Turla กลุ่มแฮกเกอร์รัสเซียกับการโจมตีแบบ Piggyback ผ่าน USB ที่แนบเนียนกว่าเดิม

ย้อนกลับไปในปี 2008 โลกได้รู้จักกับ Turla กลุ่มจารกรรมทางไซเบอร์ชาวรัสเซียที่สร้างชื่อเสียจากการใช้มัลแวร์ agent.btz บุกรุกระบบของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ผ่านแฟลชไดรฟ์ที่ติดเชื้อ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักจนนำไปสู่การยกเครื่องระบบรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่ในชื่อ Operation Buckshot Yankee

เวลาผ่านไป 15 ปี Turla ยังคงไม่หยุดพัฒนา โดยล่าสุดบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Mandiant ได้เปิดเผยกลยุทธ์ใหม่ที่แยบยลกว่าเดิม แทนที่จะสร้างเครื่องมือโจมตีเองทั้งหมด พวกเขากลับใช้วิธี "เกาะติด" (Piggybacking) ไปกับร่องรอยการโจมตีของอาชญากรไซเบอร์รายอื่น เพื่อพรางตัวและเลือกเป้าหมายในการจารกรรมได้อย่างแม่นยำ

กลยุทธ์การจารกรรมแบบ "ปูเสฉวน"

วิธีการใหม่ของ Turla คือการเข้ายึดครอง Command-and-Control (C2) หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้สั่งการมัลแวร์ของแฮกเกอร์กลุ่มอื่นที่หมดอายุการใช้งานไปแล้ว โดย Mandiant พบว่า Turla ได้จดทะเบียนโดเมนที่เคยเป็นของมัลแวร์เก่าแก่ที่มีอายุเกือบทศวรรษ ซึ่งแพร่กระจายผ่าน USB

เมื่อยึดเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ได้ Turla จะทำตัวเหมือนปูเสฉวนที่ย้ายเข้าไปอยู่ในเปลือกหอยของคนอื่น ทำให้พวกเขาสามารถคัดกรองรายชื่อเหยื่อที่ถูกมัลแวร์เดิมโจมตีไว้แล้ว และเลือกเจาะจงเป้าหมายที่มีมูลค่าสูงสำหรับการจารกรรมข้อมูลทางราชการ โดยที่ไม่มีใครสงสัยเพราะร่องรอยที่ปรากฏเป็นของอาชญากรไซเบอร์ทั่วไป ไม่ใช่ร่องรอยของหน่วยข่าวกรองรัสเซีย

ถอดรหัสการโจมตีในยูเครน

หลักฐานสำคัญถูกค้นพบในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ณ ประเทศยูเครน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของหน่วยข่าวกรองเครมลิน ทีมตอบโต้เหตุการณ์ของ Mandiant พบคอมพิวเตอร์หลายเครื่องติดมัลแวร์ Andromeda ซึ่งเป็น Banking Trojan (มัลแวร์ขโมยข้อมูลทางการเงิน) ที่แพร่กระจายผ่านไฟล์ปลอมบน USB ที่ดูเหมือนโฟลเดอร์ปกติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตกใจคือในเครื่องที่ติด Andromeda กลับมีการดาวน์โหลดมัลแวร์อีกสองตัวตามมา ได้แก่ Kopiluwak ซึ่งเป็นเครื่องมือสอดแนม และ Quietcanary ซึ่งเป็น Backdoor (ช่องทางลับที่แฮกเกอร์ใช้เข้าควบคุมระบบ) สำหรับบีบอัดและขโมยข้อมูลออกไป ซึ่งทั้งสองตัวนี้เป็นเครื่องมือเฉพาะทางที่ Turla ใช้เท่านั้น

Image 7

วิวัฒนาการความแนบเนียนของ Turla

John Hultquist จาก Mandiant ระบุว่าวิธีนี้ช่วยให้ Turla ทำงานได้โดยไม่ถูกตรวจจับ เพราะไม่ต้องส่งสแปมหรือโจมตีแบบหว่านแหเอง แต่ปล่อยให้แฮกเกอร์รายอื่นทำหน้าที่ "เปิดประตู" ให้ จากนั้นจึงเลือกเดินเข้าบ้านหลังที่ต้องการอย่างเงียบเชียบ

ประวัติของ Turla เต็มไปด้วยความล้ำสมัย เช่น ในปี 2015 เคยมีการใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเพื่อพรางตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ C2 และในปี 2019 เคยเข้ายึดเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์ชาวอิหร่านเพื่อสร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่สืบสวน

สรุปพฤติกรรมการโจมตีของกลุ่ม Turla
หัวข้อ รายละเอียด
เป้าหมายหลัก หน่วยงานรัฐบาลและองค์กรความมั่นคงทั่วโลก
เทคนิคเด่น การยึดโดเมนที่หมดอายุ (Expired Domains) เพื่อใช้เป็น C2
ช่องทางการบุกรุก USB Drive และการ Piggyback บนมัลแวร์ตัวอื่น
เครื่องมือที่ใช้ agent.btz, Kopiluwak, Quietcanary
ความเชื่อมโยง เชื่อว่าทำงานภายใต้หน่วยข่าวกรอง FSB ของรัสเซีย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Turla มีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรอง FSB ของรัสเซียและมีประวัติการโจมตีมาตั้งแต่ยุค 90 (Moonlight Maze)
  • ใช้เทคนิค Piggybacking โดยการจดทะเบียนโดเมน C2 ของมัลแวร์ Andromeda ที่หมดอายุเพื่อเข้าถึงเหยื่อ
  • การโจมตีเริ่มต้นจากการใช้ USB Drive ที่มีไฟล์มัลแวร์ปลอมแปลงเป็นโฟลเดอร์
  • ใช้มัลแวร์ Kopiluwak และ Quietcanary ในการสอดแนมและขโมยข้อมูลเป้าหมาย
  • เป้าหมายการโจมตีไม่ได้จำกัดแค่ในยูเครน แต่มีขอบเขตการเก็บข้อมูลข่าวกรองทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

การโจมตีแบบ Piggybacking คืออะไร?

คือการที่แฮกเกอร์กลุ่มหนึ่งใช้ประโยชน์จากช่องทางหรือการติดเชื้อที่แฮกเกอร์อีกกลุ่มสร้างไว้แล้ว เพื่อแอบเข้าถึงระบบของเหยื่อโดยไม่ต้องเริ่มโจมตีด้วยตัวเอง ทำให้ตรวจจับได้ยากขึ้น

ทำไม Turla ถึงเลือกใช้ USB ในการโจมตีแม้เวลาจะผ่านไปนานแล้ว?

เพราะ USB ยังคงเป็นช่องทางที่ได้ผล โดยเฉพาะในองค์กรที่มีการรักษาความปลอดภัยเครือข่ายเข้มงวด แต่พนักงานอาจเผลอนำอุปกรณ์ภายนอกมาเสียบใช้งาน ซึ่งเป็นการข้ามผ่านระบบป้องกันไฟร์วอลล์ได้โดยตรง

มัลแวร์ Andromeda คืออะไรและเกี่ยวข้องอย่างไร?

Andromeda เป็นมัลแวร์ประเภท Banking Trojan ที่เน้นขโมยข้อมูลทางการเงิน ซึ่ง Turla ไม่ได้สร้างขึ้นเอง แต่ใช้วิธีเข้ายึดโดเมนควบคุมของ Andromeda เพื่อใช้เป็นทางผ่านในการส่งมัลแวร์จารกรรมของตนเองเข้าไปยังเครื่องเหยื่อ

เราจะป้องกันการโจมตีลักษณะนี้ได้อย่างไร?

วิธีที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเสียบ USB ที่ไม่ทราบที่มา หรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย รวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและเฝ้าระวังการเชื่อมต่อที่ผิดปกติไปยังโดเมนที่น่าสงสัย