Xcimer Energy เปิดตัว Phoenix เลเซอร์เอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งเป้าสร้างพลังงานฟิวชันเชิงพาณิชย์

ก้าวสำคัญของวงการพลังงานสะอาดเกิดขึ้นเมื่อ Xcimer Energy สตาร์ทอัพด้านพลังงานฟิวชัน ได้ประกาศเปิดใช้งานระบบเลเซอร์ที่ชื่อว่า Phoenix ซึ่งทางบริษัทระบุว่าเป็นระบบเลเซอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ครอบครองโดยภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นแหล่งพลังงานที่ทำกำไรได้จริงในอนาคต

ถอดบทเรียนจาก NIF สู่การพัฒนาของ Xcimer

แนวทางการพัฒนาของ Xcimer ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก National Ignition Facility (NIF) ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างประวัติศาสตร์เมื่อเดือนธันวาคม 2022 โดยสามารถพิสูจน์ได้ว่าปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ สามารถปลดปล่อยพลังงานออกมาได้มากกว่าพลังงานที่ใช้ในการจุดชนวน

กลไกของ NIF คือการใช้ลำแสงเลเซอร์จำนวน 192 ลำ ยิงไปยังเป้าเชื้อเพลิงที่มีขนาดเล็กกว่ายางลบดินสอ โดยลำแสงจะกระทบกับเป้าทองคำและเปลี่ยนพลังงานให้เป็น รังสีเอกซ์ (X-rays) ซึ่งจะบีบอัดเม็ดเชื้อเพลิงภายในอย่างรุนแรงจนอะตอมหลอมรวมกันและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา

นวัตกรรมเลเซอร์ Phoenix และเส้นทางสู่โรงไฟฟ้า

Xcimer เชื่อว่าการใช้เลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่มีความซับซ้อนน้อยลง จะช่วยให้การผลิตพลังงานฟิวชันในเชิงพาณิชย์เป็นไปได้จริง โดยระบบ Phoenix ใช้เทคโนโลยี Excimer amplification หรือการขยายสัญญาณเลเซอร์แบบเอ็กไซเมอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คล้ายกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ แต่ถูกยกระดับให้มีกำลังสูงกว่ามาก

ตัวเครื่องเลเซอร์ชนิด Krypton-fluoride นี้มีความยาวแกนกลางถึง 38 เมตร และสามารถสร้างพลังงานได้มากกว่า 1 กิโลจูล อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหากต้องการสร้างโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ Xcimer ประเมินว่าอาจต้องใช้พลังงานสูงถึง 12 เมกะจูล

แผนการดำเนินงานของบริษัทคือการใช้เลเซอร์สองตัวที่สามารถยิงพัลส์ (Pulse) ในระดับไมโครวินาที ผ่านระบบบีบอัดเพื่อส่งพลังงานไปยังเป้าเชื้อเพลิงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาโนวินาที ยิ่งการบีบอัดเกิดขึ้นได้รวดเร็วเท่าใด โอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยาฟิวชันที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

สรุปข้อมูลทางเทคนิคและเป้าหมายของ Xcimer Energy
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อระบบเลเซอร์ Phoenix
เทคโนโลยีที่ใช้ Excimer amplification (Krypton-fluoride)
ความยาวแกนกลาง 38 เมตร
พลังงานปัจจุบัน มากกว่า 1 กิโลจูล
พลังงานที่ต้องการสำหรับเชิงพาณิชย์ มากกว่า 12 เมกะจูล
เป้าหมายสร้างต้นแบบ ปี 2028
เป้าหมายโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ กลางทศวรรษ 2030

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Phoenix คือเลเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ถือครองโดยบริษัทเอกชน
  • ใช้หลักการบีบอัดเชื้อเพลิงด้วยเลเซอร์เพื่อให้เกิดฟิวชัน เช่นเดียวกับโมเดลของ NIF
  • เป้าหมายระยะสั้นคือการสร้างเครื่องต้นแบบภายในปี 2028
  • เป้าหมายระยะยาวคือการสร้างโรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานได้มากกว่าที่ใช้ไปในช่วงกลางปี 2030

คำถามที่พบบ่อย

ระบบเลเซอร์ Phoenix แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไปอย่างไร?

Phoenix ใช้เทคโนโลยี Excimer amplification และเป็นเลเซอร์ชนิด Krypton-fluoride ที่มีกำลังสูงมากและมีขนาดแกนกลางยาวถึง 38 เมตร ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในการบีบอัดเชื้อเพลิงฟิวชันโดยเฉพาะ ไม่ใช่เลเซอร์เพื่อการตัดหรือการแพทย์ทั่วไป

พลังงานฟิวชันทำงานอย่างไรในแนวทางของ Xcimer?

ใช้เลเซอร์ยิงพลังงานมหาศาลไปยังเป้าหมาย เพื่อเปลี่ยนเป็นรังสีเอกซ์ที่เข้าไปบีบอัดเม็ดเชื้อเพลิงอย่างรวดเร็วในระดับนาโนวินาที จนอะตอมหลอมรวมกันและปลดปล่อยพลังงานออกมา

ปัจจุบัน Xcimer สามารถผลิตพลังงานได้เพียงพอสำหรับโรงไฟฟ้าหรือยัง?

ยังไม่เพียงพอ ปัจจุบันระบบ Phoenix ผลิตพลังงานได้มากกว่า 1 กิโลจูล แต่สำหรับการใช้งานในระดับโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ คาดว่าต้องใช้พลังงานสูงถึง 12 เมกะจูล

เราจะได้เห็นโรงไฟฟ้าฟิวชันของ Xcimer เมื่อไหร่?

บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาเครื่องต้นแบบให้เสร็จสิ้นในปี 2028 และตั้งเป้าที่จะสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเชิงพาณิชย์แห่งแรกในช่วงกลางทศวรรษ 2030