TikTok ถูกอิตาลีสอบสวน หลังกระแส 'French Scar' ท้าทายผู้ใช้ทำร้ายตัวเอง
กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งสำหรับ TikTok เมื่อหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศอิตาลีได้เริ่มดำเนินการสอบสวนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชื่อดังนี้ เนื่องจากมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกรณีการแพร่ระบาดของชาเลนจ์ที่ชื่อว่า “French scar” ซึ่งกระตุ้นให้ผู้ใช้ใช้นิ้วหยิกใบหน้าตัวเองอย่างแรงเพื่อให้เกิดรอยแดงเลียนแบบรอยแผลเป็น
ทาง AGCM (หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันและการตลาดของอิตาลี) ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า TikTok ขาดระบบการตรวจสอบเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้ (User Generated Content) ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงและเงื่อนไข (T&Cs) ของบริษัทเองที่เคยสัญญาว่าจะลบเนื้อหาที่เป็นอันตราย เช่น การส่งเสริมการฆ่าตัวตาย การทำร้ายตัวเอง หรือความผิดปกติในการกิน
การดำเนินการทางกฎหมายและการตรวจสอบ
การสอบสวนในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ TikTok Technology Limited ซึ่งเป็นบริษัทในไอร์แลนด์ที่ดูแลด้านผู้บริโภคในยุโรป รวมถึงนิติบุคคลของ TikTok ในอังกฤษและอิตาลี โดยทาง AGCM ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยต่อต้านการผูกขาดพิเศษของ Guardia di Finanza เพื่อเข้าตรวจสอบสำนักงานใหญ่ของ TikTok ในอิตาลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สาเหตุหลักที่ทำให้หน่วยงานรัฐต้องยื่นมือเข้ามาจัดการ คือการพบวิดีโอจำนวนมากที่เยาวชนแสดงพฤติกรรมทำร้ายตัวเองผ่านชาเลนจ์ French scar ซึ่งทางแพทย์ผิวหนังได้ออกมาเตือนว่า การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลให้ผิวหนังเกิดรอยแดงถาวรหรือเกิดแผลเป็นได้
บทบาทของ AI และอัลกอริทึม
ประเด็นสำคัญที่ AGCM ให้ความสนใจคือการทำงานของ Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ของ TikTok ที่ใช้ในการคัดเลือกเนื้อหามาแสดงในหน้า ‘For You’ (ฟีดแนะนำวิดีโอส่วนบุคคล) ซึ่งระบบจะวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้จากการกดไลก์หรือวิดีโอที่เคยรับชม เพื่อนำเสนอเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ทางหน่วยงานจึงตั้งคำถามว่า อัลกอริทึมนี้มีส่วนช่วยในการแพร่กระจายและขยายผลของชาเลนจ์ที่เป็นอันตรายนี้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้นหรือไม่
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สาเหตุการสอบสวน: การแพร่ระบาดของชาเลนจ์ French scar ที่ให้ผู้ใช้หยิกหน้าจนเป็นรอยแดง
- หน่วยงานที่ตรวจสอบ: AGCM ของอิตาลี ร่วมกับ Guardia di Finanza
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชนและผู้เยาว์
- ข้อกล่าวหา: ระบบคัดกรองเนื้อหาล้มเหลว และไม่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยของตนเอง
- ความเสี่ยงทางกายภาพ: แพทย์ผิวหนังเตือนว่าอาจเกิดรอยแดงหรือแผลเป็นถาวร
| หัวข้อ | รายละเอียดการดำเนินการ/คำชี้แจง |
|---|---|
| มาตรการของ TikTok | จำกัดการเข้าถึงเนื้อหาการหยิกแก้ม ให้เห็นได้เฉพาะผู้ใช้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่นำไปแนะนำในฟีด |
| ทรัพยากรด้านความปลอดภัย | มีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยกว่า 40,000 คน เพื่อดูแลชุมชนและปกป้องเยาวชน |
| จุดยืนของ AGCM | กังวลเรื่องการปกป้องผู้ใช้กลุ่มเปราะบาง และการทำงานของ AI ในการแพร่กระจายเนื้อหาอันตราย |
ประวัติความขัดแย้งด้านความปลอดภัยในอดีต
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ TikTok มีปัญหากับหน่วยงานกำกับดูแลของอิตาลี ย้อนกลับไปในปี 2021 เคยมีกรณี “blackout” challenge ที่นำไปสู่การเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ส่งผลให้ TikTok ต้องลบบัญชีผู้ใช้กว่า 5 แสนบัญชีที่ไม่สามารถยืนยันอายุได้ นอกจากนี้ยังเคยถูกเตือนเรื่องการเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการนำข้อมูลไปใช้ในการยิงโฆษณาโดยไม่ขอความยินยอมจากผู้ใช้
ในระดับสากล TikTok ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่รัฐบาลไบเดนขู่จะแบนแอปพลิเคชันนี้หากบริษัทไม่แยกตัวออกจากเจ้าของเดิมในประเทศจีน

คำถามที่พบบ่อย
French scar challenge คืออะไร?
คือกระแสใน TikTok ที่ผู้ใช้งานพยายามหยิกผิวหนังบริเวณใบหน้าของตนเองเพื่อให้เกิดรอยแดงเป็นเส้น ซึ่งเลียนแบบลักษณะของรอยแผลเป็น
ทำไม AGCM ถึงต้องสอบสวน TikTok?
เพราะเชื่อว่า TikTok ไม่มีระบบตรวจสอบเนื้อหาที่เข้มงวดพอ และปล่อยให้เนื้อหาที่ส่งเสริมการทำร้ายตัวเองแพร่กระจาย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งขัดกับนโยบายความปลอดภัยของบริษัทเอง
TikTok มีการตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างไร?
TikTok ระบุว่ามีทีมงานด้านความปลอดภัยจำนวนมาก และได้จำกัดการมองเห็นวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับชาเลนจ์นี้ โดยอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้นที่รับชมได้ และจะไม่ถูกนำไปแนะนำในระบบ
อัลกอริทึมของ TikTok เกี่ยวข้องอย่างไรกับปัญหานี้?
มีการตั้งข้อสงสัยว่า AI ที่ใช้คัดเลือกวิดีโอในหน้า 'For You' อาจเป็นตัวเร่งให้ชาเลนจ์ที่เป็นอันตรายแพร่กระจายไปสู่ผู้ใช้จำนวนมากได้อย่างรวดเร็วผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้
ในอดีต TikTok เคยมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในอิตาลีหรือไม่?
เคยมีกรณีชาเลนจ์ blackout ที่ส่งผลให้มีเด็กเสียชีวิต และปัญหาเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวในการเก็บข้อมูลเพื่อการโฆษณา ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบและสั่งการจากหน่วยงานรัฐในอิตาลี



