SynFutures ระดมทุน Series B ได้ 22 ล้านดอลลาร์ มุ่งยกระดับ DeFi ด้วยระบบ Oyster AMM
ในขณะที่ตลาดการลงทุนในโปรเจกต์คริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัว หรือที่เรียกกันว่า Crypto Winter แต่ SynFutures แพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์ (Decentralized Crypto Derivatives Exchange) กลับสวนกระแสด้วยการระดมทุนรอบ Series B ได้สำเร็จเป็นจำนวนเงิน 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี Pantera Capital เป็นผู้นำการลงทุน พร้อมด้วย HashKey Capital และ SIG DT Investments จากกลุ่ม Susquehanna International Group ที่เข้าร่วมสนับสนุน
นวัตกรรม Oyster AMM และการเพิ่มประสิทธิภาพการเทรด
พร้อมกับการระดมทุนครั้งนี้ SynFutures ได้เปิดตัว Oyster ซึ่งเป็นระบบ Automated Market Maker (AMM) หรือระบบสร้างสภาพคล่องอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในโลกของ DeFi (Decentralized Finance) หรือการเงินแบบกระจายศูนย์ โดย AMM จะใช้หุ่นยนต์อัลกอริทึมในการจับคู่การซื้อขายแทนการใช้สมุดคำสั่งซื้อขาย (Order Book) แบบดั้งเดิม
Rachel Lin ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ SynFutures เปรียบเทียบการทำงานของแพลตฟอร์มว่ามีความคล่องตัวเหมือน Amazon ที่เปิดโอกาสให้ Market Maker สามารถนำสินทรัพย์มาจดทะเบียนได้ภายใน 30 วินาที ความรวดเร็วนี้เกิดขึ้นได้จากการใช้ Smart Contracts หรือสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งเป็นชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์บนบล็อกเชนที่จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขครบถ้วน โดยในระบบ Oyster สัญญาเหล่านี้จะดูแลตั้งแต่การกำหนดราคา การชำระราคา ไปจนถึงการวิเคราะห์กำไรและขาดทุน (PnL)
เป้าหมายสำคัญของ SynFutures คือการแก้ปัญหาเรื่อง Capital Efficiency หรือประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ DeFi ในปัจจุบัน โดยการนำฟังก์ชัน Order Book ที่ปกติจะพบในตลาดการเงินดั้งเดิมมาปรับใช้บนเชน เพื่อให้ผู้เทรดสามารถจัดการสถานะการลงทุนได้แม่นยำขึ้นและลดปัญหา Slippage หรือส่วนต่างระหว่างราคาที่ต้องการกับราคาที่เกิดขึ้นจริงในการส่งคำสั่งซื้อขาย

เจาะกลุ่มผู้ใช้และความสำเร็จในเชิงตัวเลข
SynFutures มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net-Worth Individuals) และสถาบันการเงินขนาดเล็ก โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานสะสมกว่า 100,000 ราย และมีปริมาณการซื้อขายรวมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 สูงถึง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
สิ่งที่น่าสนใจคือบริษัทสามารถบริหารจัดการปริมาณธุรกรรมมหาศาลได้ด้วยทีมงานเพียง 20 คน ซึ่งถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (Centralized Exchanges) เนื่องจากมีการใช้ Smart Contract เข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงานและทำให้การจดทะเบียนสินทรัพย์เป็นไปอย่างอัตโนมัติ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ยอดระดมทุน Series B | 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| ผู้นำการลงทุน | Pantera Capital |
| ปริมาณการซื้อขายสะสม | 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| จำนวนผู้ใช้งานสะสม | ประมาณ 100,000 ราย |
| เทคโนโลยีหลัก | Oyster AMM และ Smart Contracts |
ความต้องการความโปร่งใสในยุคหลัง FTX
การล่มสลายของ FTX ได้สร้างแรงผลักดันให้ผู้ใช้งานหันมามองหาการเทรดแบบกระจายศูนย์ที่โปร่งใสมากขึ้น ซึ่ง SynFutures ตอบโจทย์นี้ด้วยการทำธุรกรรมทุกอย่างบนเชน (On-chain) และให้ผู้ใช้เก็บรักษาทรัพย์สินด้วยตนเองผ่าน Self-custodial Wallets ทำให้ไม่มีช่องทางสำหรับผู้บริหารที่จะเข้าถึงเงินทุนของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
Rachel Lin คาดการณ์ว่า DeFi จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อเทคโนโลยีบล็อกเชนมีความเสถียรมากขึ้น โดยเธอชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนการเทรดแบบ Spot ใน DeFi เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 1% ในช่วง DeFi Summer เมื่อ 3 ปีก่อน มาเป็น 13-14% ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การเทรดอนุพันธ์ (Derivatives) มีความซับซ้อนกว่าเนื่องจากมีเรื่องของเวลาและระบบการบังคับขาย (Liquidation) ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่า
ความท้าทายด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบ
แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ DeFi ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะช่องโหว่ใน Smart Contract ที่อาจถูกแฮ็กได้ ดังเช่นกรณีของ Curve ที่สูญเสียเงินไปถึง 62 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบยังเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์อย่าง Binance
สำหรับแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) ในโลก DeFi มีสองแนวทางหลัก คือการให้สถาบันผ่านกระบวนการ KYC (Know Your Customer) หรือการยืนยันตัวตนก่อนเข้าถึง Pool ที่กำหนดไว้ หรืออีกวิธีคือการให้ตัวกลาง เช่น Wallet หรือ Exchange ที่เชื่อมต่อกับโปรโตคอล เป็นผู้ดูแลชั้นการยืนยันตัวตนแทน เพื่อให้ตัวโปรโตคอลยังคงความเป็น Permissionless (ไม่ต้องขออนุญาต) ในขณะที่ยังสามารถตรวจสอบ AML (Anti-Money Laundering) หรือการป้องกันการฟอกเงินผ่าน Blacklist ของที่อยู่กระเป๋าเงินที่อันตรายได้
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การระดมทุน: ได้รับเงินทุน 22 ล้านดอลลาร์ในรอบ Series B นำโดย Pantera Capital
- นวัตกรรม: เปิดตัว Oyster AMM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนและลด Slippage
- ความโปร่งใส: ธุรกรรมทั้งหมดอยู่บนเชนและใช้กระเป๋าเงินแบบ Self-custodial
- การเติบโต: ปริมาณการเทรดสะสมสูงถึง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยใช้ทีมงานเพียง 20 คน
- ความเสี่ยง: เผชิญความท้าทายด้านการแฮ็ก Smart Contract และความไม่ชัดเจนของกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
Oyster AMM คืออะไรและแตกต่างจากระบบเดิมอย่างไร?
Oyster คือระบบสร้างสภาพคล่องอัตโนมัติที่ใช้หุ่นยนต์อัลกอริทึมในการจับคู่การซื้อขาย แทนการใช้สมุดคำสั่งซื้อขายแบบเดิม ช่วยให้การนำสินทรัพย์มาจดทะเบียนทำได้รวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน
ทำไม SynFutures ถึงเน้นการเทรดแบบกระจายศูนย์ (Decentralized)?
เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงจากการที่ตัวกลางควบคุมเงินทุน โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบธุรกรรมและราคาได้เองบนบล็อกเชน และเก็บรักษาเงินในกระเป๋าเงินของตนเอง
Slippage คืออะไรและ SynFutures แก้ปัญหานี้ได้อย่างไร?
Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่ผู้เทรดคาดหวังกับราคาที่เกิดขึ้นจริงขณะทำรายการ SynFutures แก้ปัญหานี้โดยการนำฟังก์ชัน Order Book มาใช้บนเชน เพื่อให้ผู้เทรดสถาบันจัดการสถานะได้แม่นยำขึ้น
DeFi มีความเสี่ยงในด้านใดบ้าง?
ความเสี่ยงหลักคือช่องโหว่ใน Smart Contract ที่อาจนำไปสู่การถูกแฮ็ก และความไม่แน่นอนของกฎระเบียบจากหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศ
การทำ KYC ในระบบ DeFi ทำได้อย่างไร?
สามารถทำได้โดยการให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตนผ่านกระเป๋าเงินที่ได้รับอนุญาตก่อนเข้าถึง Pool เฉพาะ หรือให้ตัวกลาง (Gateway) เช่น Wallet เป็นผู้ดำเนินการยืนยันตัวตนก่อนเชื่อมต่อกับโปรโตคอล
