Sundance 2016: เสน่ห์ของความแปลกประหลาดในโลกภาพยนตร์อิสระ

ในโลกของเทศกาลภาพยนตร์ Sundance การปะทะกันระหว่างผู้กำกับรุ่นเก๋าและหน้าใหม่มักมีจุดตัดสินอยู่ที่ ความแปลก (Weirdness) ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความน่าสนใจของงานในปีนี้ แม้ว่าทางเทศกาลจะพยายามยกระดับภาพยนตร์ในสาย World Competition ให้ทัดเทียมกับสาย US Competition ที่สร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่ปี 1999 แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้จริงไม่ใช่คำประกาศ แต่คือผลงานที่ฉายให้เห็นถึงความกล้าหาญในการนำเสนอสิ่งใหม่

The Lure: เมื่อไซเรนบุกไนท์คลับยุค 80

หนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจที่สุดคือ The Lure ผลงานเรื่องแรกของผู้กำกับชาวโปแลนด์ Agnieszka Smoczyńska ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของสองพี่น้องไซเรน (Siren - สิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลาตามตำนาน) ที่เข้ามาทำงานร้องเพลงในไนท์คลับยุค 1980 พร้อมกับสัญชาตญาณการกินมนุษย์

ตัวหนังโดดเด่นด้วยการใช้สีสันแบบนีออนและพาสเทลที่ชวนให้นึกถึงสไตล์ Miami Vice ผสมผสานความรุนแรง กามารมณ์ และฉากมิวสิคัลเข้าด้วยกันอย่างไม่เกรงใจใคร โดยมีโครงเรื่องที่เน้นพลังของผู้หญิง (Gynocentric) ซึ่งทำให้ความแปลกประหลาดของเรื่องนี้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางศิลปะที่น่าหลงใหล แม้ในช่วงท้ายของเรื่องอาจจะดูสับสนไปบ้าง แต่ความรู้สึกที่เดินออกจากโรงหนังโดยไม่แน่ใจว่าเพิ่งดูอะไรไป คือเสน่ห์ที่แท้จริงของการมาเยือน Sundance

Wiener-Dog: ความคาดหวังที่สวนทางกับความเป็นจริง

ในขณะที่หนังหน้าใหม่สร้างความตื่นเต้น Todd Solondz ผู้กำกับระดับตำนานของ Sundance ก็กลับมาพร้อมกับ Wiener-Dog ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นทายาททางจิตวิญญาณของ Welcome to the Dollhouse (ผลงานรางวัล Grand Jury Prize ปี 1996) โดย Solondz นิยามหนังเรื่องนี้ว่าเป็นส่วนผสมระหว่างหนังดราม่าชั้นสูงอย่าง Au Hasard Balthazar และหนังหมาน่ารักอย่าง Benji

เนื้อเรื่องแบ่งเป็น 4 ส่วน เล่าผ่านมุมมองของสุนัขพันธุ์ดัชชุนที่เปลี่ยนเจ้าของไปเรื่อยๆ รวมถึงตัวละคร Dawn Wiener ในวัยผู้ใหญ่ที่รับบทโดย Greta Gerwig อย่างไรก็ตาม ความน่าเสียดายคือตัวผู้กำกับดูเหมือนจะสูญเสียความสนใจในพล็อตเรื่องไปในช่วงครึ่งหลัง ทำให้ตัวสุนัขซึ่งควรเป็นศูนย์กลางของเรื่องกลับมีความสำคัญน้อยลงเรื่อยๆ จนนำไปสู่บทสรุปที่น่าหดหู่และขาดจุดเชื่อมโยงที่ชัดเจน

Wiener-Dog

พลังของคนรุ่นใหม่และจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์

บทเรียนจาก Sundance ปีนี้แสดงให้เห็นว่า ความตื่นเต้นที่แท้จริงมักมาจากผู้กำกับที่ไม่มีอะไรจะเสียแต่มีทุกอย่างให้ต้องพิสูจน์ เช่น J.D. Dillard ผู้กำกับเรื่อง Sleight ที่นำเสนอเรื่องราวการเติบโตของวัยรุ่นใน South LA ผ่านการเล่นกลข้างถนนและการดัดแปลงทางชีวภาพ (Bio-hacking - การทดลองปรับแต่งร่างกายด้วยเทคโนโลยี)

ความมุ่งมั่นและความชัดเจนในเป้าหมายของหนังอย่าง Sleight และ The Lure ทำให้ผู้ชมอยากเอาใจช่วย แม้ว่าหนังเหล่านี้อาจจะไม่สมบูรณ์แบบหรือเข้าใจง่าย แต่ความกล้าที่จะดำรงอยู่และนำเสนอความแปลกใหม่ คือสิ่งที่ทำให้เทศกาล Sundance ยังคงมีชีวิตชีวาและไม่น่าเบื่อ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • The Lure: หนังมิวสิคัลสยองขวัญจากโปแลนด์ที่ใช้สีสันนีออนและเน้นเรื่องราวของผู้หญิง
  • Wiener-Dog: ผลงานของ Todd Solondz ที่เล่าเรื่องผ่านสุนัขดัชชุน แต่ถูกวิจารณ์ว่าขาดความต่อเนื่องทางอารมณ์
  • Sleight: หนัง Coming-of-age ที่ผสมผสานเรื่องการเล่นกลและการ Bio-hacking ในย่าน South LA
  • Sundance Trend: ความแปลกประหลาด (Weirdness) มีความสำคัญมากกว่าการมีดาราดังในเทศกาลปีนี้
สรุปภาพยนตร์ที่น่าสนใจใน Sundance 2016
ชื่อภาพยนตร์ ผู้กำกับ จุดเด่น/ลักษณะ ความรู้สึกหลังชม
The Lure Agnieszka Smoczyńska ไซเรน, มิวสิคัล, สีสันนีออน แปลกใหม่และน่าตื่นตาตื่นใจ
Wiener-Dog Todd Solondz สุนัขดัชชุน, ดราม่าเสียดสี น่าผิดหวังในแง่การดำเนินเรื่อง
Sleight J.D. Dillard มายากล, Bio-hacking, วัยรุ่น มีพลังและเป้าหมายชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

อะไรคือจุดเด่นของภาพยนตร์เรื่อง The Lure?

เป็นหนังมิวสิคัลจากโปแลนด์ที่เล่าเรื่องไซเรนในไนท์คลับยุค 80 โดยโดดเด่นที่งานภาพสีนีออนและการนำเสนอเรื่องราวที่เน้นมุมมองของผู้หญิงเป็นหลัก

ทำไม Wiener-Dog ถึงถูกมองว่าน่าผิดหวัง?

แม้จะมีนักแสดงชื่อดังและพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ แต่ผู้กำกับดูเหมือนจะสูญเสียทิศทางในการเล่าเรื่องในช่วงครึ่งหลัง ทำให้ตัวละครหลักที่เป็นสุนัขลดบทบาทลงจนขาดความเชื่อมโยง

Bio-hacking ในเรื่อง Sleight หมายถึงอะไร?

ในบริบทของหนังเรื่องนี้ คือการนำเทคโนโลยีหรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาปรับแต่งร่างกายมนุษย์เพื่อเพิ่มความสามารถ ซึ่งถูกนำมาผสมผสานกับการเล่นกลข้างถนน

แนวโน้มของเทศกาล Sundance 2016 เป็นอย่างไร?

ปีนี้เน้นไปที่ความแปลกประหลาดและการนำเสนอผลงานจากผู้กำกับหน้าใหม่ที่กล้าเสี่ยง มากกว่าการพึ่งพาดาราระดับ A-list หรือหนังฟอร์มยักษ์