Terrorgram Collective เครือข่ายนีโอนาซีข้ามชาติกับการปรับกลยุทธ์กวาดล้างของผู้พิชิตกฎหมายสหรัฐฯ
ทางการสหรัฐฯ ได้ยกระดับการปราบปรามกลุ่มขวาจัดครั้งสำคัญ โดยอัยการในเมืองแซคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้สั่งฟ้อง Dallas Erin Humber (อายุ 34 ปี) และ Matthew Robert Allison (อายุ 37 ปี) ใน 15 ข้อหาหนัก โดยระบุว่าทั้งคู่เป็นแกนนำของเครือข่ายโฆษณาชวนเชื่อ Terrorgram Collective ซึ่งเป็นกลุ่มนีโอนาซีที่อันตรายและมุ่งเน้นการปลุกระดมให้เกิดการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และกลุ่มคนหลากสีผิว ทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ
กลุ่ม Terrorgram Collective ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มพูดคุยทั่วไป แต่มีการผลิตสิ่งพิมพ์ถึง 4 ฉบับที่ผสมผสานระหว่างการปลูกฝังอุดมการณ์ฟาสซิสต์ การยกย่องการฆาตกรรมหมู่ และคู่มือปฏิบัติการทางทหาร เช่น วิธีการโจมตีด้วยอาวุธเคมี การทำลายโครงสร้างพื้นฐาน และการกวาดล้างทางชาติพันธุ์ ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเหตุรุนแรงทั่วโลก เช่น เหตุกราดยิงในบราติสลาวา ประเทศสโลวาเกีย ปี 2022 และการโจมตีระบบไฟฟ้าในรัฐนอร์ทแคโรไลนา
กลยุทธ์ใหม่ในการปราบปราม "ลัทธิเร่งความเสื่อม"
คดีนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ FBI และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในการรับมือกับ Accelerationism หรือ ลัทธิเร่งความเสื่อม ซึ่งเป็นแนวคิดนีโอนาซีแบบนิฮิลิสต์ (Nihilism - ความเชื่อว่าชีวิตไม่มีความหมาย) ที่ต้องการเร่งให้สังคมล่มสลายเพื่อสร้างอาณาจักรไรช์ที่สี่ (Fourth Reich) ผ่านการก่อเหตุรุนแรงโดย "หมาป่าโดดเดี่ยว" (Lone Wolf) หรือผู้ก่อเหตุที่ลงมือเพียงลำพัง
สิ่งที่น่าสนใจคือการที่สหรัฐฯ นำคำสั่งแบนกลุ่ม Terrorgram Collective ของรัฐบาลอังกฤษเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มาใช้เป็นฐานในการระบุว่ากลุ่มนี้เป็น "องค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ" และใช้กฎหมายว่าด้วย Material Support for Terrorism (การสนับสนุนด้านวัตถุแก่การก่อการร้าย) ซึ่งปกติมักใช้กับกลุ่มก่อการร้ายทางศาสนา มาใช้กับกลุ่มขวาจัดในประเทศแทน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ต้องหาหลัก | Dallas Erin Humber และ Matthew Robert Allison |
| เป้าหมายการโจมตี | เจ้าหน้าที่รัฐ, ระบบไฟฟ้า, กลุ่มคนหลากสีผิว |
| เครื่องมือหลัก | แอปพลิเคชัน Telegram และสิ่งพิมพ์ปลุกระดม |
| แนวคิดหลัก | Accelerationism (เร่งการล่มสลายของสังคม) |
| จุดเปลี่ยนทางกฎหมาย | การใช้สถานะ "องค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ" ตามเกณฑ์ของสหราชอาณาจักร |
เจาะลึกบทบาทของแกนนำและเครือข่าย
Dallas Erin Humber: ผู้บงการและผู้ปลูกฝัง
Humber ถูกระบุว่าเป็นผู้ดำเนินช่องโฆษณาชวนเชื่อขวาจัดบน Telegram กว่า 20 ช่อง เธอมีบทบาทในการเปลี่ยนคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นผู้ก่อการร้าย โดยมีหลักฐานการติดต่อกับอาชญากรชื่อดังอย่าง Dylann Roof และ Brandon Russell นอกจากนี้ ในการบุกค้นบ้านของเธอ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รวมถึงปืนไรเฟิล AR-15 และคลังแสงขนาดเล็ก
Matthew Robert Allison: ฝ่ายผลิตสื่อและผู้ประสานงาน
Allison ใช้ชื่อแฝงว่า "BanThisChannel" ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการผลิตวิดีโอปลุกระดม (Sizzle Reels) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ติดตาม เขาเป็นผู้ติดต่อใกล้ชิดกับ Juraj Krajčík ผู้ก่อเหตุสังหารหมู่ที่บราติสลาวา โดย Allison ได้นำคำประกาศเจตจำนง (Manifesto) ของผู้ก่อเหตุมาเผยแพร่ต่อในกลุ่ม และยกย่องให้ผู้ก่อเหตุเป็น "นักบุญ" ของกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ Andrew Takhistov วัย 18 ปี ที่ถูกจับกุมในข้อหาวางแผนโจมตีโรงไฟฟ้าในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเขายอมรับกับสายลับ FBI ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งพิมพ์ "Hard Reset" ของกลุ่ม Terrorgram ที่เปรียบเสมือนคู่มือเริ่มต้นสำหรับผู้ก่อการร้ายหมาป่าโดดเดี่ยว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การใช้กฎหมายข้ามชาติ: สหรัฐฯ ใช้การประกาศแบนของอังกฤษเพื่อยกระดับข้อหาให้รุนแรงขึ้น
- เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์: กลุ่มมุ่งเน้นการทำลายโครงสร้างพื้นฐาน (Critical Infrastructure) เพื่อสร้างความโกลาหล
- การใช้เทคโนโลยี: มีการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติผลิตอาวุธ และใช้ Telegram เป็นฐานบัญชาการ
- ความเชื่อมโยงระดับโลก: เครือข่ายนี้เชื่อมโยงผู้ก่อเหตุในสหรัฐฯ สโลวาเกีย และตุรกี
คำถามที่พบบ่อย
Terrorgram Collective คืออะไร?
คือเครือข่ายโฆษณาชวนเชื่อแบบนีโอนาซีที่ดำเนินงานผ่าน Telegram โดยผลิตคู่มือและเนื้อหาปลุกระดมให้สมาชิกก่อเหตุรุนแรงเพื่อเร่งให้สังคมล่มสลาย
แนวคิด Accelerationism คืออะไร?
คือความเชื่อที่ว่าสังคมปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขได้ จึงต้องใช้วิธีเร่งให้เกิดการล่มสลายผ่านการก่อการร้ายและการสร้างความขัดแย้ง เพื่อสร้างระเบียบสังคมใหม่ตามอุดมการณ์ฟาสซิสต์
ทำไมคดีนี้ถึงมีความสำคัญในเชิงกฎหมาย?
เพราะเป็นการที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เลิกอ้างว่ากฎหมายในประเทศไม่เพียงพอ และหันมาใช้กฎหมายสนับสนุนการก่อการร้ายข้ามชาติจัดการกับกลุ่มขวาจัดในสหรัฐฯ เอง
กลุ่มนี้มีเป้าหมายโจมตีใครบ้าง?
เป้าหมายหลักคือเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ, โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน (เช่น โรงไฟฟ้า), และกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและเพศสภาพ
ผู้ต้องหาในคดีนี้ได้รับโทษอย่างไร?
หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ทั้ง Humber และ Allison อาจต้องโทษจำคุกรวมกันมากกว่า 200 ปี ตามข้อหาหนักที่อัยการยื่นฟ้อง



