The Venice Project ปฏิวัติวงการทีวีด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตจากผู้สร้าง Skype

เมื่อผู้ก่อตั้งระดับตำนานอย่าง Niklas Zennstrom และ Janus Friis ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Kazaa และ Skype หันมาจับโปรเจกต์ใหม่ในชื่อ The Venice Project จึงกลายเป็นที่จับตามองของวงการเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเป้าหมายหลักคือการผสานจุดแข็งของโทรทัศน์เข้ากับความยืดหยุ่นของโลกอินเทอร์เน็ต

Janus Friis ได้อธิบายถึงแนวคิดนี้ว่า แม้ทีวีจะเป็นสื่อมวลชนที่มีพลังในการเล่าเรื่องและมีคุณภาพสูง แต่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่กลับเบื่อหน่ายกับรูปแบบการนำเสนอที่เป็นเส้นตรง (Linearness) หรือการที่ผู้ชมไม่สามารถเลือกเวลาหรือค้นหาเนื้อหาที่ต้องการได้ด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์บนอินเทอร์เน็ตที่มีทั้งระบบการติดแท็ก (Tagging) และการแนะนำเนื้อหาที่ตรงใจ

ยกระดับการรับชมด้วยเทคโนโลยี P2P

หัวใจสำคัญที่ทำให้ The Venice Project แตกต่างจากแพลตฟอร์มวิดีโอทั่วไป คือการนำเทคโนโลยี P2P (Peer-to-Peer) หรือการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องผู้ใช้โดยตรง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่เคยสร้างชื่อให้กับ Kazaa และ Skype มาใช้ในการกระจายสัญญาณโทรทัศน์

นอกจากนี้ โปรเจกต์ดังกล่าวยังมุ่งเน้นไปที่การทำข้อตกลงกับเครือข่ายโทรทัศน์ต่างๆ เพื่อนำเสนอรูปแบบ Time Shifted TV หรือการรับชมรายการย้อนหลังผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องเวลาในการรับชมแบบเดิมๆ

สรุปภาพรวมของ The Venice Project
หัวข้อ รายละเอียด
ผู้ก่อตั้ง Niklas Zennstrom และ Janus Friis
เทคโนโลยีหลัก P2P (Peer-to-Peer) Distribution
เป้าหมาย รวมจุดเด่นของ TV และ Internet เข้าด้วยกัน
ฟีเจอร์เด่น การค้นหา, การแนะนำเนื้อหา, และการรับชมย้อนหลัง

จังหวะเวลาที่เหมาะสมของตลาด

การเปิดตัว The Venice Project เกิดขึ้นในช่วงที่พฤติกรรมผู้บริโภคและยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเริ่มปรับตัว เช่น Apple ที่รวบรวมลิขสิทธิ์รายการทีวีกว่า 220 รายการมาจำหน่ายผ่าน iTunes หรือการที่ Google ให้มูลค่ากับ YouTube สูงถึง 1.65 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเนื้อหาวิดีโอสั้นบนเว็บมีมูลค่ามหาศาล

หาก The Venice Project สามารถบรรลุข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์กับสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ได้สำเร็จ สิ่งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้คนตัดสินใจยกเลิกการสมัครสมาชิกเคเบิลทีวีแบบดั้งเดิมในที่สุด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้ก่อตั้ง: พัฒนาโดยทีมงานผู้สร้าง Skype และ Kazaa
  • ปัญหาที่ต้องการแก้: ความไม่ยืดหยุ่นของทีวีแบบดั้งเดิมที่ขาดระบบค้นหาและทางเลือกในการรับชม
  • นวัตกรรม: ใช้ระบบกระจายข้อมูลแบบ P2P เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งเนื้อหา
  • แนวโน้มตลาด: สอดคล้องกับการเติบโตของ iTunes และ YouTube ในด้านเนื้อหาวิดีโอ

คำถามที่พบบ่อย

The Venice Project คืออะไร?

คือสตาร์ทอัพด้านสื่อที่ต้องการนำข้อดีของโทรทัศน์ (การเล่าเรื่องที่มีคุณภาพ) มาผสมผสานกับข้อดีของอินเทอร์เน็ต (ความสะดวกในการค้นหาและเลือกชม) เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมรูปแบบใหม่

เทคโนโลยี P2P ที่นำมาใช้คืออะไร?

P2P หรือ Peer-to-Peer คือเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์กลางเพียงจุดเดียว ซึ่งช่วยให้การกระจายข้อมูลจำนวนมากทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมถึงต้องมี The Venice Project ในเมื่อมี YouTube อยู่แล้ว?

แม้จะดูคล้ายกัน แต่ The Venice Project เน้นการนำโครงสร้างของเครือข่ายโทรทัศน์และเทคโนโลยีการกระจายสัญญาณระดับสูงมาใช้ เพื่อให้ได้เนื้อหาที่มีคุณภาพแบบทีวีแต่มีความยืดหยุ่นแบบเว็บ

โปรเจกต์นี้จะส่งผลกระทบต่อเคเบิลทีวีอย่างไร?

หากสามารถนำรายการทีวีดังๆ มาให้บริการในรูปแบบที่เลือกเวลาชมได้และใช้งานง่าย ผู้บริโภคอาจลดความจำเป็นในการใช้บริการเคเบิลทีวีแบบรายเดือนลง