X-Men: Apocalypse วิเคราะห์เจาะลึกความล้มเหลวของภาคต่อที่น่าผิดหวัง
ท่ามกลางกระแสหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่หลั่งไหลเข้าสู่โรงภาพยนตร์อย่างไม่ขาดสาย X-Men: Apocalypse พยายามนำพาผู้ชมย้อนกลับไปยังยุค 1980 เพื่อสานต่อเรื่องราวจาก First Class (ยุค 60) และ Days of Future Past (ยุค 70) แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นความน่าผิดหวังสำหรับหลายฝ่าย ทั้งในแง่ของคำวิจารณ์ที่ก้ำกึ่งบน Rotten Tomatoes และ Metacritic รวมถึงการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะถอยหลังลงคลอง
แม้ว่ารายได้เปิดตัวจะทำได้ดีกว่าภาคเริ่มต้นของไตรภาค แต่เมื่อเทียบกับความสำเร็จของ Days of Future Past แล้ว ภาค Apocalypse กลับขาดเสน่ห์และความสดใหม่ กลายเป็นเพียงหนังที่ใช้สูตรสำเร็จเดิมๆ จนน่าเบื่อ
ปัญหาหลักของตัวร้ายและบทภาพยนตร์
หนึ่งในจุดอ่อนที่เด่นชัดที่สุดคือตัวละคร Apocalypse ซึ่งรับบทโดย Oscar Isaac ที่ถูกลดทอนศักยภาพลงด้วยการแต่งหน้าและเอฟเฟกต์ที่มากเกินไป จนทำให้ตัวละครขาดมิติ กลายเป็นเพียงตัวร้ายที่ยึดติดกับคติพจน์ "ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่ควรปกครอง" โดยไม่มีความซับซ้อนทางอารมณ์
นอกจากนี้ บทภาพยนตร์ยังเต็มไปด้วย Trope หรือขนบการเล่าเรื่องที่ล้าสมัย เช่น การสร้างตัวละครหญิงให้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างความเศร้าให้กับตัวเอกชาย (หรือที่เรียกว่า Fridging) โดยการกำจัดครอบครัวของ Magneto ทิ้งอย่างรวดเร็วเพียงเพื่อให้เขากลับมาโกรธแค้นมนุษย์อีกครั้ง ซึ่งเป็นวิธีการเขียนบทที่ขาดความสร้างสรรค์

การดำเนินเรื่องที่ขาดสมดุลและตัวละครที่ถูกลืม
หนังประสบปัญหาเรื่องการคุมโทนอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น การตัดสลับจากฉากโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนของ Professor X ถูกทำลาย ไปสู่ฉากกู้ภัยแบบตลกขบขันของ Quicksilver อย่างรวดเร็วเกินไปจนผู้ชมปรับอารมณ์ไม่ทัน
ในขณะที่ตัวละครหลักอย่าง Magneto ถูกผลักดันให้เป็นศูนย์กลางของเรื่องจนเกินพอดี ตัวละครใหม่อย่าง Psylocke, Angel และ Jubilee กลับไม่มีบทบาทสำคัญ นอกจากการบินหรือยืนประกอบฉากเท่านั้น แม้แต่ Quicksilver ที่เป็นขวัญใจผู้ชม ก็ไม่สามารถคลี่คลายปมความสัมพันธ์กับพ่อ (Magneto) ได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เส้นเรื่องของเขากลายเป็นเพียงการปูทางไปสู่ภาคหน้าโดยไม่มีบทสรุปในภาคนี้

| หัวข้อ | จุดเด่น (สิ่งที่ทำได้ดี) | จุดด้อย (สิ่งที่น่าผิดหวัง) |
|---|---|---|
| นักแสดง | เคมีของ Fassbender, McAvoy และ Lawrence ยังคงยอดเยี่ยม | ตัวร้าย Apocalypse ขาดมิติและน่าเบื่อ |
| งานสร้าง | ดนตรีประกอบโดย John Ottman และฉาก Slow-motion ของ Quicksilver | การแต่งหน้าตัวร้ายที่บดบังการแสดงของนักแสดง |
| เนื้อเรื่อง | การพัฒนาตัวละคร Mystique ที่มีความชัดเจนขึ้น | การใช้พล็อตซ้ำซากและการปูเรื่องไปภาคหน้ามากเกินไป |

การปูทางสู่ Dark Phoenix และอนาคตที่น่ากังวล
หนังพยายามปูเรื่องราวของ Jean Grey เพื่อนำไปสู่ Dark Phoenix Saga แต่สำหรับแฟนหนังบางส่วน การนำเสนอพลังของเธอในภาคนี้ยังดูขาดเสน่ห์และไม่มีพัฒนาการทางบุคลิกภาพที่น่าสนใจพอที่จะทำให้ผู้ชมตื่นเต้น
ความพยายามของ Fox ในการสร้างจักรวาลที่เชื่อมโยงกันแบบซีรีส์ในไตรภาคนี้ กลับกลายเป็นการย่ำอยู่กับที่ โดยการนำประเด็นเดิมๆ เช่น ความขัดแย้งระหว่าง Professor X และ Magneto หรือการใช้เครื่อง Cerebro ในทางที่ผิด กลับมาเล่าซ้ำอีกครั้ง แทนที่จะสร้างความเสี่ยงหรือนำเสนอสิ่งใหม่ในฐานะบทสรุปของไตรภาค

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Apocalypse เป็นตัวร้ายที่มีแนวคิดแบบสุดโต่งว่าผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่ควรอยู่รอด
- Quicksilver ยังคงเป็นจุดเด่นของเรื่องด้วยฉากแอ็กชันความเร็วสูง แม้บทสรุปตัวละครจะไม่สมบูรณ์
- Mystique เป็นหนึ่งในไม่กี่ตัวละครที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งไตรภาค
- หนังมีการใช้ Fridging หรือการกำจัดตัวละครสมทบเพื่อกระตุ้นอารมณ์ตัวเอก
- มีการปูเนื้อหาเพื่อเชื่อมโยงไปยัง Dark Phoenix และหนัง Wolverine ภาคต่อ

คำถามที่พบบ่อย
ทำไมตัวละคร Apocalypse ถึงถูกวิจารณ์ว่าน่าเบื่อ?
เพราะบทเขียนให้เขามีมิติเดียว คือการยึดมั่นในความแข็งแกร่ง และมักจะพูดพร่ำเพรื่อเกี่ยวกับแรงจูงใจเดิมๆ โดยไม่มีการพัฒนาทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง รวมถึงการแต่งหน้าที่บดบังการแสดงของ Oscar Isaac
ฉากของ Quicksilver ในภาคนี้เป็นอย่างไร?
ยังคงเป็นไฮไลท์ของเรื่องด้วยเทคนิคภาพ Slow-motion ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ในด้านเนื้อเรื่องกลับน่าผิดหวังเพราะไม่สามารถปิดปมความสัมพันธ์กับ Magneto ได้
การพัฒนาของ Mystique ในภาคนี้เป็นอย่างไร?
Mystique ถูกนำเสนอในฐานะนักสู้เพื่ออิสรภาพที่มีจุดยืนชัดเจนและไม่ยอมจำนนต่อการเมืองของมิวแทนท์ ซึ่งถือเป็นเส้นเรื่องที่แข็งแรงที่สุดเรื่องหนึ่งในไตรภาคนี้
หนังเรื่องนี้ปูทางไปสู่ภาคไหนต่อ?
หนังเน้นปูทางไปสู่เรื่องราวของ Dark Phoenix (Jean Grey) และมีการแทรกฉากของ Wolverine เพื่อเชื่อมโยงไปยังภาพยนตร์เดี่ยวของเขาในอนาคต
ความเห็นโดยรวมต่อ X-Men: Apocalypse คืออะไร?
เป็นภาพยนตร์ที่พึ่งพาชื่อเสียงของแฟรนไชส์และเสน่ห์ของนักแสดงนำ แต่ล้มเหลวในด้านการเขียนบทที่ขาดความสดใหม่และใช้สูตรสำเร็จเดิมๆ จนทำให้รู้สึกเหมือนเป็นการถอยหลังเข้าคลอง



