการพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองปูเน่บางรายได้แอบเพิ่มอีเมลและเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวลงในบัญชีอีเมลที่ถูกแฮ็กของจำเลย เพื่อใช้เป็นช่องทางสำรองในการเข้าถึงข้อมูล
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การปลอมแปลง: มีการใช้มัลแวร์ NetWire ติดตั้งไฟล์ปลอมเพื่อใส่ร้ายว่าจำเลยเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย
- ความผิดปกติของเวลา: มีการลบหลักฐานการแฮ็กเพียง 1 วันก่อนที่ตำรวจจะเข้ายึดอุปกรณ์
- ผู้เสียหาย: Stan Swamy เสียชีวิตขณะถูกคุมขัง โดยเขาเป็นผู้สนับสนุนสิทธิกลุ่ม Dalit และชนกลุ่มน้อย
- ผู้บงการ: หลักฐานชี้ไปที่กลุ่มแฮกเกอร์ Modified Elephant ที่ทำงานประสานกับตำรวจเมืองปูเน่
| หัวข้อตรวจสอบ | สิ่งที่ค้นพบ | ข้อบ่งชี้ทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| เครื่องมือที่ใช้ | มัลแวร์ NetWire | มีการบุกรุกระบบจากภายนอก |
| ไฟล์ที่ถูกสร้าง | รายชื่ออาวุธและแผนลักพาตัว | หลักฐานปลอมเพื่อใช้ตั้งข้อหาการก่อการร้าย |
| กิจกรรม Antiforensics | ลบไฟล์ร่องรอยการเข้าถึงวันที่ 11 มิ.ย. 2019 | การสมรู้ร่วมคิดกับตำรวจที่เข้ายึดเครื่องวันที่ 12 มิ.ย. 2019 |
| กลุ่มผู้โจมตี | Modified Elephant | การโจมตีอย่างเป็นระบบต่อนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน |
คำถามที่พบบ่อย
คดี Bhima Koregaon 16 คืออะไร?
เป็นคดีที่นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน 16 คนในอินเดียถูกจับกุมในข้อหาก่อการร้ายและปลุกปั่นให้เกิดการจลาจล โดยมีการใช้หลักฐานดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์เป็นหลักฐานสำคัญ
Stan Swamy คือใครและมีความสำคัญอย่างไรในคดีนี้?
เขาเป็นบาทหลวงเยซูอิตและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ต่อสู้เพื่อกลุ่ม Dalit และชนกลุ่มน้อย เขาเป็นจำเลยที่อายุมากที่สุดและเป็นเพียงคนเดียวที่เสียชีวิตในระหว่างการถูกคุมขัง
มัลแวร์ NetWire ทำหน้าที่อะไรในคดีนี้?
NetWire ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของจำเลยจากระยะไกล เพื่อแอบติดตั้งไฟล์เอกสารปลอมที่ทำให้ดูเหมือนว่าจำเลยมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏติดอาวุธ
ทำไมการลบข้อมูลก่อนการยึดคอมพิวเตอร์จึงเป็นเรื่องสำคัญ?
เพราะการลบข้อมูล (Antiforensics) เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนตำรวจเข้ายึดเครื่อง ซึ่งเป็นไปได้ยากที่แฮกเกอร์จะรู้เวลาที่แน่นอนหากไม่มีการแจ้งล่วงหน้าจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันสถานะของจำเลยในคดีนี้เป็นอย่างไร?
จากจำเลย 16 คน มี 11 คนที่ยังคงถูกจำคุก 3 คนได้รับการประกันตัว และ 1 คนถูกกักบริเวณในที่พักอาศัย



