Touch ID ของ Apple กับความเป็นไปได้ใหม่ๆ จากสิทธิบัตรล่าสุด
จากจุดเริ่มต้นที่เน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก Apple ได้ค่อยๆ ขยายขอบเขตการใช้งาน Touch ID หรือเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ทำอะไรได้มากกว่าเดิม และหากพิจารณาจากสิทธิบัตรฉบับใหม่ เราอาจได้เห็นปุ่มสัมผัสขนาดเล็กด้านล่างของ iPhone พัฒนาไปสู่ฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือการจดสิทธิบัตรกับสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐอเมริกา (U.S. Patent and Trademark Office) ไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันว่า Apple จะนำฟีเจอร์เหล่านี้มาใช้ใน iPhone 7 หรืออุปกรณ์รุ่นถัดไปเสมอไป แต่มันแสดงให้เห็นถึงทิศทางและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัท
เจาะลึกสิทธิบัตร: เมื่อ Touch ID เป็นมากกว่าแค่การปลดล็อก
สิทธิบัตรฉบับนี้ถูกยื่นโดย Dale Setlak ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท AuthenTec ซึ่ง Apple ได้เข้าซื้อกิจการไปเมื่อช่วงกลางปี 2012 โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Electronic Device Switchable to a User-Interface Unlocked Mode Based Upon a Pattern of Input Motions and Related Methods"
หากแปลให้เข้าใจง่าย สิทธิบัตรนี้กำลังพูดถึงวิธีการนำเซนเซอร์ Touch ID มาใช้เป็นเครื่องมือในการสั่งการรูปแบบต่างๆ แทนที่จะใช้เพียงการแตะเพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้น โดยมีตัวอย่างการใช้งานที่น่าสนใจดังนี้:
- การหมุนนิ้ว (Twisting Motion): ผู้ใช้สามารถหมุนนิ้วเป็นวงกลมตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกาบนเซนเซอร์ เพื่อควบคุมการปลดล็อกดิจิทัลบนหน้าจอ
- การลากนิ้วเป็นรูปแบบ (Pattern Input): การลากนิ้วผ่านเซนเซอร์ Touch ID เพื่อสร้างรูปแบบการปลดล็อก ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการตรวจสอบลายนิ้วมือและการใช้รหัสรูปแบบ (Pattern Identity) เข้าด้วยกัน
- การควบคุมความละเอียดสูง (Precision Control): การใช้ Touch ID เป็นเซนเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงสำหรับการทำงานที่ต้องการความละเอียด เช่น การวาดภาพบน iPhone โดยการลากนิ้วบนเซนเซอร์จะทำหน้าที่คล้ายกับการลดค่า DPI (Dots Per Inch หรือความละเอียดในการเคลื่อนที่ของเมาส์) เพื่อให้สามารถขยับเคอร์เซอร์ได้อย่างละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น
การใช้งานในปัจจุบันและก้าวต่อไป
ในปัจจุบัน Apple ได้เริ่มนำแนวคิดการรับรู้การสัมผัสมาใช้บ้างแล้ว เช่น ใน iPhone 6 และ 6 Plus ที่ผู้ใช้สามารถ Double-tap (การแตะเบาๆ สองครั้งโดยไม่ต้องกดปุ่มลงไป) ที่เซนเซอร์ Touch ID เพื่อเลื่อนเนื้อหาบนหน้าจอลงมาด้านล่างชั่วคราว ซึ่งช่วยให้ผู้ที่มีมือขนาดเล็กสามารถเข้าถึงส่วนบนของหน้าจอขนาดใหญ่ได้สะดวกยิ่งขึ้น
| รูปแบบการสั่งการ | ลักษณะการทำงาน | ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ |
|---|---|---|
| การหมุนนิ้ว | หมุนตาม/ทวนเข็มนาฬิกา | ควบคุมการปลดล็อกดิจิทัลบนหน้าจอ |
| การลากนิ้ว | สร้างรูปแบบ (Pattern) บนเซนเซอร์ | เพิ่มความปลอดภัยด้วยการรวมลายนิ้วมือและรูปแบบ |
| การสัมผัสละเอียด | ลากนิ้วเพื่อปรับความเร็วเคอร์เซอร์ | เพิ่มความแม่นยำในการวาดภาพหรือทำงานกราฟิก |
| การแตะสองครั้ง | Double-tap (ไม่กดปุ่ม) | เลื่อนหน้าจอลงเพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น (มีใน iPhone 6) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สิทธิบัตรยื่นโดย Dale Setlak อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง AuthenTec
- เน้นการเปลี่ยน Touch ID ให้เป็นเครื่องมือรับคำสั่ง (Input Device) ที่หลากหลาย
- นำเสนอไอเดียการใช้การหมุนและการลากนิ้วเพื่อสั่งการอุปกรณ์
- มีแนวคิดการใช้เซนเซอร์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม (คล้ายการปรับ DPI ของเมาส์)
- การจดสิทธิบัตรไม่ได้การันตีว่าฟีเจอร์จะถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์จริงเสมอไป
คำถามที่พบบ่อย
สิทธิบัตรนี้หมายความว่า iPhone รุ่นใหม่จะมีฟีเจอร์เหล่านี้แน่นอนใช่หรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป การจดสิทธิบัตรเป็นเพียงการรักษาสิทธิ์ในไอเดียทางเทคโนโลยี ซึ่ง Apple อาจจะนำมาพัฒนาต่อยอดหรืออาจจะไม่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์จริงเลยก็ได้
การลากนิ้วบน Touch ID ต่างจากการลากนิ้วบนหน้าจออย่างไร?
การลากนิ้วบนเซนเซอร์ Touch ID ตามสิทธิบัตรนี้ จะเป็นการทำงานร่วมกับการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือ และอาจให้ความแม่นยำในการควบคุมที่สูงกว่าการสัมผัสหน้าจอปกติ
DPI ในสิทธิบัตรนี้หมายถึงอะไร?
DPI หรือ Dots Per Inch คือหน่วยวัดความละเอียด ซึ่งในบริบทนี้หมายถึงการปรับความไวของการเคลื่อนที่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมตำแหน่งบนหน้าจอได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้น
ฟีเจอร์ Double-tap ใน iPhone 6 ทำงานอย่างไร?
เป็นการแตะเบาๆ สองครั้งที่ปุ่ม Home (โดยไม่กดปุ่มลงไป) เพื่อสั่งให้เนื้อหาด้านบนของหน้าจอเลื่อนลงมาด้านล่าง ช่วยให้ใช้งานมือเดียวได้ง่ายขึ้น

