Technorati กับกลยุทธ์ SEO ที่เสี่ยงต่อการถูก Google ลงโทษ
ในช่วงที่ผ่านมา Technorati ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดในด้านจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ โดยข้อมูลจาก Comscore ระบุว่าทราฟฟิก (Traffic) หรือปริมาณการเข้าถึงเว็บไซต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลภายในที่ Dave Sifry ผู้ก่อตั้งและ CEO เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว มีผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำกัน (Unique Visitors) สูงถึง 9 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 3.5 ล้านรายในอีกสองเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้ ยอดการเข้าชมหน้าเว็บ (Page Views) ยังพุ่งสูงขึ้นถึง 141% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน
ความสำเร็จที่ดูเหนือธรรมชาติเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์ Search Engine Optimization (SEO) หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับการค้นหา ซึ่ง Technorati ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการดึงดูดผู้ใช้งานจาก Google
เบื้องหลังการเติบโต: พลังของระบบ Tagging
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Technorati ติดอันดับต้นๆ ในผลการค้นหาของ Google สำหรับคำค้นหายอดนิยมจำนวนมาก เช่น Facebook, Wikipedia หรือ MySpace คือการใช้ระบบ Tagging (การติดป้ายกำกับคำสำคัญให้กับเนื้อหา) เนื่องจากในอดีต Technorati เป็นผู้นำด้านการติดแท็ก และปลั๊กอินสำหรับบล็อกส่วนใหญ่จะตั้งค่าเริ่มต้นให้ลิงก์ของแท็กส่งกลับมายัง Technorati
เมื่อบล็อกนับหมื่นแห่งสร้างลิงก์กลับมายัง Technorati ทุกครั้งที่มีการใช้แท็กเพื่ออธิบายบทความ สิ่งนี้สร้างสิ่งที่เรียกว่าความเกี่ยวข้อง (Relevance) ในสายตาของ Search Engine ส่งผลให้หน้าผลลัพธ์การค้นหาแท็กของ Technorati ถูกดันขึ้นไปอยู่ในอันดับสูงๆ ของ Google อย่างต่อเนื่อง
| ตัวชี้วัด | ข้อมูลการเติบโต | สาเหตุหลัก |
|---|---|---|
| จำนวนผู้เข้าชม (Unique Visitors) | จาก 3.5 ล้าน เป็น 9 ล้านราย (ใน 2 เดือน) | การติดอันดับสูงใน Google Search |
| ยอดการเข้าชมหน้าเว็บ (Page Views) | เพิ่มขึ้น 141% (ใน 3 เดือน) | ระบบ Tagging ที่เชื่อมโยงจากบล็อกต่างๆ |
| อันดับการค้นหา | ติด Top Results ในคำค้นหาปริมาณสูง | การมี Backlink จำนวนมหาศาลจากปลั๊กอินแท็ก |
ความเสี่ยงที่อาจทำให้ "ปาร์ตี้ทราฟฟิก" จบลง
แม้จะดูเหมือนประสบความสำเร็จ แต่ Technorati กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ เนื่องจากหน้าผลลัพธ์ของแท็กนั้นมีลักษณะเป็น "หน้าผลการค้นหา" (Search Results) ซึ่ง Google มีนโยบายไม่สนับสนุนการแสดงผลการค้นหาซ้อนภายในผลการค้นหาอีกทีหนึ่ง
Matt Cutts หัวหน้าทีม Webspam ของ Google ได้ระบุชัดเจนว่า Google พยายามคัดหน้าผลการค้นหาออกจากดัชนี (Index) ของเว็บ และแนะนำให้ผู้ให้บริการ Search Engine อื่นๆ ระบุคำสั่ง "disallow" ในไฟล์ robots.txt (ไฟล์ที่ใช้บอก Bot ของ Search Engine ว่าส่วนใดของเว็บไซต์ที่ห้ามเข้ามาเก็บข้อมูล) เพื่อแจ้งให้ Google ทราบว่าไม่ควรนำหน้าผลลัพธ์เหล่านั้นไปจัดทำดัชนี
เป้าหมายของ Google คือการให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการด้วยการคลิกให้น้อยที่สุด การที่ผู้ใช้ค้นหาใน Google แล้วถูกส่งไปยังหน้าค้นหาของ Technorati อีกครั้ง จึงเป็นสิ่งที่ขัดกับหลักการทำงานของ Google
การเปรียบเทียบกับมาตรฐานของ Google
แม้ Technorati อาจโต้แย้งว่าการค้นหาด้วยแท็กไม่ใช่การค้นหาแบบปกติ แต่หากพิจารณาที่ YouTube ซึ่งเป็นบริการของ Google เอง จะพบว่า Google ไม่ได้นำหน้าผลลัพธ์ของแท็กใน YouTube มาทำดัชนีในผลการค้นหาหลัก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ Google จะอนุโลมให้ Technorati ทำในสิ่งที่ตนเองไม่ทำ
หากในอนาคต Google ตัดสินใจลบหน้าผลลัพธ์เหล่านี้ออกจากดัชนี ทราฟฟิกมหาศาลที่ Technorati ได้รับจะลดลงอย่างรวดเร็ว และความรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นจากช่องว่างของอัลกอริทึมนี้อาจสิ้นสุดลงทันที
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การเติบโต: ผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นจาก 3.5 ล้าน เป็น 9 ล้านรายภายใน 2 เดือน
- กลยุทธ์: ใช้ประโยชน์จากระบบ Tagging และ Backlink จากปลั๊กอินบล็อกเพื่อดันอันดับ SEO
- จุดอ่อน: ไม่ได้ระบุ "disallow" ในไฟล์ robots.txt สำหรับหน้าผลการค้นหาแท็ก
- ความเสี่ยง: ขัดต่อหลักการของ Google ที่ไม่ต้องการให้มี "ผลการค้นหาซ้อนผลการค้นหา"
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Technorati ถึงมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว?
เกิดจากการที่ปลั๊กอินแท็กของบล็อกจำนวนมากสร้างลิงก์กลับมายัง Technorati ทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์นี้มีความเกี่ยวข้องสูงกับคำค้นหาต่างๆ จึงดันอันดับให้สูงขึ้น
ไฟล์ robots.txt คืออะไรและสำคัญอย่างไรในกรณีนี้?
คือไฟล์ที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงของ Bot จาก Search Engine หาก Technorati ระบุ disallow ในไฟล์นี้ Google จะไม่นำหน้าผลการค้นหาแท็กไปแสดง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกมองว่าเป็น Webspam
ทำไม Google ถึงไม่ชอบหน้าผลการค้นหาซ้อนผลการค้นหา?
เพราะ Google ต้องการให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเนื้อหาปลายทางได้รวดเร็วที่สุด การต้องคลิกผ่านหน้าผลการค้นหาของเว็บอื่นอีกชั้นหนึ่งทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้งานแย่ลง
จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Google ปรับปรุงอัลกอริทึมเพื่อจัดการเรื่องนี้?
หาก Google นำหน้าผลลัพธ์แท็กของ Technorati ออกจากดัชนีการค้นหา จะส่งผลให้จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ลดลงอย่างรุนแรง เนื่องจากสูญเสียช่องทางหลักในการดึงดูดทราฟฟิก



