Yahoo Boys เครือข่ายมิจฉาชีพข้ามชาติที่ใช้ AI และโซเชียลมีเดียหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก

ในขณะที่อาชญากรไซเบอร์ส่วนใหญ่มักซ่อนตัวอยู่ในเงามืด แต่กลุ่ม Yahoo Boys ซึ่งเป็นเครือข่ายคนหนุ่มจากแอฟริกาตะวันตกกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม พวกเขาใช้พื้นที่บนโลกออนไลน์อย่างเปิดเผยเพื่อสร้างเครือข่ายการหลอกลวงที่มีมูลค่าความเสียหายรวมหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี โดยเปลี่ยนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้กลายเป็น "สำนักงานเสมือน" ในการประสานงานและแบ่งปันเทคนิคการโกง

กลุ่ม Yahoo Boys ไม่ใช่องค์กรที่มีโครงสร้างเดี่ยว แต่เป็นกลุ่มมิจฉาชีพจำนวนหลายพันคนที่ทำงานแยกกันหรือรวมกลุ่มกันเป็นคลัสเตอร์ โดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไนจีเรีย ชื่อของพวกเขามาจากการที่ในอดีตมักพุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้บริการของ Yahoo ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลโกง "เจ้าชายไนจีเรีย" ที่โด่งดังในอดีต นอกจากนี้ บางกลุ่มยังมีการรวมตัวกันในลักษณะ Confraternities หรือแก๊งที่มีลักษณะคล้ายลัทธิ

กลยุทธ์การหลอกลวงและเครื่องมือที่ใช้

มิจฉาชีพกลุ่มนี้ใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การหลอกให้รัก (Romance Fraud) ไปจนถึงการเจาะระบบอีเมลธุรกิจ (Business Email Compromise) โดยมีวิธีการเข้าถึงเหยื่อที่ดุดัน เช่น การส่งข้อความจำนวนมหาศาล (Bombing) ไปยังบัญชีแอปหาคู่หรือโปรไฟล์ Facebook เพื่อหาเหยื่อที่หลงเชื่อ

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการใช้ Scripts หรือบทพูดสำเร็จรูปที่มีความยาวและซับซ้อน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปั่นหัวและควบคุมอารมณ์ของเหยื่อโดยเฉพาะ บทพูดเหล่านี้ถูกแบ่งปันกันอย่างแพร่หลายบนแพลตฟอร์มอย่าง Scribd, Telegram และ WhatsApp เพื่อให้สมาชิกนำไปคัดลอกและใช้งานได้ทันที

การยกระดับสู่การใช้ AI และ Deepfake

ปัจจุบัน Yahoo Boys ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ดังนี้:

  • Deepfake: การสร้างวิดีโอคอลปลอมแบบเรียลไทม์เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังคุยกับบุคคลในรูปโปรไฟล์จริง
  • Cloned Voices: การปลอมแปลงเสียงให้เหมือนบุคคลเป้าหมาย
  • Nudification Tools: เครื่องมือ AI ที่เปลี่ยนภาพถ่ายปกติให้กลายเป็นภาพนู้ด เพื่อใช้ในการข่มขู่
Image 10

ภัยร้ายจาก Sextortion และผลกระทบที่รุนแรง

หนึ่งในอาชญากรรมที่อันตรายที่สุดที่กลุ่มนี้ดำเนินการคือ Sextortion (การกรรโชกทรัพย์ทางเพศ) ซึ่งเป็นการหลอกล่อให้เหยื่อส่งภาพลับหรือภาพนู้ด จากนั้นจะใช้ภาพเหล่านั้นข่มขู่ว่าจะเผยแพร่สู่สาธารณะหรือส่งให้คนใกล้ชิดหากไม่ยอมจ่ายเงิน

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า Yahoo Boys เป็นตัวการหลักที่ทำให้คดี Sextortion พุ่งสูงขึ้นในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ซึ่งความกดดันจากการถูกข่มขู่ได้นำไปสู่โศกนาฏกรรมที่เหยื่อวัยรุ่นหลายรายตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ฐานปฏิบัติการ: ส่วนใหญ่อยู่ในแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะประเทศไนจีเรีย
  • แพลตฟอร์มที่ใช้: Facebook, WhatsApp, Telegram, TikTok, YouTube และ Scribd
  • วิธีการหลัก: ใช้บทพูด (Scripts) สำเร็จรูป และเทคโนโลยี AI เช่น Deepfake เพื่อสร้างตัวตนปลอม
  • ประเภทการโกง: หลอกรัก, กรรโชกทรัพย์ทางเพศ (Sextortion), และฉ้อโกงทางธุรกิจ
  • ความอันตราย: มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลักดันให้เหยื่อวัยรุ่นฆ่าตัวตายจากการข่มขู่
สรุปการใช้แพลตฟอร์มของกลุ่ม Yahoo Boys
แพลตฟอร์ม วัตถุประสงค์การใช้งาน สิ่งที่พบ
Facebook / TikTok / YouTube หาเหยื่อและสร้างตัวตนปลอม กลุ่มสมาชิกจำนวนมาก, วิดีโอสอนโกง, คลังรูปภาพปลอม
WhatsApp / Telegram ประสานงานและดำเนินแผนการ การส่งบทพูด (Scripts), การแชร์เทคนิคการข่มขู่
Scribd จัดเก็บฐานข้อมูลความรู้ เอกสารบทพูดสำหรับการหลอกลวงจำนวนมาก

คำถามที่พบบ่อย

Yahoo Boys คือใคร?

คือกลุ่มมิจฉาชีพไซเบอร์จากแอฟริกาตะวันตกที่รวมตัวกันหลอกลวงผู้คนทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต โดยใช้เทคนิคทางจิตวิทยาและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการฉ้อโกง

Sextortion คืออะไรและทำงานอย่างไร?

คือการกรรโชกทรัพย์โดยใช้ภาพลับทางเพศ มิจฉาชีพจะหลอกให้เหยื่อส่งภาพนู้ดให้ จากนั้นจะข่มขู่ว่าจะแชร์ภาพนั้นลงโซเชียลมีเดียหรือส่งให้ครอบครัวหากเหยื่อไม่ยอมโอนเงินให้

ทำไมกลุ่มเหล่านี้ถึงยังคงมีตัวตนอยู่บนโซเชียลมีเดียได้?

เนื่องจากมิจฉาชีพมีการปรับตัวตลอดเวลาและสร้างบัญชีใหม่ขึ้นมาแทนที่อย่างรวดเร็ว แม้แพลตฟอร์มจะลบบัญชีออกไป แต่การขาดการตรวจสอบเชิงรุกที่เข้มงวดทำให้พวกเขายังคงหาพื้นที่ดำเนินกิจกรรมได้

เราจะป้องกันตัวเองจากกลโกงเหล่านี้ได้อย่างไร?

ควรระมัดระวังการพูดคุยกับคนแปลกหน้าบนแอปหาคู่ ไม่ส่งภาพลับหรือข้อมูลส่วนตัวให้ใคร และตระหนักว่าวิดีโอคอลหรือเสียงที่เห็นอาจเป็น Deepfake ที่สร้างขึ้นจาก AI