Tesla บุกตลาดอินเดียอย่างเป็นทางการ เปิดตัว Experience Center แห่งแรกในมุมไบ
สิ้นสุดการรอคอยกว่า 9 ปี หลังจากที่ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้เริ่มส่งสัญญาณถึงการเข้าสู่ตลาดอินเดียครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2016 ในที่สุด Tesla ก็ได้ปักหมุดเริ่มต้นธุรกิจในหนึ่งในตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ โดยการเปิดตัวโชว์รูมแห่งแรกที่เรียกชื่อว่า Experience Center (ศูนย์สร้างประสบการณ์) ซึ่งตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Maker Maxity Mall ย่าน Bandra Kurla Complex ซึ่งเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองมุมไบ
ศูนย์ Experience Center แห่งนี้มีพื้นที่กว่า 4,000 ตารางฟุต โดยนำเสนอรถยนต์รุ่น Model Y ที่นำเข้ามาจากโรงงานในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive - RWD) และรุ่น Long Range RWD พร้อมตัวเลือกเสริมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานในอินเดีย
| รุ่นย่อย | ราคา (รูปี) | ราคาโดยประมาณ (ดอลลาร์สหรัฐ) | กำหนดส่งมอบ |
|---|---|---|---|
| Model Y RWD | ₹59,89,000 | $68,000 | ไตรมาส 3 |
| Model Y Long Range RWD | ₹67,89,000 | $79,000 | ไตรมาส 4 |
| Full Self-Driving (Option) | ₹600,000 | $7,000 | - |
สำหรับลูกค้าในอินเดียที่สนใจ สามารถสั่งจอง Model Y ได้แล้ววันนี้สำหรับการจดทะเบียนในพื้นที่เดลี, กุรุคราม และมุมไบ โดยต้องชำระเงินมัดจำแบบไม่คืนเงินจำนวน ₹22,220 (ประมาณ 260 ดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ Tesla ยังมีแผนขยายสาขาที่สองในเมืองเดลีภายในสิ้นเดือนนี้ และเตรียมให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานด้วยการติดตั้งสถานีชาร์จ 4 แห่งในมุมไบและเดลี ซึ่งประกอบด้วย Supercharger (สถานีชาร์จความเร็วสูง) และ Destination Chargers
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การนำเข้า: ปัจจุบันนำเข้ารถจากเซี่ยงไฮ้ และมีแผนนำเข้าจากเบอร์ลินหากข้อตกลงการค้าเสรีอินเดีย-สหภาพยุโรป (India-EU FTA) ลงนามสำเร็จ
- นโยบายภาษี: รัฐบาลอินเดียลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2024 ช่วยให้ Tesla นำเข้ารถได้ในราคาที่ถูกลง
- เป้าหมายประเทศ: อินเดียตั้งเป้าให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 30% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030
- การผลิต: แม้รัฐบาลอินเดียจะผลักดันให้ตั้งโรงงานในประเทศ แต่ Tesla ยังไม่มีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตในอินเดียในขณะนี้
- การบริหาร: ปัจจุบัน Vaibhav Taneja CFO ของบริษัทเป็นผู้ดูแลการดำเนินงานในอินเดีย
หากมองในภาพรวม อินเดียถือเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น โดยมีการผลิตรถยนต์เกือบ 6 ล้านคันต่อปี แม้ว่าปัจจุบันสัดส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าจะยังน้อยและส่วนใหญ่เป็นรถสองล้อ แต่การเข้ามาของ Tesla ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายฐานลูกค้า
อย่างไรก็ตาม การรุกตลาดอินเดียเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Tesla กำลังเผชิญกับความท้าทายในตลาดหลัก ทั้งในจีน ยุโรป และสหรัฐฯ โดยเฉพาะในจีนที่ต้องสู้กับคู่แข่งท้องถิ่นอย่าง BYD ส่งผลให้ยอดส่งมอบรถในไตรมาส 2 ลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดขายในยุโรปลดลงเกือบ 28% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ยอดขายในสหรัฐฯ ช่วงครึ่งปีแรกลดลง 13% เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย
Tesla Model Y ในอินเดียมีรุ่นไหนบ้างและราคาเท่าไหร่?
มี 2 รุ่นคือ Model Y RWD ราคา ₹59,89,000 และ Long Range RWD ราคา ₹67,89,000 โดยมีออปชัน Full Self-Driving เพิ่มเติมในราคา ₹600,000
สามารถสั่งจองรถได้ที่ไหนและต้องจ่ายมัดจำเท่าไหร่?
สามารถสั่งจองได้สำหรับการจดทะเบียนในเดลี, กุรุคราม และมุมไบ โดยมีค่ามัดจำแบบไม่คืนเงินจำนวน ₹22,220
Tesla จะสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในอินเดียหรือไม่?
จากข้อมูลล่าสุด Tesla ยังไม่มีความสนใจที่จะเริ่มต้นการผลิตภายในประเทศอินเดีย และเน้นการนำเข้าจากต่างประเทศแทน
กำหนดการส่งมอบรถ Model Y ในอินเดียเป็นอย่างไร?
รุ่น RWD คาดว่าจะเริ่มส่งมอบในไตรมาสที่ 3 และรุ่น Long Range RWD จะเริ่มส่งมอบในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
Tesla มีแผนรองรับเรื่องการชาร์จไฟในอินเดียอย่างไร?
บริษัทให้คำมั่นว่าจะติดตั้งสถานีชาร์จรวม 4 แห่งในเมืองมุมไบและเดลี ซึ่งประกอบด้วยทั้ง Supercharger และ Destination Chargers

