Vapi สตาร์ทอัพ AI Voice พุ่งทะยานสู่มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ หลังชนะใจ Amazon Ring
ในโลกของการบริการลูกค้าที่ต้องแข่งกับเวลา Amazon Ring ได้ตัดสินใจพลิกโฉมการจัดการสายเรียกเข้าทั้งหมดโดยการเลือกใช้ Vapi แพลตฟอร์ม AI Voice อัจฉริยะ หลังจากที่ได้ทำการทดสอบและเปรียบเทียบผู้ให้บริการด้าน AI Voice กว่า 40 ราย เพื่อแก้ปัญหาจำนวนสายที่ล้นหลามในช่วงเทศกาลวันหยุดของปีที่ผ่านมา
ปัจจุบัน Amazon Ring ได้โอนย้ายการจัดการสายเรียกเข้า (Inbound Calls) ทั้งหมด 100% มาไว้บนระบบของ Vapi ซึ่งความสำเร็จในการปรับใช้ครั้งนี้ส่งผลให้ Vapi สามารถระดมทุนในรอบ Series B ได้ถึง 50 ล้านดอลลาร์ นำโดย Peak XV Partners ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึงประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เบื้องหลังการตัดสินใจของ Amazon Ring
ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว Amazon Ring เผชิญกับทางเลือกสำคัญในการขยายขีดความสามารถของ Call Center ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนพนักงาน การใช้ระบบตอบรับอัตโนมัติแบบเดิม หรือการนำ AI Agents (ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถโต้ตอบได้เหมือนมนุษย์) มาใช้งาน
Jordan Dearsley ซีอีโอของ Vapi ระบุว่า เหตุผลที่ Ring เลือก Vapi เป็นเพราะระบบที่ให้การควบคุมอย่างละเอียด (Granular Control) แก่ทีมวิศวกรในการกำหนดพฤติกรรมของ AI ขณะโต้ตอบกับลูกค้าจริง ซึ่ง Jason Mitura รองประธานฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์ของ Amazon Ring ยืนยันว่า คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น และทีมงานสามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้งาน AI ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาทีมวิศวกรตลอดเวลา

จาก AI นักบำบัดสู่โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
จุดเริ่มต้นของ Vapi เกิดจากความบังเอิญ โดย Jordan Dearsley และ Nikhil Gupta เพื่อนร่วมชั้นจาก University of Waterloo ได้ร่วมกันสร้าง AI สำหรับเป็นนักบำบัดเพื่อใช้พูดคุยระหว่างการเดินเล่นประจำวันในปี 2023 แม้ว่าตัวผลิตภัณฑ์นักบำบัดจะไม่ได้รับความนิยมในวงกว้าง แต่พวกเขากลับพบว่าเหล่าสตาร์ทอัพให้ความสนใจใน Low-latency Voice Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านเสียงที่มีความหน่วงต่ำ (การตอบสนองที่รวดเร็วเกือบจะทันที) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การสนทนาลื่นไหล
ด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ (Pivot) และเปิดตัว Vapi อย่างเป็นทางการในปี 2024 โดยมุ่งเน้นการให้เครื่องมือสำหรับบริษัทต่างๆ ในการสร้างและบริหารจัดการ Voice Agents เพื่อใช้ในงานหลากหลายด้าน เช่น การสนับสนุนลูกค้า, การคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย, การนัดหมาย และการขายเชิงรุก
การเติบโตและวิสัยทัศน์ในอนาคต
ปัจจุบัน Vapi ประมวลผลสายเรียกเข้าอยู่ระหว่าง 1 ถึง 5 ล้านสายต่อวัน และมียอดการใช้งานสะสมรวมกว่า 1 พันล้านสาย โดยมีกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นอกจาก Amazon Ring แล้ว ยังมีบริษัทชั้นนำอย่าง Kavak, Instawork, New York Life, UnityAI, Cherry และ Intuit ที่เลือกใช้บริการ รวมถึงมีนักพัฒนาอิสระใช้งานแพลตฟอร์มแบบ Self-serve มากกว่า 1 ล้านราย
ในขณะที่ตลาด AI Voice มีคู่แข่งอย่าง Sierra, Decagon, PolyAI, Bland, Retell และ ElevenLabs แต่ Vapi สร้างความแตกต่างด้วยการไม่เน้นขายแอปพลิเคชันสำเร็จรูป แต่เน้นที่ Orchestration Layer หรือชั้นการประสานงานของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้องค์กรสามารถควบคุมความน่าเชื่อถือ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และพฤติกรรมของโมเดล AI ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| มูลค่าบริษัท | ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| เงินระดมทุนล่าสุด | 50 ล้านดอลลาร์ (Series B) |
| ยอดการใช้งาน | 1 - 5 ล้านสายต่อวัน / รวมกว่า 1 พันล้านสาย |
| ผู้ร่วมลงทุนสำคัญ | Peak XV Partners, M12 (Microsoft), Kleiner Perkins, Bessemer Venture Partners |
| จำนวนพนักงาน | ประมาณ 100 คน |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Amazon Ring ใช้ Vapi จัดการสายเรียกเข้าทั้งหมด 100% เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
- Vapi เปลี่ยนโมเดลธุรกิจจาก AI นักบำบัด มาเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเสียงความหน่วงต่ำ
- บริษัทเน้นการให้ Granular Control เพื่อให้ลูกค้าองค์กรปรับแต่งพฤติกรรม AI ได้เอง
- ระดมทุนรวมทั้งหมดแล้ว 72 ล้านดอลลาร์ และมีรายได้ต่อปี (ARR) อยู่ในระดับเลข 8 หลัก
คำถามที่พบบ่อย
Vapi คืออะไรและแตกต่างจาก AI Voice อื่นๆ อย่างไร?
Vapi คือแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสร้างและจัดการ Voice Agents โดยเน้นที่ชั้นการประสานงาน (Orchestration Layer) ซึ่งช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถควบคุมความเสถียรและพฤติกรรมของ AI ได้ละเอียดกว่าการใช้แอปพลิเคชันสำเร็จรูป
ทำไม Amazon Ring ถึงเลือกใช้ Vapi แทนผู้ให้บริการรายอื่น?
Ring ได้ทดสอบผู้ให้บริการกว่า 40 ราย และพบว่า Vapi มอบการควบคุมที่ละเอียดกว่าสำหรับวิศวกร และช่วยให้ทีมงานทั่วไปสามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้งาน AI ได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ซึ่งส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าดีขึ้น
Low-latency Voice Infrastructure คืออะไร?
คือโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้การรับส่งข้อมูลเสียงระหว่างมนุษย์และ AI มีความล่าช้าหรือความหน่วงน้อยที่สุด ทำให้การสนทนาเป็นธรรมชาติและไม่รู้สึกว่าต้องรอการตอบกลับนานเกินไป
Vapi มีแผนจะนำเงินระดมทุนไปใช้ทำอะไร?
บริษัทมีแผนที่จะใช้เงินทุนจากการระดมทุนรอบ Series B เพื่อขยายทีมวิศวกร พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมกลยุทธ์การบุกตลาด (Go-to-market teams)

