YouTube กับสงครามลิขสิทธิ์คอนเทนต์: ความสำเร็จของ BBC และความขัดแย้งกับ Viacom
ในโลกของการแบ่งปันวิดีโอออนไลน์ YouTube กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการเจรจากับผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ เพื่อนำเนื้อหาคุณภาพสูงมาลงในแพลตฟอร์มอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้มีทั้งข่าวดีที่สร้างความหวัง และข่าวร้ายที่สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านสื่อ
ก้าวสำคัญของ Google และความร่วมมือกับ BBC
ข่าวดีเริ่มต้นที่ BBC ซึ่งได้บรรลุข้อตกลงอนุญาตให้นำเนื้อหาบางส่วนมาเผยแพร่บน YouTube โดยมีเงื่อนไขในการแบ่งปัน Advertising Revenue หรือรายได้ที่เกิดจากค่าโฆษณา อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้จำกัดอยู่เพียงแค่คลิปวิดีโอเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น ยังไม่รวมถึงรายการฉบับเต็ม
แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ก็นับเป็นชัยชนะเล็กๆ ของ Google เพราะเป้าหมายสูงสุดคือการดึงดูดให้เจ้าของลิขสิทธิ์ยอมนำรายการเต็มตอนมาลงในแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ YouTube ยังได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ผลิตคอนเทนต์อิสระและรายย่อยอีกประมาณ 1,000 ราย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของเนื้อหา
ความขัดแย้งที่รุนแรงกับ Viacom และเครือข่ายโทรทัศน์
ในทางกลับกัน Viacom กำลังเปิดศึกกับ YouTube อย่างดุเดือด โดยระบุว่าหลังจากที่พวกเขาเรียกร้องให้ YouTube ลบคลิปวิดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 100,000 รายการ ส่งผลให้ยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ในเครืออย่าง MTV, Comedy Central และ Nickelodeon พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก Viacom นี้ดูจะขัดแย้งกับมุมมองของ CBS ที่เคยระบุเป็นนัยว่า คลิปโปรโมตบน YouTube ช่วยดึงดูดผู้ชมให้กลับไปดูรายการทางโทรทัศน์ (Offline Television) ได้มากขึ้น ขณะที่เครือข่ายอื่นๆ อย่าง NBC ก็แสดงท่าทีโจมตี YouTube เช่นกัน ส่วน Fox แม้จะมีความไม่พอใจอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่สามารถโจมตีอย่างเปิดเผยได้เนื่องจากมีสัญญาโฆษณามูลค่า 900 ล้านดอลลาร์กับ Google ผูกมัดอยู่
นอกจากนี้ ข้อตกลงที่หลายฝ่ายคาดหวังระหว่าง CBS และ YouTube ซึ่งครอบคลุมทั้งเวลาโฆษณาวิทยุและคอนเทนต์วิดีโอ กลับไม่เกิดขึ้นจริงตามที่คาดการณ์ไว้
บทวิเคราะห์: เกมการเมืองเพื่อผลประโยชน์ทางโฆษณา
ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์การเจรจาของ Google ที่มีการยื่นข้อเสนอแล้วถอนคืน สร้างความไม่พอใจให้กับ Viacom และเครือข่ายสื่ออื่นๆ อย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไป ทุกฝ่ายต่างต้องการบรรลุข้อตกลงเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดโฆษณา
มีความเป็นไปได้สูงว่า เมื่อมีเครือข่ายโทรทัศน์รายใดรายหนึ่งยอมเปิดทางให้นำรายการฉบับเต็มมาลง YouTube เพื่อแลกกับส่วนแบ่งรายได้โฆษณา เครือข่ายที่เหลือจะดำเนินรอยตามในเวลาอันรวดเร็ว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- BBC ยอมให้ใช้คลิปโปรโมตบน YouTube เพื่อแลกกับส่วนแบ่งรายได้โฆษณา
- Viacom สั่งลบคลิปละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 100,000 รายการ และอ้างว่ายอดทราฟฟิกเว็บตัวเองเพิ่มขึ้น
- Fox มีข้อตกลงโฆษณากับ Google มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ ทำให้ไม่สามารถโจมตี YouTube ได้อย่างเปิดเผย
- YouTube ทำข้อตกลงกับผู้ผลิตอิสระรายย่อยแล้วประมาณ 1,000 ราย
| ผู้ผลิตคอนเทนต์ | สถานะ/ท่าที | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| BBC | ร่วมมือ (บางส่วน) | ลงเฉพาะคลิปโปรโมต แบ่งรายได้โฆษณา |
| Viacom | ขัดแย้งรุนแรง | สั่งลบคลิปจำนวนมาก และผลักดันคนเข้าเว็บตัวเอง |
| Fox | เป็นกลาง (โดยจำยอม) | มีสัญญาโฆษณามูลค่า 900 ล้านดอลลาร์กับ Google |
| CBS | ไม่ชัดเจน | ข้อตกลงที่คาดหวังไว้ยังไม่เกิดขึ้น |
| ผู้ผลิตอิสระ | ร่วมมือ | ทำข้อตกลงแล้วประมาณ 1,000 ราย |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม BBC ถึงยอมให้ YouTube นำคอนเทนต์ไปใช้?
BBC ต้องการสร้างรายได้เพิ่มเติมผ่านการแบ่งปันรายได้จากโฆษณา (Advertising Revenue) โดยใช้คลิปโปรโมตเป็นเครื่องมือในการดึงดูดผู้ชม
Viacom มีปัญหากับ YouTube ในเรื่องใด?
Viacom มองว่า YouTube ละเมิดลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของตน จึงสั่งให้ลบคลิปวิดีโอกว่า 100,000 รายการ และพยายามดึงผู้ชมให้กลับไปยังเว็บไซต์หลักของเครือข่ายตนเอง
ทำไม Fox ถึงไม่โจมตี YouTube อย่างเปิดเผยเหมือนเครือข่ายอื่น?
เนื่องจาก Fox มีพันธะทางธุรกิจเป็นสัญญาโฆษณามูลค่าสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์กับ Google ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ YouTube
เป้าหมายสูงสุดของ YouTube ในการเจรจากับเครือข่ายสื่อคืออะไร?
YouTube ต้องการให้เจ้าของลิขสิทธิ์ยอมนำรายการฉบับเต็ม (Full-length programs) มาเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มคุณภาพคอนเทนต์และดึงดูดผู้ใช้งาน
แนวโน้มในอนาคตของความขัดแย้งนี้จะเป็นอย่างไร?
คาดว่าเมื่อมีเครือข่ายใหญ่รายแรกยอมตกลงนำรายการเต็มมาลงเพื่อแลกกับรายได้โฆษณา จะเกิดเป็นโดมิโนที่ทำให้เครือข่ายอื่นๆ ยอมทำตามในที่สุด



