Time Warner กับมุมมองต่ออนาคตของเคเบิลทีวีในยุค Cord-Cutters
ในงานประชุมที่นิวยอร์ก Jeff Bewkes ซีอีโอของ Time Warner ได้ออกมาแสดงทัศนะเกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรมเคเบิลทีวี โดยเขายืนยันว่าบริการแบบรวมแพ็กเกจ (Bundled Offerings) ยังคงมีคุณค่าและสามารถแข่งขันได้ แม้จะมีกระแสการยกเลิกใช้บริการเคเบิลทีวีเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน
Bewkes ได้วิเคราะห์กลุ่มผู้ใช้งานที่ยกเลิกเคเบิลทีวี หรือที่เรียกว่า Cord-cutters ว่าเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนที่มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม เขายอมรับถึงการเกิดขึ้นของกลุ่ม Cord-nevers หรือคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาโดยไม่เคยใช้บริการเคเบิลทีวีเลย ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตา แต่เขามองว่าคนกลุ่มนี้มักเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์มากกว่าจะกังวลเรื่องราคาของคอนเทนต์
นอกจากนี้ ซีอีโอของ Time Warner ยังชี้ให้เห็นว่า มูลค่าที่แท้จริงของบริการเคเบิลและอินเทอร์เน็ตนั้นเพิ่มสูงขึ้นตามกาลเวลา เนื่องจากผู้บริโภคได้รับชมช่องรายการที่หลากหลายขึ้นและเข้าถึงความเร็วอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้น โดยที่ค่าใช้จ่ายรายเดือนไม่ได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
กลยุทธ์การควบคุมคอนเทนต์ในยุคดิจิทัล
ผู้ให้บริการคอนเทนต์รายใหญ่ยังคงพยายามรักษาอำนาจในการควบคุมการเข้าถึงเนื้อหา โดยจำกัดการเผยแพร่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเข้มงวด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ HBO ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Time Warner ที่เปิดให้รับชมผ่านแอปพลิเคชัน HBO Go (บริการสตรีมมิ่งวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต) แต่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ที่สมัครสมาชิกเคเบิลทีวีเท่านั้น ในขณะที่บางรายการอาจมีการนำตอนเก่าๆ ไปลงใน Netflix หรือ Hulu Plus เพื่อเป็นการทดลองตลาด
ความท้าทายเรื่อง 'ภาษีกีฬา' และการเลือกแพ็กเกจ
ประเด็นที่น่าสนใจคือสิ่งที่ Bewkes เรียกว่า Sports Tax หรือ ภาษีกีฬา ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่ผู้ใช้งานเคเบิลทีวีที่ไม่ได้รับชมกีฬา ต้องร่วมจ่ายค่าบริการในส่วนของช่องกีฬาที่รวมอยู่ในแพ็กเกจพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่รับชมกีฬา
สถานการณ์นี้สร้างแรงกดดันให้ผู้ให้บริการต้องพิจารณาการขายคอนเทนต์แบบ à la carte (การเลือกซื้อเฉพาะรายการที่ต้องการ) ซึ่งปัจจุบันสมาคมกีฬาหลายแห่งเริ่มนำมาใช้แล้ว แม้ Bewkes จะตั้งคำถามว่าหากกีฬาทำได้ แพ็กเกจย่อยอื่นๆ ก็น่าจะทำได้เช่นกัน แต่สุดท้ายเขากลับสรุปว่า การมีช่องรายการให้เลือกจำนวนมากนั้นส่งผลดีต่อผู้บริโภคมากกว่าการเลือกเฉพาะบางช่องที่ต้องการ
| กลุ่มเป้าหมาย/ประเด็น | มุมมองของ Jeff Bewkes | ผลกระทบ/สถานะ |
|---|---|---|
| Cord-cutters | กลุ่มรายได้น้อยจำนวนไม่มาก | ผลกระทบต่ำ |
| Cord-nevers | คนรุ่นใหม่กำลังซื้อสูง | เทรนด์ใหม่ที่ต้องเฝ้าระวัง |
| Bundled Services | คุ้มค่าขึ้น (ช่องเยอะขึ้น เน็ตเร็วขึ้น) | ยังคงเป็นโมเดลหลัก |
| Sports Tax | ผู้ไม่ดูต้องช่วยจ่ายค่าลิขสิทธิ์กีฬา | นำไปสู่แนวคิดการขายแบบ à la carte |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Jeff Bewkes เชื่อมั่นในคุณค่าของบริการเคเบิลแบบรวมแพ็กเกจมากกว่าการแยกขาย
- Cord-nevers คือกลุ่มคนที่เติบโตมาโดยไม่เคยใช้เคเบิลทีวี ซึ่งมักมีพฤติกรรมการใช้จ่ายสูง
- HBO Go จำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่มีการสมัครสมาชิกเคเบิลทีวีเท่านั้น
- Sports Tax คือภาระค่าใช้จ่ายด้านกีฬาที่ถูกรวมอยู่ในแพ็กเกจพื้นฐานสำหรับผู้ใช้ทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
Cord-cutters และ Cord-nevers แตกต่างกันอย่างไร?
Cord-cutters คือผู้ที่เคยใช้บริการเคเบิลทีวีแล้วตัดสินใจยกเลิกเพื่อเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกอื่น ส่วน Cord-nevers คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยสมัครใช้บริการเคเบิลทีวีเลยตั้งแต่ต้น
ทำไม HBO Go ถึงไม่เปิดให้ทุกคนสมัครสมาชิกได้โดยตรง?
เป็นกลยุทธ์ของ Time Warner ในการรักษาฐานลูกค้าเคเบิลทีวี โดยใช้คอนเทนต์ยอดนิยมเป็นตัวดึงดูดให้ผู้บริโภคยังคงสมัครสมาชิกแพ็กเกจหลัก
Sports Tax ในบริบทของเคเบิลทีวีคืออะไร?
คือการที่ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดกีฬาที่มีราคาสูง ถูกนำไปรวมอยู่ในค่าบริการรายเดือนของแพ็กเกจพื้นฐาน ทำให้คนที่ไม่ได้สนใจกีฬาต้องร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปด้วย
การบริการแบบ à la carte คืออะไร?
คือรูปแบบการให้บริการที่อนุญาตให้ลูกค้าเลือกซื้อเฉพาะช่องรายการหรือคอนเทนต์ที่ต้องการเป็นรายชิ้น แทนที่จะต้องซื้อรวมเป็นแพ็กเกจใหญ่

